Alice: Madness Returns (นิทานจิตเสื่อม)
Alice: Madness Returns (นิทานจิตเสื่อม)
Alice's Adventures in Wonderland ผลงานของ Lewis Carroll (นามปากกา, 1832 – 1898)
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงที่มีชื่อว่า อลิซ ผู้ตกลงไปยังรูกระต่าย แล้วไปโผล่ที่โลกแฟนตาซี Wonderland
ผลงานคลาสสิคจากยุควิคตอเรียชิ้นนี้ ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นงานที่อ่านได้ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่
โดดเด่นทั้งทางด้านตรรกศาสตร์ มานุษยรูปนิยม (พระเจ้าสมมติ) ความไร้แก่นสารทางวรรณศิลป์
Alice in Wonderland ถือได้ว่าเป็นต้นแบบผลงาน "แนวแฟนตาซี" ของโลก
เวอร์ชั่นของ American McGee's Alice ที่วางจำหน่ายในปี 2000 นำงานคลาสสิคชิ้นนี้มาดัดแปลง
ให้ดูโรคจิตขึ้น โหดขึ้น และมืดมนขึ้น โดยเล่าเรื่องต่อจากตอนจบของ Through the Looking-Glass
ครอบครัวของอลิซโดนไฟไหม้บ้านคลอกตายหมด ส่วนอลิซนั้นต้องถูกส่งเข้าโรงพยาบาลจิตเวช
เพราะว่าไม่สามารถกลับมาสู่ความเป็นจริงได้ อลิซถูกส่งเข้าไปใน Wonderland อีกครั้งในเวอร์ชั่นบิดๆเบี้ยวๆ
ซึ่งมีสาเหตมาจากจิตใจภายในตัวเธอเอง และเธอก็สามารถออกมาได้
จนกระทั่ง Electronic Arts (EA) ทำภาคสอง...
Alice: Madness Returns
...1 ปี หลังจากภาคแรก อะไรๆก็เกิดขึ้นได้เพราะมันเป็นแฟนตาซี...
*ตัวเกมเวอร์ชั่น PC สามารถปลด frame-rate ที่ล็อคที่ 30 เป็น 60 ได้ ที่ documents/my games/alice madness returns/config*
**เปิด aliceEngine ด้วยโปรแกรม notepad > เปลี่ยน MaxSmoothedFrameRate จาก 30 เป็น 60**
***ทุกเวอร์ชั่นยกเว้น PC (แบบกล่อง) แถมภาคแรกมาให้ด้วยในแบบ HD***
1 ปีผ่านไป แม้ไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาลโรคจิตแล้ว แต่อลิซยังคงอยู่ในการดูแลของจิตแพทย์
ความทรงจำที่ครอบครัวต้องโดนไฟคลอกยกบ้าน ยังคงหลอกหลอนอลิซ
บุคคลทั่วไปพยายามใช้ประโยชน์จากเธอ หรือเห็นเธอเป็นตัวอันตราย
เมื่ออยู่ในห้วงฝัน อลิซได้กลับเข้าไปยัง Wonderland อีกครั้ง และเห็นความเปลี่ยนแปลงอันบ้าคลั่งของมัน
แต่ความบ้าวิกลจริตที่หวนคืนมานั้น กลับทำให้เธอไม่แน่ใจเสียแล้วว่า ความทรงจำในอดีตที่ทรมานเธออยู่ตลอดเวลา
เป็นความจริงหรือไม่...
จุดลำบากใจก่อนจะเริ่มเขียนเลยก็คือการเลือกภาพ อาร์ตของเกมนี้น่าสนใจมากจนรู้ตัวอีกทีก็แคปมาเป็นร้อยรูปแล้ว (แค่ครึ่งเกม)
Alice: Madness Returns ไม่เหมือนเกมภาพสวยเกมอื่นๆที่เห็นแล้วอยากลงไปนอนกลิ้งคลุกหญ้าดมกลิ่นสายลม
หรือบู๊ถล่มทลายถล่มตึกระเบิดกระจุยกระจายอลังการงานสร้างไม่กลัวเครื่องกระตุก
สวยของเกมนี้ คือสวยแบบฝันร้าย บิดๆเบี้ยวๆ ที่อาจจะเกิดกับคุณตอนนอนแล้วผีอำ หรือทำงานหนักมากไปจนสลบมากกว่า
ก็ถือว่าตรงกับธีมเกม Madness (ความบ้า) แล้วก็งานออริจินัลของเดิมก็เป็นแนวไม่มีเหตุผลอยู่แล้ว ก็เลยใส่ใหญ่ได้ไม่จำกัด
โดยนำเสนอออกมาในแนวที่เรียกว่าแพลตฟอร์ม เน้นโดดข้ามเหว สำรวจ แก้ปริศนา หาทางลับ
อลิซในโลกแห่งความเป็นจริงจะเป็นแค่คนธรรมดา ทำได้แค่เดินเล่นแอบฟังคนคุยกัน
แต่พอลงมาในโลก Wonderland ก็จะเปลี่ยนเป็นคุณนายทำได้หลายอย่างทันที ทั้งยิงฟัน สะอึกแล้วตัวเล็กลง (เห็นทางเดินซ่อน)
กระโดดเหินหาว แปลงกายเป็นผีเสื้อ และอื่นๆอีกมากมายแบบที่ตัวเอกเกมเขาเป็นกัน
แถมป้องกันผู้เล่นจะเบื่อ ด้วยการเปลี่ยนเครื่องแต่งกายทุกครั้งที่เปลี่ยน chapter (บทของเกม) ด้วย
ใน Wonderland แต่ละด่าน อลิซจะต้องแก้ปริศนา หาทางออก และหากุญแจสำคัญที่จะปลดล็อคความทรงจำที่แท้จริงของเธอ
แต่ดันเจี้ยนมันไม่ง่ายให้สบายขนาดเล่นวันเดียวจบ ประกอบไปด้วยศัตรูหลากหลายชนิด แล้วก็กับดักมรณะ โดยเฉพาะโดดพลาด
อลิซจะมีอาวุธสี่ชนิด แต่ละชนิดอัพเกรดได้สี่ระดับ ตามความชอบของผู้เล่น ระเบิดเวลากับกระโดดสองชั้น+เกินได้ ก็ช่วยในการผ่าน
ซึ่งให้อิสระพอสมควรในการพลิกแพลงลองผิดลองถูก ความยากก็อยู่ในระดับที่อาจจะต้องใช้เวลาสักนิด แต่ไม่มีติดไปไม่ไหว
เสริมกันไปได้ดีกับความหัวศิลป์ของเกมด้วย ทุกด่านดูแปลกตาไปเสียหมด แถมมินิเกมเล็กน้อย
ส่วนของที่ให้เก็บ หลักก็จะมีฟันกรามเป็นซี่ๆ แทนของเอาไว้อัพเกรดอาวุธ เสี้ยวความทรงจำของอลิซที่แบ่งเป็นส่วนๆ
(คนละอย่างกับความทรงจำสำคัญที่เป็นกุญแจของเนื้อเรื่องหลัก) ขวด แล้วก็หมึกสีดอกกุหลาบสำหรับเพิ่มพลังชีวิตสูงสุด
ของพวกนี้ส่วนใหญ่จะซ่อนในแบบที่ต้องทำลาย มองหา หรือแก้ปริศนาไปเอาล้วนๆ ไม่มีวางไว้เฉยๆ เอาไว้เพิ่มเวลาเล่น
การันตีสำหรับผู้เล่นที่ชอบค้นนั้นค้นนี่ ว่าจะต้องถูกใจ
คิวบู๊ไม่มีอะไรให้ต้องพูดถึงมานัก นอกจากว่าแล้วแต่สไคล์คนเล่นจริงๆ แต่ศัตรูจะไม่มาถี่ เน้นผจญภัยมากกว่าสู้
แล้วก็แน่นอน เนื้อเรื่องแบบนิยายเกี่ยวกับการพัฒนาของตัวละครที่น่าติดตามหาความจริง
อีกข้อเกี่ยวกับระบบการเล่น แนะนำให้เสียบคอนโทรลเลอร์ จะเป็นมิตรกับสุขภาพนิ้วมากกว่า
ความยาวของตัวเกมที่ยาวเหลือเกินก็เป็นได้ทั้งข้อดีข้อเสีย ถ้าชอบก็คือ "ฉันเล่นเกมอยู่บนสวรรค์"
ถ้าไม่ชอบ ก็คง "เมื่อไหร่จะเปลี่ยน chapter เนี่ย" ...แนะนำว่าให้เปลี่ยนเกมดีกว่า เพราะมันยาวจริง 10-20 ชม. ขึ้นไป
เรื่องราวจะดำเนินไปอย่างเนิบๆ ตามจังหวะเดิมตลอดทั้งเกม ไม่เร้าอารมณ์ ไม่ตื่นเต้นตูมตาม
ทดแทนความน่าติดตามด้วยความอยากรู้อยากเห็นชะตากรรมของอลิซของตัวผู้เล่นเอง
ต้องใช้อารมณ์ของตัวเอง กับความเข้าใจในเนื้อเรื่อง บทสนทนาหรือตัวหนังสือต่างๆเอาเอง
สรุปได้ว่าของมันต้องอินกันเป็นการส่วนตัว
ข้อด้อยในฐานะเกมของ Madness Returns นั้นมีหลักใหญ่ๆอยู่ข้อเดียวเท่านั้นแต่เป็นข้อสำคัญก็คือ
นอกจากงานศิลป์และความเป็นอลิซแนวจิตเภท ตัวเกมไม่มีอะไรใหม่หรือยิ่งใหญ่กว่าเกมอื่นๆเลยแม้แต่ข้อเดียว
ส่วนของแพลตฟอร์มก็อยู่ในระดับปานกลาง คิวบู๊ก็อยู่ในระดับปานกลาง ความหลากหลายของศัตรู ของซ่อนในที่ลับๆ
หรือแม้กระทั่งโบนัสให้อ่านให้ดูเล่น ก็อยู่ในระดับปานกลางเช่นเดียวกัน ...ไม่นับบอสที่มีแค่ตัวเดียวทั้งเกม...
ผู้เล่นต้องรักจริงหวังแต่ง หวังคบกันไปกับอลิซคนนี้กับโลกของเธอตราบชั่วฟ้าดินสลายเท่านั้น
ถึงจะสามารถมองข้ามความปานกลาง ธรรมดาๆไปเสียทุกอย่างของเกมนี้ได้ (แต่ทั้งรักทั้งหลงได้เมื่อไรก็เป็นเรื่องเหมือนกัน)
อีกจุดที่น่าเสียดายคือ เกมนี้ใช้ RATE-M (17+) พร่ำเพรื่ออีกแล้ว ไม่เห็นจะโหด ดิบ เถื่อน รุนแรง ประชดเสียดสีเสียเท่าไรนัก
เห็นแค่เครื่องในแห้งๆกับเลือด แล้วก็ความโสโครกของนครลอนดอนประกอบฉากเล็กๆในโลกแห่งความเป็นจริง
บทสนทนาหรือเนื้อเรื่อง ก็ไม่มีสิ่งใดที่จะหลอนประสาทผู้เล่นให้เก็บไปเหวอหรือแหวะได้ ปานกล๊าง ปานกลาง ตัลหลอด (ตลอด)
คะแนน 7.5/10 พระเจ้าจอร์จ มันอาร์ตมาก
แพลตฟอร์ม กระโดด เก็บนั่นเก็บนี่ แก้ปริศนา อาจจะสู้เกมชั้นนำอื่นๆไม่ได้
คิวบู๊ ความตื่นตาตื่นใจ ก็อาจจะสู้เกมชั้นนำอื่นๆไม่ได้ เดินทางสายกลางช้าๆสบายๆทั้งแผ่น
แต่ถ้าถูกตาต้องใจในเสน่ห์ของมันแล้ว Alice: Madness Returns สามารถเป็นเกมเทพของคุณได้ทุกเมื่อ
และในฐานะแฟน ไม่ดังมาก ไม่ออกมาเป็น pop-culture ให้เกรียนให้ติ่งหูร่วมเย้วๆ
อยู่ในที่ติสท์ๆของมัน และจะอยู่อย่างนั้นตลอดไป ก็เป็นข้อดีเหมือนกัน...รักอลิซมากครับ
สนับสนุนเนื้อหา
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี






.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
