รีวิวเกม Kirby Star Allies เกมแอ็คชั่นที่เล่นแล้วหัวไม่ร้อนจากนินเทนโด บน Switch

รีวิวเกม Kirby Star Allies เกมแอ็คชั่นที่เล่นแล้วหัวไม่ร้อนจากนินเทนโด บน Switch
แบไต๋

สนับสนุนเนื้อหา

สำหรับแฟนนินเทนโด แล้วซีรีส์ Kirby ถือว่าเป็นแอ็คชั่นที่สนุก เล่นได้เพลินๆและมีความสนุกที่แตกต่างจากเกมอื่น แต่สำหรับคอเกมทั่วไปอาจจะมองว่ามันคือเกมน่ารักสำหรับเด็กน้อย ที่คงจะไม่สนุก ซึ่งทำให้มันถูกมองอย่างนั้นมาเป็นเวลานานทำให้การมาของเกม Kirby Star Allies บน Nintendo Switch อาจจะไม่ได้เป็นที่ใจนักทั้งๆที่มันคืออีกหนึ่งเกมฟอร์มดีจากนินเทนโด

ความเป็นมา

แต่ความจริงแล้วเกมซีรีส์ Kirby ถือเป็นเกมแอ็คชั่น 2D ที่มีความสนุกเกินตัว โดยประวัติความเป็นมาเริ่มในยุค 90 และหนึ่งในผู้ให้กำเนิดคือคุณ ซาโตรุ อิวาตะ อดีตประธานค่ายนินเทนโดผู้จากไป และหลังจากผ่านร้อนหนาวมากว่า 20 ปีก็ได้เดินทางมาสู่ภาคใหม่บน Nintendo Switch ในเกม Kirby Star Allies

กราฟิกและการนำเสนอ

สัมผัสแรกถือว่าน่าประทับใจมากๆ เพราะแม้สเปกของ Nintendo Switch อาจจะไม่ได้แรงมากมายอะไร แต่กราฟิกในเกมถือว่าทำออกมาได้ดีมาก เพราะทั้งรายละเอียดของตัวละคร การเคลื่อนไหวและแสงเงา สามารถนำเสนอได้อย่างยอดเยี่ยมไม่ต่างจากเกมยุคใหม่ และเป็นอีกเกม 2D ที่มีภาพสวยงามที่สุดเกมหนึ่ง ส่วนเพลงและเสียงประกอบปู่นินเลือกที่จะเดินตามรอยเดิมที่เป็นทำนองเหมือนการ์ตูนสำหรับเด็กที่น่ารัก มีเพลงคลาสสิกของซีรีส์ Kirby ใส่เข้ามาให้หายคิดถึงกันด้วย ส่วนนี้ไม่มีอะไรให้ติ เพราะทุกอย่างเป็นแบบที่มันควรจะเป็น

รูปแบบการเล่น

ยังคงเป็นเกมแอ็คชั่น 2มิติ มุมมองด้านข้างแบบเดิมที่ใช้มาตั้งแต่สมัยเครื่องแฟมิคอม ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ตัว Kirby ยังคงมีพลังในการดูดกลืนศัตรูแล้วนำพลังมาใช้งานได้ ฉากในเกมดูน่ารักแต่ก็เต็มไปด้วยอันตราย เพราะอย่างที่บอกว่าเกมนี้น่ารักมากทำให้ศัตรูบางตัวเหมือนหลุดมาจากร้านขายตุ๊กตาทำให้เราอาจมองว่ามันไม่ใช่ตัวอันตราย ส่วนอุปสรรคและกัปดักในเกมถือว่าทำออกมาได้ดีตามมาตรฐานเกมของนินเทนโด แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นเหนือกว่าภาคก่อน

ลูกเล่นใหม่การสร้างเพื่อนร่วมทีม

แน่นอนว่าเกมใหม่ต้องมีลูกเล่นใหม่ โดย Kirby Star Allies คือการใช้พลังหัวใจเพื่อดึงศัตรูมาเป็นเพื่อนร่วมทีมได้ และดึงศัตรูมาร่วมทีมได้ 3 ตัวรวม Kirby แล้วเป็น 4 ตัวละครหลักในฉากเดียว ซึ่งเกมทำออกมาได้ดี และไม่มีอาการเฟรมเรตตกให้เห็น โดยเพื่อนร่วมทีมของเราจะเป็นตัวละคร A.I. หรือจะหาเพื่อนๆมานั่งเล่นพร้อมกันได้ 4 คน แถมเกมรองรับการใช้ joy-con 1 อันต่อการบังคับ 1 ตัวละคร ทำให้เราสามารถเล่นกับเพื่อนได้โดยไม่ต้องลงทุนมากนัก

ส่วนลูกเล่นการใช้งานเพื่อนร่วมทีมของเรา ไม่ใช่แค่หาตัวละครเพิ่ม เราสามารถใช้พลังของเพื่อนร่วมทีมกับพลังของ Kirby ที่ดูดกลืนมารวมกันเป็นท่าใหม่ๆได้ เช่นตัว Kirby ใช้ดาบแล้วเรียกตัวละครใช้ไฟมาพ่นไฟใส่ก็จะเป็นดาบไฟ หรือเรียกตัวน้ำแข็งก็จะเป็นดาบน้ำแข็ง แน่นอนว่ามันผสมผสานได้อีกหลายสิบแบบ และช่วยให้เราต่อสู้กับศัตรูได้ง่ายขึ้นเพราะเกมมีระบบธาตุที่มีการแพ้ทางกัน

แถมยังมีท่าไม้ตายพิเศษที่มีเฉพาะตัวละครซ่อนอยู่อีกเพียบ เรียกว่าเป็นเกมซีรีส์ Kirby ที่หลากหลายในพลังท่าไม้ตายมากที่สุด และเล่นได้ไม่เบื่อ ส่วนท่าไม้ตายไม่ได้ไว้ต่อสู้เท่านั้นมันยังใช้ในการแก้ปริศนาที่สร้างออกมาโดยเฉพาะ เพื่อเปิดทางไปต่อและค้นหาไอเทมที่ซ่อนอยู่ในฉาก เช่นการใช้พลังไฟเผาหญ้า หรือใช้พลังไฟฟ้าเพื่อเปิดประตูกลไก อย่างไรก็ตามปริศนาในเกมดูจะง่ายไปหน่อยสำหรับเกมในยุคนี้

ความคุ้มค่า

ในยุคนี้การที่จะดึงให้แฟนเกมเสียเงินราคาเกมเต็มๆเกือบ 2,000 บาท กับเกมสองมิติอาจจะดูไม่คุ้มค่า เพราะเกมแนวนี้หาเล่นได้ง่ายกว่าสมัยก่อน แต่คุณภาพของเกม Kirby Star Allies ถือว่าแตกต่างจากเกมอื่นเพราะมันมาเป็นเกมเต็มๆไม่ต้องเสียเงินปลดล็อคอะไรอีก และความสนุกก็ตามมาตรฐานเกมจากนินเทนโดที่ไม่มีการลดทอนลง

แม้เกมจะไม่ได้ยาวมากแต่เราสามารถกลับมาเล่นด่านซ้ำได้เพื่อปลดล็อคตัวต่อแล้วนำมาต่อเป็นภาพ Kirby และยังมีมินิเกมให้เล่นอีกหลายเกมแม้จะดูเหมือนเกมสำหรับเด็กแต่ก็สร้างความสนุกและทำให้เราอยู่กับเกมได้นานขึ้น ข้อเสียหลักๆคือมันอาจไม่ถูกใจสำหรับเซียนเกมที่ชอบความท้าทาย เพราะโดยรวมเกมค่อนข้างง่าย เพราะมีตัวละครช่วยหลายตัว แต่ในช่วงหลังๆก็มีความท้าทายเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่ได้มากพอสำหรับคนที่ชอบความโหด

สรุปภาพรวมเกม Kirby Star Allies ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน มันยังคงเป็นเกมแอ็คชั่นน่ารักที่เล่นได้ทุกเพศทุกวัย และสร้างเพื่อทุกคนทำให้มันอาจจะไม่มีความยากมากมายอะไร แต่ก็ถือเป็นข้อดีเพราะเราจะได้เล่นแบบไม่ต้องหัวร้อนเหมือนกับเกมยุคนี้ แฟนนินเทนโด ที่เป็นเจ้าของ Switch ถือเป็นทางเลือกที่ไม่ควรพลาด เพราะในช่วงต้นปียังไม่มีเกมโดนๆออกมามากเท่ากับปีที่แล้ว ทำให้เราอาจจะมีทางเลือกไม่มากนัก