เลิกเป็น People Pleaser ในที่ทำงาน วิธีฝึกใจให้กล้าปฏิเสธอย่างมืออาชีพ

ในโลกของการทำงาน การมีน้ำใจและช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานเป็นสิ่งที่ดี แต่เมื่อคุณกลายเป็น "People Pleaser" คนที่พยายามทำให้คนอื่นพึงพอใจ หรือคนที่มักจะตอบตกลงทุกคำขอ แม้กระทั่งเรื่องที่อยู่นอกเหนือความรับผิดชอบ หรือทำให้ตัวเองต้องแบกรับภาระมากเกินไป นั่นอาจนำไปสู่ความเครียด หมดไฟ และกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของคุณได้ การเรียนรู้ที่จะปฏิเสธอย่างมืออาชีพ ไม่เพียงช่วยให้คุณจัดการเวลาได้ดีขึ้น แต่ยังสร้างความน่าเชื่อถือและส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว
จะเป็นอย่างไรเมื่อคุณเป็น People Pleaser ในที่ทำงาน
- งานล้นมือและหมดไฟ: คุณจะแบกรับงานมากเกินไป จนไม่มีเวลาพักผ่อนและเกิดภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout)
- ประสิทธิภาพลดลง: เมื่อมีงานมากเกินไป คุณภาพของงานที่ทำก็จะลดลง เพราะไม่สามารถทุ่มเทได้อย่างเต็มที่
- ความเครียดสะสม: การต้องแบกรับความคาดหวังของผู้อื่นและทำงานภายใต้แรงกดดันสูง ทำให้เกิดความเครียดเรื้อรัง
- เสียเวลาส่วนตัว: ไม่มีเวลาพักผ่อน ออกกำลังกาย หรือใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อนฝูง
- ไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง: แม้จะดูเป็นคนดี แต่การที่งานล้นมือและไม่สามารถจัดลำดับความสำคัญได้ อาจทำให้หัวหน้ามองว่าคุณยังขาดทักษะการบริหารจัดการ
- ความสัมพันธ์ที่ไม่สมดุล: อาจถูกเอาเปรียบจากเพื่อนร่วมงานที่รู้ว่าคุณไม่กล้าปฏิเสธ
วิธีฝึกใจให้กล้าปฏิเสธอย่างมืออาชีพในที่ทำงาน
การปฏิเสธในที่ทำงานไม่ใช่การใจร้าย แต่เป็นการ กำหนดขอบเขต (Boundaries) และบริหารจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ นี่คือขั้นตอนที่คุณสามารถนำไปปรับใช้
- ประเมินความสามารถและเวลาของตัวเองอย่างซื่อสัตย์
- ก่อนตอบรับคำขอใดๆ ให้ประเมินสถานะงานปัจจุบันของคุณก่อนว่ามีภาระงานมากน้อยแค่ไหน มีเวลาเหลือพอที่จะรับงานเพิ่มหรือไม่ การรับงานเพิ่มทั้งที่รู้ว่าทำไม่ไหว เป็นการสร้างปัญหาให้กับตัวเองและผู้อื่นในอนาคต
- คำถามที่ควรถามตัวเอง: "ตอนนี้ฉันมีเวลาเหลือพอสำหรับงานนี้ไหม?", "งานนี้สำคัญและเร่งด่วนแค่ไหนเมื่อเทียบกับงานอื่น?", "การรับงานนี้จะทำให้ฉันพลาดงานสำคัญอื่นๆ หรือไม่?"
- เลือกใช้คำพูดที่สุภาพ ชัดเจน และหนักแน่น
การปฏิเสธอย่างมืออาชีพ ไม่จำเป็นต้องใช้อารมณ์หรือคำพูดรุนแรง แต่เน้นความสุภาพและชัดเจนในเหตุผล
- หลีกเลี่ยง: "ไม่ว่างเลย" (อาจดูเหมือนไม่เต็มใจช่วย) หรือ "เดี๋ยวดูให้อีกทีนะ" (อาจสร้างความหวัง)
- ใช้: "ขอบคุณที่ไว้วางใจให้ช่วยงานนี้นะครับ/คะ แต่ตอนนี้ผม/หนูมีงาน [ระบุงานสำคัญที่กำลังทำอยู่ ที่ต้องเร่งให้เสร็จตามกำหนด เลยไม่สามารถรับเพิ่มได้จริงๆ ครับ/ค่ะ" - เสนอทางเลือกหรือวิธีแก้ปัญหา (ถ้าทำได้)
หากคุณไม่สามารถช่วยได้เต็มที่ ลองเสนอทางเลือกอื่นที่ยังคงแสดงความเต็มใจที่จะช่วยเหลือในระดับที่คุณรับไหว
ตัวอย่าง
"ผม/หนูช่วยเรื่องนี้ไม่ได้เต็มที่นะครับ/คะ แต่พอจะช่วยดูเอกสารให้ได้นิดหน่อย/แนะนำแหล่งข้อมูลให้ได้" - ไม่ต้องรู้สึกผิดกับการปฏิเสธ
จงตระหนักว่าการปฏิเสธอย่างมีเหตุผล เป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบต่อภาระงานหลักของคุณ และเป็นการบริหารเวลาอย่างชาญฉลาด ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นคนไม่ดีหรือไม่เต็มใจช่วย การดูแลตัวเองและงานของคุณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด คือสิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญ
จดจำไว้ว่า: การปฏิเสธคำขอหนึ่งครั้ง อาจช่วยให้คุณมีเวลาไปทำงานสำคัญอื่นๆ ได้ดีขึ้น และสุดท้ายแล้วผลงานที่ดีของคุณจะได้รับการยอมรับมากกว่าการตอบตกลงทุกอย่างแต่ทำงานออกมาไม่ดี
- ฝึกฝนและกำหนดขอบเขตให้ชัดเจน
การปฏิเสธเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝน ยิ่งคุณฝึกบ่อยขึ้นเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งมั่นใจและสามารถปฏิเสธได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้นเท่านั้น ค่อยๆ กำหนดขอบเขตความรับผิดชอบของตัวเองให้ชัดเจน และสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าอย่างสม่ำเสมอ
การเลิกเป็น People Pleaser ในที่ทำงานไม่ได้หมายถึงการเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่เป็นการ แสดงความเป็นมืออาชีพ และ บริหารจัดการชีวิตการทำงาน ของคุณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การเรียนรู้ที่จะปฏิเสธอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความเครียด เพิ่มคุณภาพงาน และสร้างความสมดุลให้กับชีวิตของคุณได้อย่างยั่งยืน จงเชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเอง และกล้าที่จะกล่าวคำว่า "ไม่" เมื่อจำเป็น เพื่อชีวิตการทำงานที่มีความสุขและประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




