เลิกเป็น People Pleaser ในที่ทำงาน วิธีฝึกใจให้กล้าปฏิเสธอย่างมืออาชีพ

เลิกเป็น People Pleaser ในที่ทำงาน วิธีฝึกใจให้กล้าปฏิเสธอย่างมืออาชีพ

เลิกเป็น People Pleaser ในที่ทำงาน วิธีฝึกใจให้กล้าปฏิเสธอย่างมืออาชีพ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ในโลกของการทำงาน การมีน้ำใจและช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานเป็นสิ่งที่ดี แต่เมื่อคุณกลายเป็น "People Pleaser" คนที่พยายามทำให้คนอื่นพึงพอใจ หรือคนที่มักจะตอบตกลงทุกคำขอ แม้กระทั่งเรื่องที่อยู่นอกเหนือความรับผิดชอบ หรือทำให้ตัวเองต้องแบกรับภาระมากเกินไป นั่นอาจนำไปสู่ความเครียด หมดไฟ และกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของคุณได้ การเรียนรู้ที่จะปฏิเสธอย่างมืออาชีพ ไม่เพียงช่วยให้คุณจัดการเวลาได้ดีขึ้น แต่ยังสร้างความน่าเชื่อถือและส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว

จะเป็นอย่างไรเมื่อคุณเป็น People Pleaser ในที่ทำงาน

  • งานล้นมือและหมดไฟ: คุณจะแบกรับงานมากเกินไป จนไม่มีเวลาพักผ่อนและเกิดภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout)
  • ประสิทธิภาพลดลง: เมื่อมีงานมากเกินไป คุณภาพของงานที่ทำก็จะลดลง เพราะไม่สามารถทุ่มเทได้อย่างเต็มที่
  • ความเครียดสะสม: การต้องแบกรับความคาดหวังของผู้อื่นและทำงานภายใต้แรงกดดันสูง ทำให้เกิดความเครียดเรื้อรัง
  • เสียเวลาส่วนตัว: ไม่มีเวลาพักผ่อน ออกกำลังกาย หรือใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อนฝูง
  • ไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง: แม้จะดูเป็นคนดี แต่การที่งานล้นมือและไม่สามารถจัดลำดับความสำคัญได้ อาจทำให้หัวหน้ามองว่าคุณยังขาดทักษะการบริหารจัดการ
  • ความสัมพันธ์ที่ไม่สมดุล: อาจถูกเอาเปรียบจากเพื่อนร่วมงานที่รู้ว่าคุณไม่กล้าปฏิเสธ

วิธีฝึกใจให้กล้าปฏิเสธอย่างมืออาชีพในที่ทำงาน

การปฏิเสธในที่ทำงานไม่ใช่การใจร้าย แต่เป็นการ กำหนดขอบเขต (Boundaries) และบริหารจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ นี่คือขั้นตอนที่คุณสามารถนำไปปรับใช้

  1. ประเมินความสามารถและเวลาของตัวเองอย่างซื่อสัตย์

      - ก่อนตอบรับคำขอใดๆ ให้ประเมินสถานะงานปัจจุบันของคุณก่อนว่ามีภาระงานมากน้อยแค่ไหน มีเวลาเหลือพอที่จะรับงานเพิ่มหรือไม่ การรับงานเพิ่มทั้งที่รู้ว่าทำไม่ไหว เป็นการสร้างปัญหาให้กับตัวเองและผู้อื่นในอนาคต

      - คำถามที่ควรถามตัวเอง: "ตอนนี้ฉันมีเวลาเหลือพอสำหรับงานนี้ไหม?", "งานนี้สำคัญและเร่งด่วนแค่ไหนเมื่อเทียบกับงานอื่น?", "การรับงานนี้จะทำให้ฉันพลาดงานสำคัญอื่นๆ หรือไม่?"

  2. เลือกใช้คำพูดที่สุภาพ ชัดเจน และหนักแน่น
    การปฏิเสธอย่างมืออาชีพ ไม่จำเป็นต้องใช้อารมณ์หรือคำพูดรุนแรง แต่เน้นความสุภาพและชัดเจนในเหตุผล
      - หลีกเลี่ยง: "ไม่ว่างเลย" (อาจดูเหมือนไม่เต็มใจช่วย) หรือ "เดี๋ยวดูให้อีกทีนะ" (อาจสร้างความหวัง)
      - ใช้: "ขอบคุณที่ไว้วางใจให้ช่วยงานนี้นะครับ/คะ แต่ตอนนี้ผม/หนูมีงาน [ระบุงานสำคัญที่กำลังทำอยู่ ที่ต้องเร่งให้เสร็จตามกำหนด เลยไม่สามารถรับเพิ่มได้จริงๆ ครับ/ค่ะ"

  3. เสนอทางเลือกหรือวิธีแก้ปัญหา (ถ้าทำได้)
    หากคุณไม่สามารถช่วยได้เต็มที่ ลองเสนอทางเลือกอื่นที่ยังคงแสดงความเต็มใจที่จะช่วยเหลือในระดับที่คุณรับไหว

    ตัวอย่าง 
    "ผม/หนูช่วยเรื่องนี้ไม่ได้เต็มที่นะครับ/คะ แต่พอจะช่วยดูเอกสารให้ได้นิดหน่อย/แนะนำแหล่งข้อมูลให้ได้"

  4. ไม่ต้องรู้สึกผิดกับการปฏิเสธ

    จงตระหนักว่าการปฏิเสธอย่างมีเหตุผล เป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบต่อภาระงานหลักของคุณ และเป็นการบริหารเวลาอย่างชาญฉลาด ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นคนไม่ดีหรือไม่เต็มใจช่วย การดูแลตัวเองและงานของคุณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด คือสิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญ

    จดจำไว้ว่า: การปฏิเสธคำขอหนึ่งครั้ง อาจช่วยให้คุณมีเวลาไปทำงานสำคัญอื่นๆ ได้ดีขึ้น และสุดท้ายแล้วผลงานที่ดีของคุณจะได้รับการยอมรับมากกว่าการตอบตกลงทุกอย่างแต่ทำงานออกมาไม่ดี

  5. ฝึกฝนและกำหนดขอบเขตให้ชัดเจน
    การปฏิเสธเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝน ยิ่งคุณฝึกบ่อยขึ้นเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งมั่นใจและสามารถปฏิเสธได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้นเท่านั้น ค่อยๆ กำหนดขอบเขตความรับผิดชอบของตัวเองให้ชัดเจน และสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าอย่างสม่ำเสมอ

การเลิกเป็น People Pleaser ในที่ทำงานไม่ได้หมายถึงการเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่เป็นการ แสดงความเป็นมืออาชีพ และ บริหารจัดการชีวิตการทำงาน ของคุณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การเรียนรู้ที่จะปฏิเสธอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความเครียด เพิ่มคุณภาพงาน และสร้างความสมดุลให้กับชีวิตของคุณได้อย่างยั่งยืน จงเชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเอง และกล้าที่จะกล่าวคำว่า "ไม่" เมื่อจำเป็น เพื่อชีวิตการทำงานที่มีความสุขและประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล