.jpg?ip/crop/w670h402/q80/jpg)
ในแต่ละปีจะมีคนมากมายที่ตั้งเป้าในการเปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงตัวเองช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ปีใหม่ แต่จากผลสำรวจกลับพบว่า New Year Resolution สำหรับคนส่วนใหญ่แล้วมักจะล้มเหลวเมื่อผ่านไปได้ประมาณ 1 เดือน
แต่โอกาสแก้ตัวยังมีเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางปี ที่ยังมีเวลาเหลืออีก 6 เดือน สำหรับการเปลี่ยนแปลงให้ชีวิตคุณดีขึ้นในทุกทาง และรอบนี้ลองใช้เทคนิคการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่วางเอาไว้ โดยลองทำตามเทคนิคที่ Tonkit360 นำมาฝากคุณผู้อ่านในสัปดาห์นี้กันดู
คนทั่วไปเมื่อตั้งเป้าหมายมักจะเริ่มจากเป้าหมายใหญ่เอาไว้ก่อน ซึ่งทำให้เกิดอาการท้อถอยได้ง่าย ดังนั้น จึงควรเริ่มต้นจากเป้าหมายเล็ก ๆ ที่เป็นการแบ่งย่อยออกมาจากเป้าหมายใหญ่ เพราะทุกครั้งที่ทำเป้าหมายเล็ก ๆ นั้นสำเร็จก็จะทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น แล้วเราก็จะสะสมความสามารถและกำลังใจจนไปได้ถึงด่านสุดท้าย หรือเป้าหมายสูงสุดของเราในที่สุด
ในการไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ข้อสำคัญต้องประเมินศักยภาพของตนเองก่อน ถ้ารู้สึกว่าตัวเองยังมีทักษะความสามารถหรือแรงจูงใจไม่มากพอที่จะให้ลงมือทำตามสิ่งที่คิดไว้ ให้ลองตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ดูก่อนเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในตนเอง ก่อนที่จะเดินหน้าไปสู่เป้าหมายต่อไป
ไม่ว่าเป้าหมายที่เราตั้งไว้จะเป็นอะไรก็ตาม จะใหญ่หรือเล็ก จะยากหรือง่าย หากเรามีความเชื่อมั่นว่า เรามีความสามารถมากเพียงพอ และมีแรงจูงใจแรงปรารถนาในเป้าหมายนั้นอย่างแรงกล้า (Passion) ก็จงอย่าลังเลที่จะทำมันแต่จงแน่วแน่ในเป้าหมาย แม้บางคราจะรู้สึกว่ายากเหลือเกิน โดยเฉพาะในช่วงแรก แต่จงบอกตนเองไว้เสมอว่า ถ้าเรามุ่งมั่นมากพอ ผลลัพธ์จะเป็นเครื่องพิสูจน์เอง
หลังจากตั้งเป้าหมายได้แล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ การวางแผน ซึ่งการวางแผนให้ชัดเจนประกอบไปด้วย
แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะเปลี่ยนแผนไม่ได้ เพราะถ้ายึดติดมากเกินไปก็จะทำให้เราเครียดจนเลิกทำได้เช่นกัน ดังนั้น แผนที่วางไว้อาจสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ที่เหมาะสม
การผัดวันประกันพรุ่ง คืออุปสรรคใหญ่ที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เราไปไม่ถึงเป้าหมาย ดังนั้น หลังจากเรากำหนดเป้าหมาย และวางแผนเสร็จแล้ว เราควรเริ่มต้นลงมือทำโดยทันที อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย