ผิดอย่าแถ…เอ้ย อย่าอ้าง! รวมการ์ด 10 ประเภทที่ใช้ "หงายการ์ด" แก้ตัวในโอกาสต่างๆ

ผิดอย่าแถ…เอ้ย อย่าอ้าง! รวมการ์ด 10 ประเภทที่ใช้ "หงายการ์ด" แก้ตัวในโอกาสต่างๆ
Amarintv

สนับสนุนเนื้อหา

กลายเป็นควันหลงที่ไล่หลังตามมาพร้อมกระแสข่าวดราม่าซะทุกครั้ง เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่โดนหลักฐานมัดซะอยู่หมัดจนต้องหาทางออกด้วยการขอความเห็นใจจากสังคม ผ่านการใช้สิ่งที่ชาวเน็ตตั้งชื่อเรียกให้ว่า "การ์ด" ซึ่งก็ประกอบด้วยหน้าไพ่ที่แตกต่างกันไปตามแต่สถานการณ์ และเป้าหมายในการใช้งาน ที่ส่วนใหญ่ตอนแรกมักจะดูมีความสมเหตุสมผลดี แต่พอใช้ไปนานๆ เข้า ก็เริ่มเสื่อมความน่าเชื่อถือ จนบางครั้งก็ดูเหมือนเป็นการข้ออ้างชวนสีข้างถลอก มากกว่าจะเป็นเหตุผลดีๆ ที่พอจะทำให้ใครเชื่อถือได้ อย่างเช่นบรรดาหน้าไพ่ที่เห็นกันบ่อยๆ ข้างล่างนี้

10 ประเภทที่ใช้ "หงายการ์ด" แก้ตัวในโอกาสต่างๆ

ใบที่ 1 – ลูกฉันเป็นคนดี!

เห็นบ่อยๆ ในดราม่าที่มีเด็กและเยาวชนมาเกี่ยวข้อง และดูเหมือนหลักฐานหลายๆ อย่างที่บ่งชี้ชัดเจนว่า เจ้าหนูตาใสที่อยู่ในข่าวน่ะผิดเต็มๆ ก็มักจะมีข้อมูลจากสื่อหรือคนใกล้ตัวที่ออกมาแก้ต่างว่า…เขาเป็นคนดีจริงๆ นะ! แม้ว่าโดยสามัญสำนึกของคนทั่วไปก็คงจะทราบดีว่า…คนดีๆ เขาไม่มีข่าวแบบนี้กันหรอก!

ใบที่ 2 – โลกสวย

ต้องยอมรับว่าการ์ดใบนี้ใช้ได้ในหลายสถานการณ์จริงๆ ตั้งแต่การวิงวอนให้กระแสสังคมเอนเอียงมาเข้าข้างทางตน ไปจนถึงใช้โต้ตอบกระแสสังคมส่วนใหญ่ในทำนองว่า…อย่ามาโลกสวยกับฉันนะ เพราะโลกแห่งความจริงมันเป็นแบบนั้นแบบนี้ บลาๆๆๆ

ใบที่ 3 – โรคซึมเศร้า

โอเคล่ะว่าโรคนี้มีอยู่จริง และมีคนจำนวนไม่น้อยที่ป่วยเป็นโรคนี้ แต่เมื่อข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างแพร่หลาย ก็อย่าแปลกใจที่จะคนบางกลุ่มที่ตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม จะใช้อาการของโรคนี้เป็นข้อแก้ต่างในบางการกระทำของตัวเอง โดยหวังว่า…ความป่วยจะช่วยเยียวยาความผิดของตัวเองได้

ใบที่ 4 – เฟซบุ๊กโดนแฮก

เมื่อโลกออนไลน์กลายเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสดราม่า ผู้ต้องเป็นเหยื่อดราม่าบางคนจึงเริ่มแก้ปัญหาด้วยวิธีย้อนกลับ นั่นคือให้จำเลยเป็นโลกโซเชียลไปซะเลย เพราะยังไงก็คงไม่มีใครรู้หรอกว่า…ปมดราม่าที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะมือเจ้าของเฟซบุ๊กลั่นเอง หรือเพราะมีคนอื่นมาทำให้ลั่นกันแน่

ใบที่ 5 – ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง

เรียกว่าเป็นการ์ดใบล่าสุดที่เพิ่งถูกนำมาใช้ในกรณีรุ่นพี่ทำร้ายรุ่นน้อง จนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ซึ่งแน่นอนว่าเราทุกคนต่างก็เคยผ่านช่วงที่ฮอร์โมนขึ้นๆ ลงๆ กันมาทั้งนั้น แต่ก็ไม่มีใครเคยลงมือทำร้ายคนที่ด้อยกว่าแบบนี้…หรือว่าเคย!?

ใบที่ 6 – รู้เท่าไม่ถึงการณ์

การ์ดใบคลาสสิคที่สุด และยังคงใช้งานกันมาจนถึงทุกวันนี้ ที่เรียกว่าเป็นทางออกสุดท้ายและท้ายสุด สำหรับผู้ตกเป็นกระแสดราม่าและอยากจบเรื่องนี้ ซึ่งในช่วงแรกก็อาจจะได้ผลดีและสังคมพร้อมให้อภัย แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป…ดูเหมือนการ์ดใบนี้นอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว มันยังกลายเป็นการโหมไฟดราม่าให้แรงขึ้นอีกต่างหาก

ใบที่ 7 – แค่หยอกเล่นขำๆ

การ์ดอีกหนึ่งใบที่ใช้กันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เมื่อรู้สึกว่าดราม่าที่ตัวเองจุดเริ่มไปไกลจนเกินควบคุมได้ ก็ต้องหาคำแก้ตัวสวยๆ เพื่อทำให้รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ได้ใหญ่อย่างที่คิด

ใบที่ 8 – โรคประสาท

คล้ายๆ กับการ์ดโรคซึมเศร้า แต่ใบนี้มักจะใช้ในกรณีที่ใหญ่กว่ามาก เพราะสังคมไทยเรามีสุภาษิตสวยๆ ว่า "อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา" จึงไม่แปลกหากปัญหาใหญ่ๆ หรือดราม่ามากมาย จะสะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยมีผู้ป่วยทางจิตเยอะเลยทีเดียว

ใบที่ 9 – ต้องหาเลี้ยงครอบครัว

ในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ หรือการถูกแฉเรื่องการทำมาหากินที่ไม่สุจริต และกระแสสังคมเริ่มไล่ต้อนบุคคลในข่าวซะจนแต้ม อีกหนึ่งประโยคคลาสสิคที่เราได้ยินกันบ่อยๆ นั่นคือข้ออ้างว่า "ต้องหาเลี้ยงครอบครัว" แน่นอนว่ามันน่าเห็นใจนะกับการเอาครอบครัวมาอ้าง แต่ก็อย่างลืมนะว่า…ไม่ใช่แค่คุณคนเดียวที่ต้องหาเลี้ยงตัวเองและคนทางบ้าน และความอยากจนก็ไม่ใช่ข้ออ้างในการทำผิดกฎหมาย

ใบที่ 10 – ขอโทษแล้วจะเอาอะไรอีก!!

ถ้าการขอโทษทำให้ปัญหาทุกอย่างจบได้ เชื่อว่าป่านนี้สังคมไทยคงสงบเรียบร้อยกว่านี้มาก และเชื่อเถอะ…ไม่ใช่ปัญหาทุกเรื่องจะสามารถจบได้ เพราะการขอโทษเสมอไป

ติดตามSanook! Campus

ติดตาม Sanook! Campus