
MmaQ บอยแบนด์ลาว "หนุ่มน่าฮัก" คัดจาก เฟซบุ๊ก
เห็นความเคลื่อนไหว ความรุ่งเริ่ดเฉิดฉายของวงการเพลงระดับอินเตอร์ทั้งฝั่งอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น และ เกาหลีมาก็เยอะแล้ว ช่วงนี้กระแสความตื่นตัวเกี่ยวกับอาเซียนกำลังมาแรง น่าที่จะทำความรู้จักวงการเพลงของเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของเราบ้าง คงจะมีสีสันน่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากัน
"ดีไลฟ์" จึงได้ชักชวนบอยแบนด์เบอร์ล่าสุดจากฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) หนุ่ม ๆ วัย 20 ต้น ๆ
ชื่อวง "เอ็มแม็ก" (MmaQ) จากค่ายเพลง "มวนซน มีเดีย" มีสมาชิก 4 คน ประกอบด้วย วิลลี่ อาโนะ เทเลอร์ และบอย ด้วยหน้าตาหล่อใสบวกภาพลักษณ์ที่ดูดีของพวกเขาน่าจะครองใจวัยรุ่นได้ไม่ยาก และหนึ่งสาว "เลดี้ เมโลดี้" นักร้องหน้าใหม่ ที่เคยจะเป็นหนึ่งในเกิร์ลกรุ๊ปชื่อวง "เมโลดี้" แต่พอรวมตัวฝึกซ้อมได้ระยะหนึ่งเพื่อนร่วมวงติดภารกิจถอนตัวกันหมด เหลือเธอคนเดียวที่ยังเดินหน้าจะเป็นนักร้อง เธอจึงใช้ชื่อ "เลดี้ เมโลดี้"

พวกเขา/เธอเป็นตัวแทนนักร้องจากนครหลวงเวียงจันทน์ ที่จะมาฉายภาพรวมของวงการเพลงลาวว่า ตลาดศิลปินลาวปัจจุบันคึกคักขนาดไหน มีวิธีการคัดสรรปั้นนักร้องออกสู่ตลาดอย่างไร
วิธีการหาศิลปินหน้าใหม่มาประดับวงการบันเทิงลาวตอนนี้ใช้วิธีการสรรหาจากโซเชียลเน็ตเวิร์ก และเลือกจากหน้าตาเป็นหลัก แมวมองจะตามไปดูแววในโปรไฟล์ทางเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หากเจอเด็กหน้าตาดีและโปรไฟล์ดีพอจะปั้นได้ทางค่ายจะเรียกเข้าสังกัด ส่วนน้ำเสียงเป็นเรื่องรองที่ฝึกฝนกันได้
นอกเหนือจากนั้นคือ คนที่มั่นใจในตัวเองเดินเข้าไปหาค่ายแล้วออดิชั่น-แคสติ้ง ถ้าเข้าท่าค่ายก็รับเลย
วิธีการแบบนี้ต้องใช้ความพยายามมากกว่าแบบที่ค่ายเลือกเอง บางคนอาจจะต้องออดิชั่น-แคสติ้งหลายครั้ง ซึ่งนักร้องที่เราได้คุยด้วยนั้นเป็นผลผลิตของค่ายเพลงที่เดินมาจากสองช่องทางที่กล่าวมา
หากวัดจำนวนเวทีประกวดแล้วแวดวงดนตรีลาวยังมีเวทีน้อยกว่าไทยมาก เมืองไทยที่มีเวทีประกวดมากมายที่เปิดโอกาสต้อนรับคนที่มั่นใจว่าตัวเอง "มีดีพอ"
เอ็มแม็กบอกว่า เพลงที่ลาวก็คล้ายไทย มีครบทุกแนว พ็อป ร็อก อาร์แอนด์บี ลูกทุ่ง เพื่อชีวิต ส่วนกระแสนักร้องเกาหลีก็มีบ้าง แต่ไม่แรงมากอย่างในไทย ส่วนมากคนลาวจะนิยมฟังเพลงสากลฝั่งตะวันตก เช่น เลดี้ กาก้า จัสติน ทิมเบอร์เลก สำหรับนักร้องไทยที่ดังมากคือ "ป๋าเบิร์ด" ธงไชย
ค่ายเพลงทั่วประเทศลาวมีเกือบ 10 ค่าย ใหญ่ที่สุดและเปิดมานานที่สุดคือค่าย "อินดี้ เรกคอร์ด" ส่วนค่ายอันดับ 2 คือ "มวนซนมีเดีย" ซึ่งเป็นต้นสังกัดของใหญ่ทั้งเอ็มแม็ก และเลดี้ เมโลดี้
พวกเขาบอกว่าจำนวนนักร้องรวมทั้งประเทศก็มีอยู่มากแต่ไม่ถึงพันคน
"จำนวนนี้ถือว่ามาก เพราะตลาดในลาวยังน้อย ทั้งประเทศมีประชากรแค่ 7 ล้านคน ประชากรน้อยกว่าไทยมาก เป็นนักร้องเพลงพ็อปมากที่สุด เพราะคนฟังเพลงเป็นวัยรุ่นซะเยอะ วัยรุ่นก็จะสนใจเพลงพ็อปมากที่สุด รองลงมาคือเพลงร็อก ส่วนผู้ใหญ่ก็ชอบเพลงลูกทุ่ง" บอยแบนด์วงเอ็มแม็กให้สัมภาษณ์

ด้านนักร้องสาวเลดี้ อธิบายถึงการแข่งขันของวงการเพลงไว้ว่า
"สุดยอด... แข่งขันสูง โดยเฉพาะมิวสิกวิดีโอแข่งกันเข้มข้นมาก แต่มีจุดดีอย่างหนึ่งคือ สามารถร่วมเวทีกันได้ ไม่ได้แยกค่ายว่าเป็นคู่แข่งกันแล้วร่วมงานกันไม่ได้"
ถามถึงการออกอัลบั้ม การขายซีดี และรายได้ของนักร้อง พวกเขาบอกว่ารายได้จากการขายซีดีน้อยมาก นักร้องจึงไม่ค่อยได้ทำซีดีขายกันแล้ว เพราะตอนนี้มีหลายช่องทางให้คนได้ฟังเพลงโดยไม่ต้องซื้อซีดี ไม่ว่าจะเป็นยูทูบ เฟซบุ๊ก หรือสื่ออื่น ๆ
ตอนนี้ใช้ระบบดาวน์โหลดเป็นเพลง ๆ ไป แต่รายได้ส่วนใหญ่ของนักร้องมาจากการแสดงคอนเสิร์ต และออกงานอีเวนต์
เลดี้บอกอีกว่า แม้จะไม่ได้ขายซีดีเหมือนก่อน แต่ตลาดเพลงลาวขยายขึ้นและพัฒนาขึ้นเยอะ เพราะนักร้องมีการพัฒนาตัวเอง อยากทัดเทียมประเทศอื่น รวมทั้งความก้าวหน้าของเทคโนโลยี มีช่องทางการเผยแพร่มากขึ้น แต่เมื่อมองไปที่วงการเพลงของประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศไทย ทำให้รู้สึกว่าวงการเพลงลาวยังต้องพัฒนาอีกมาก แต่ในแง่ความนิยมของคนฟังเพลงมากขึ้น
"เพลงลาวต้องชัดเจน ใช้ภาษาลาว ถ้าจะผสมผสานภาษาอื่นก็จะมีภาษาอังกฤษบ้าง เพราะต้องการสื่อออกไปให้เข้าใจในระดับสากล แต่ภาษาอื่นยังไม่มี จุดเด่นของวงการเพลงลาวคือนักร้องลาวจะภูมิใจและรักษาความเป็นลาว ทั้งภาษาและการแต่งกายของนักร้อง เวลาไปร่วมงานจะเน้นสวมใส่ผ้าไหมลาวที่เห็นปุ๊บจะรู้ทันทีว่าเป็นลาว
สิ่งสำคัญคือนักร้องลาวยอมรับคำติชมเพื่อพัฒนาแต่จะพัฒนาโดยยังคงรักษาวัฒนธรรมของตนเองไว้ ไม่พัฒนาจนไม่เหลือความเป็นตัวเอง ส่วนจุดอ่อนคือยังขาดการส่งเสริม เรานิยมกันเองในระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่มีการส่งเสริมกันให้ไปสูงกว่านั้น" นักร้องสาวกล่าว
สำหรับบอยแบนด์เอ็มแม็ก เล่าถึงที่มาว่าพวกเขารวมตัวกันโดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อน แต่มีค่ายเพลงจัดให้

"วิลลี่" หัวหน้าวง ถูกดึงเข้าวงการจากรูปและโปรไฟล์ในเฟซบุ๊ก แบบเดียวกับ "เทเลอร์" ที่ค่ายเห็นโปรไฟล์ในเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม รวมทั้งก่อนหน้านั้นเทเลอร์เคยประกวดค้นหาพิธีกรและนักร้อง ได้รางวัลชนะเลิศสายนักร้อง ทางค่ายจึงสนใจ
ส่วน "อาโนะ" เคยเป็นนักร้องเดี่ยวมาก่อน แต่ต้องไปเรียนญี่ปุ่นจึงต้องหยุดเส้นทางการเป็นนักร้องลง พอเรียนจบกลับมาได้ยินว่าเอ็มแม็กจะรับสมาชิกเพิ่ม จึงลองเข้าไปคุยกับค่าย
"แรก ๆ คิดว่าจะไม่ได้ เพราะเอ็มแม็กต้องเต้น แต่อาโนะเต้นไม่เป็น" เจ้าตัวเล่า
คนสุดท้าย "หนุ่มบอย" มาเหนือกว่าทุกคน ด้วยความที่เป็นเพื่อนของน้องชายผู้จัดการค่าย ไปมาหาสู่กันตลอด ทางค่ายเห็นแววจึงชักชวนให้เข้าไปเป็นนักร้องในวง
บอยบอกว่าตอนแรกรู้สึกว่าไม่ไหว เต้นก็ไม่เป็น ร้องเพลงก็ไม่ได้ แล้วเป็นคนมาทีหลังเพื่อนด้วย "แต่บอยเป็นคนหัวไว พัฒนาการไว ทั้งเรื่องเต้นร้อง" วิลลี่เสริม
"สไตล์แต่ละคนดูแล้วตอนแรกคิดว่าจะเข้ากันไม่ได้ แต่ก็ปรับเข้าหากันได้" บอยพูดถึงความรู้สึกเมื่อแรกเจอเพื่อนร่วมวง ก่อนที่ทุกคนจะช่วยกันอธิบายความเป็นตัวเองอย่างสนุกสนาน
อาโนะ ชอบเพลงลูกทุ่ง เป็นคนสุภาพ เคยเรียนที่ญี่ปุ่นจึงติดความเป็นญี่ปุ่นทั้งวัฒนธรรม การอยู่กิน นิสัย การแต่งกายที่ญี่ปุ่น
บอย เป็นสไตล์เรียบเท่ ชอบเพลงฮิปฮอปและเพลงร็อก เป็นคนสบาย ๆ การแต่งกายชอบเรียบ ๆ แต่ดูดี ชอบเพลงอาร์แอนด์บี
เทเลอร์ ชอบเพลงพ็อป อาร์แอนด์บีฝั่งอเมริกา แต่เคยไปเรียนเกาหลีใต้จึงซึมซับวัฒนธรรมและสไตล์มาจากเกาหลีมามากพอสมควร ส่วนการแต่งตัวชอบสีสัน คัลเลอร์ฟูล และเป็นผู้ดูแลลุกของวง เสื้อผ้าหน้าผมของทุกคนต้องผ่านเทเลอร์ก่อน
แม้จะดูไม่น่าจะเข้ากันได้ แต่เมื่อรวมกันแล้วพวกเขาแทบไม่ต้องปรับอะไรมาก แต่สิ่งที่ต้องจูนให้ตรงกันมากที่สุดคือ "เรื่องเวลา"
พวกเขาต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก เพราะมีเวลาจำกัด ต้องคลอดผลงานเพลงออกมา 5-6 เดือนหลังรวมตัว เมืื่อปล่อยเพลง "บ่ต้องบอกให้ลืม" และ "Never Stop" ออกมาก็ได้รับการตอบรับดีทีเดียว
พวกเขาเริ่มได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศและได้ข้ามมาโชว์ที่ฝั่งไทย อีกทั้งยังถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักร้องเพลงพ็อปยอดนิยมจากเวที "ลาว มิวสิก อะวอร์ด" ครั้งล่าสุดด้วย
ในอนาคตทางค่ายอาจจะส่งออก 4 หนุ่มไปตีตลาดเพลงในประเทศใกล้เคียงอย่างจีน ไทย เวียดนาม
เป็นความคาดหวังที่พวกเขาอยากไปให้ถึง แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ ทั้ง 4 หนุ่มบอกว่า "ไม่อาจคาดเดา แต่จะทำให้ดีที่สุด"