World Economic Forum จัดอันดับการศึกษาไทยในเวทีโลก
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ca/0/ud/273/1369862/edu01150956p1.jpgWorld Economic Forum จัดอันดับการศึกษาไทยในเวทีโลก

World Economic Forum จัดอันดับการศึกษาไทยในเวทีโลก

แชร์เรื่องนี้

คอลัมน์ มติชนมติครู


การจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันปี 2013 ? 2014 จากรายงานของ The Global Competitiveness Report 2013 ? 2014 : World Economic Forum (WEF) เป็นการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศทางเศรษฐกิจ ประกอบด้วยตัวชี้วัดในแต่ละด้าน หรือเรียกว่า เสาหลัก (Pillar) มีทั้งหมด 12 เสาหลัก ซึ่งการศึกษาเป็นตัวชี้วัดหนึ่งที่อยู่ในเสาหลักสุขภาพและการประถมศึกษา(Pillar 4 : Health and Primary Education) และเสาหลักการอุดมศึกษาและการฝึกอบรม (Pillar 5 : Higher Education and Training) นอกจากยังมีเสาหลักอื่น เช่น เสาหลักโครงสร้างพื้นฐาน (Pillar 2 : Infrastructure) เสาหลักประสิทธิภาพสินค้าและการตลาด (Pillar 6 : Goods Market Efficiency) เสาหลักประสิทธิภาพตลาดแรงงาน (Pillar 7 : Labor Market Efficiency) เป็นต้น การจัดอันดับ WEF 2013 ครั้งนี้มีประเทศที่เข้าร่วม 148 ประเทศ ประเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจอยู่ลำดับที่ 37 ต่ำกว่าประเทศในภูมิภาค เอเชีย ได้แก่ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย บรูไน และจีน แต่จากการจัดอันดับในภาพรวมนี้ ประเทศไทยดีขึ้น 1 อันดับ จากอันดับที่ 38 เป็น 37 หรือ ถ้าจะกล่าวถึงกลุ่มประเทศอาเซียน บวก 6 ประเทศไทยก็เป็นอันดับที่ 9 จาก 16 ประเทศ ดีกว่ากลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน คือ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา และพม่า มีเพียง 3 ประเทศ ที่อันดับสูงกว่าประเทศไทย คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย และบรูไนเท่านั้น

ความสามารถในการแข่งขัน ประเทศไทย ดีขึ้น 1 อันดับ จากอันดับที่ 38 เป็น 37

และมีอันดับที่เหนือกว่าประเทศอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม

ที่มา : World Economic Forum 2013.

ด้านการศึกษา ประกอบด้วยตัวชี้วัด 8 ตัว คือ คุณภาพการจัดการศึกษาระดับประถมศึกษา (Quality of Primary Education) อัตราการเข้าเรียนระดับประถมศึกษาสุทธิ (Primary Education enrollment rate) อัตราการเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษา (Secondary Education Enrollment Rate อัตราการเข้าเรียนระดับอุดมศึกษาสุทธิ (Tertiary Education Enrollment Rate) คุณภาพของระบบการศึกษา (Quality of the Educational System) คุณภาพของโรงเรียนที่สอนคณิต-วิทย์ (Quality of Math and Science Education) คุณภาพของโรงเรียนที่สอนการบริหารจัดการ (Quality of Management Schools) การเข้าถึงการใช้อินเตอร์เน็ทในโรงเรียน (Internet Access in Schools) การวิจัยเฉพาะทางของท้องถิ่นและการให้บริการฝึกอบรม (Local Availability of Specialized Research and Training Services) และขอบเขตการฝึกอบรมพนักงาน (Extent of Staff Training)

ผลสำรวจการจัดอันดับ มองด้านคุณภาพและโอกาสการเข้าถึงการศึกษา พบว่า คุณภาพการจัดการศึกษาระดับประถมศึกษา (Quality of Primary Education) แม้คะแนนคุณภาพจะดีขึ้น แต่อันดับลดลง 4 อันดับ จากอันดับที่ 82 ลงมาเป็นอันดับที่ 86

คุณภาพการจัดการศึกษาระดับประถมศึกษา ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 86

แต่เป็นอันดับที่ 7 ของ ASEAN

ที่มา : World Economic Forum 2013.

เช่นเดียวกับ โอกาสการเข้าเรียนในระดับประถมศึกษา ของประชากรวัยเรียนอายุ 6-11 ปี ที่เท่าเดิมกับปีก่อนร้อยละ 89.7 ในขณะที่ ประชากรอายุ 12-17 ปี มีโอกาสเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาลดลงร้อยละ 1 และโอกาสในการเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาก็ลดลงร้อยละ 1 เช่นเดียวกัน

ในตัวชี้วัดโอกาสการเข้าเรียนนี้ คงจะต้องหาวิธีในการให้เด็กทุกคนที่อายุอยู่ในวัยเรียน ระหว่าง 6 ? 11 ปี ได้เข้าเรียนในระดับประถมศึกษาได้ทุกคน และเด็กที่จบประถมศึกษาแล้ว อายุระหว่าง12 ? 17 ปี ได้เรียนต่อในระดับมัธยมศึกษามากขึ้น เด็กที่จบมัธยมศึกษาแล้ว ก็ต้องส่งเสริมเปิดโอกาสให้ได้เรียนถึงระดับปริญญาให้มากขึ้น ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้วก็สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ อย่างทั่วถึง และเป็นธรรม เพียงแต่ตัวชี้วัดเหล่านี้ไม่ค่อยมีการกล่าวถึง และยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนน้อยไป

อัตราการเข้าเรียนระดับประถมศึกษาสุทธิ ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 101

แต่เป็นอันดับที่ 8 ของ ASEAN

ที่มา : World Economic Forum 2013.

อัตราการเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษา ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 94

แต่เป็นอันดับที่ 5 ของ ASEAN

ที่มา : World Economic Forum 2013.

การเข้าเรียนระดับอุดมศึกษา ประเทศไทย อยู่ลำดับที่ 55

เป็นอันดับที่ 2 ของ ASEAN

ที่มา : World Economic Forum 2013.

การสำรวจคุณภาพของระบบการศึกษา (Quality of the Educational System) พบว่า มีคะแนนคุณภาพดีขึ้น จากร้อยละ 3.5 เป็น ร้อยละ 3.6 แต่อันดับยังเท่าเดิม (78) ใกล้เคียงกับประเทศกัมพูชา (76) และมีอันดับเหนือเวียดนาม (95)

คุณภาพของระบบการศึกษา ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 78

แต่เป็นอันดับที่ 7 ของ ASEAN

ที่มา : World Economic Forum 2013.

ตัวชี้วัดที่สะท้อนการพัฒนาแบบก้าวกระโดด คือ ตัวชี้วัดคุณภาพของโรงเรียนที่สอนการบริหารจัดการ (Quality of Management Schools) พบว่า มีคุณภาพดีขึ้นมากที่สุดในลักษณะก้าวกระโดด ถึง 9 อันดับ จากเดิมที่เคยอยู่ในอันดับที่ 62 ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 53 ใกล้เคียงกับประเทศบรูไน ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 52 ในขณะเดียวกันเรื่องคุณภาพการศึกษาคณิต-วิทย์ในโรงเรียน (Quality of Math and Science Education) ไทยมีอันดับหล่นจาก 61 เป็น อันดับที่ 80 แต่เหนือกว่าเวียดนามเล็กน้อย

คุณภาพของโรงเรียนที่สอนการบริหารจัดการ ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 53

ในขณะที่คุณภาพการศึกษาคณิต ? วิทย์ในโรงเรียน ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 80

แต่เป็นอันดับที่ 5 ของ ASEAN ทั้งสองด้าน

ที่มา : World Economic Forum 2013.

การเข้าถึงการใช้อินเทอร์เน็ตในโรงเรียน (Internet Access in Schools)

ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 65 แต่เป็นอันดับที่ 6 ของ ASEAN

ที่มา : World Economic Forum 2013.

การนำผลงานวิจัยเฉพาะทางระดับท้องถิ่นและการให้บริการฝึกอบรม

(Local Availability of Specialized Research and Training Services)

ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 64 แต่เป็นอันดับที่ 5 ของ ASEAN

ที่มา : World Economic Forum 2013.

ขอบเขตของการฝึกอบรม (Extent of Staff Training)

ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 50 แต่เป็นอันดับที่ 6 ของ ASEAN

ที่มา : World Economic Forum 2013.

แม้ตัวชี้วัดด้านการศึกษาในแต่ละเสาหลัก (Pillar) จะมีอันดับลดลง แต่ในภาพรวมความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยดีขึ้น 1 อันดับ จาก 38 เป็น 37 เพราะตัวชี้วัดจากเสาหลักอื่นมีคะแนนในการประเมินสูง จึงทำให้ภาพรวมของประเทศไทยได้รับอันดับที่ดีขึ้น แต่หากคุณภาพทางการศึกษาของประเทศไทยในทุกด้านได้รับการพัฒนาและยกระดับในภาพรวม ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย จะได้รับการปรับอันดับให้ดีกว่านี้อีกมาก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาด้านการศึกษา ไม่เพียงแต่การยกระดับผลสัมฤทธิ์การทดสอบ PISA แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการ เช่น การเพิ่มอัตราส่วนร้อยละของนักเรียนที่จะเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษา และอัตราการเข้าเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ทุกภาคส่วนได้รวมพลังรวมขับเคลื่อนการศึกษาของประเทศไทย เพราะเห็นความสำคัญของการศึกษา เพื่ออนาคตของคนไทยทุกคน