"โรงเรียนใต้ดิน"ที่อัฟกานิสถาน...หนูอยากเรียนทุกอย่างให้หมดเลยŽ!!!
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ca/0/ud/224/1123161/13544338321354433879l.jpg"โรงเรียนใต้ดิน"ที่อัฟกานิสถาน...หนูอยากเรียนทุกอย่างให้หมดเลยŽ!!!

"โรงเรียนใต้ดิน"ที่อัฟกานิสถาน...หนูอยากเรียนทุกอย่างให้หมดเลยŽ!!!

แชร์เรื่องนี้

โดย ปิยมิตร ปัญญา piyamitara@gmail.com ต่างประเทศ มติชน 2 ธันวาคม 2555


สปีนาŽ เมืองขนาดย่อมบนไหล่เขาริมขอบทางด้านตะวันออกของจังหวัดปักติกา จังหวัดทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน เล็กขนาดชวนให้เรียกว่าเป็น หมู่บ้านŽ มากกว่าการเป็น เมืองŽ ในนิยามทั่วไป เมืองนี้ก็เป็นเช่นเดียวกับอีกหลายๆ เมืองในประเทศที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ และขาดแคลนอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เมืองอื่นๆ ทั่วโลกมี

แต่ที่นี่มี นามิซาดŽ ที่เปรียบเหมือนดอกไม้สีสันสดสวยผุดโผล่ขึ้นมาในท่ามกลางความแห้งแล้งกันดาร เหมือนรอยยิ้มสดใสเปี่ยมความหวังที่พลันผุดพรายขึ้นมาในองคาพยพของสังคมที่กะพร่องกะแพร่งอัมพาตไปแทบหมดสิ้น

นามิซาดŽ เป็นชื่อโรงเรียนของชายหนุ่มสองพี่น้องวัยสามสิบต้นๆ แต่ที่ต่างออกไปจากที่อื่นใดในโลกก็คือ นามิซาดŽ เป็น โรงเรียนใต้ดินŽ

โรงเรียนใต้ดินŽ ที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ทั้งผู้สอนทั้งนักเรียน เสี่ยงกันแบบเอาชีวิตเข้าแลก

ชายหนุ่มสองพี่น้องที่จำเป็นต้องปกปิดชื่อเพื่อความปลอดภัย ก่อตั้งโรงเรียนใต้ดินแห่งนี้ขึ้นมาเมื่อ 5 ปีก่อน ไม่นานหลังจากที่ โรงเรียนบนดินŽ สำหรับเด็กผู้หญิงชาวอัฟกันที่อยู่ห่างออกไปราว 2 กิโลเมตร ถูกทาลิบันข่มขู่คุกคามจนต้องปิดตัวลงแบบถาวร

สองพี่น้อง หนึ่งในจำนวนคนเพียงหยิบมือในเมืองที่มีความรู้ระดับ อ่านออกเขียนได้Ž ตัดสินใจใช้ห้องนั่งเล่นของตัวบ้านที่สร้างขึ้นจากผนังดินตากแห้งตามแบบฉบับอัฟกันทั่วไป เป็นสถานที่สอนหนังสือให้เด็กหญิงที่เป็นญาติๆ ใกล้ชิดกับตนแทนโรงเรียนที่ถูกปิด

พวกเขาตั้งใจจะจำกัด โรงเรียนŽ แห่งนี้ให้เล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อหลีกเลี่ยงหูตาของทาลิบัน แต่ผลลงเอยกลับกลายเป็นว่าการจำกัดที่ว่านั้น เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง

ไม่นาน เสียงเล่าขานปากต่อปากเริ่มสะพัด เด็กๆ เริ่มทยอยเข้ามาขอร่วมเรียนด้วย จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสิบและหลายสิบห้องนั่งเล่นบนไหล่เขาชานเมืองแออัดจนในที่สุดต้องแบ่งการเรียนการสอนออกเป็น 2 ช่วง เด็กเล็กอายุระหว่าง 5-12 ปี เรียนช่วงเช้า เด็กโตขึ้นมาต้องรอเรียนในช่วงบ่าย

นับวันครูทั้งสองยิ่งวิตกกังวลมากขึ้นทุกที

แต่ไม่มีใครสามารถปฏิเสธแววตาเว้าวอนอยากรู้อยากเห็นของพวกเขาได้ลงคอแน่นอน!

หนึ่งในการใช้จ่ายหลายล้านดอลลาร์ที่สหรัฐอเมริกาและนานาชาติมอบให้กับอัฟกานิสถานที่ได้รับการยอมรับว่าทรงคุณค่ามากที่สุดจากทุกๆ ฝ่ายก็คือ ความพยายามวางรากฐานการศึกษาให้กับประเทศนี้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ไม่ว่าจะอย่างไร การสอนวิธีให้คนจับปลา ยังดีกว่าการหยิบยื่นปลาให้ทีละตัวสองตัวชั่วครั้งชั่วคราวมากมายนัก

การศึกษาภายใต้ระบอบทาลิบันแต่เดิม ไม่เพียงจำกัดจำเขี่ยอย่างยิ่งเท่านั้น ยังจำกัดอยู่เฉพาะเพียงเด็กชาย เมื่อนานาชาติและกองทุนสหประชาชาติเพื่อสงเคราะห์เด็ก (ยูนิเซฟ) เข้าไปฟื้นฟูการศึกษาในอัฟกานิสถานนั้น จึงเป็นการพุ่งเป้าไปที่การให้การศึกษาสำหรับผู้หญิงเป็นพิเศษ

ในโรงเรียนรัฐภายใต้ทาลิบัน มีนักเรียนหญิงเพียง 5,000 คน เมื่อเริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ในปีนี้ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มียอดนักเรียนเข้าสู่ระบบโรงเรียนของรัฐทั้งหมด 8.4 ล้านคน 2.5 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นเด็กหญิง คิดเป็นสัดส่วน 39 เปอร์เซ็นต์ของนักเรียนทั้งหมด

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเด็กหญิงทุกคนมีโอกาส ในพื้นที่ห่างไกล

ที่กองกำลังนานาชาติเข้าไปไม่ถึง หรือนานๆ ผ่านไปสักครั้ง เช่นเดียวกับที่ไม่มีเจ้าหน้าที่จากกองทัพอัฟกันประจำอยู่ ทาลิบันสามารถแสดงอิทธิพลของตนเองได้อย่างเต็มที่ และปราศจากการคัดง้างท้าทายใด

มีเมืองอีกมากมายในอัฟกานิสถานที่ตกอยู่ในสภาพที่ว่านี้เช่นเดียวกันกับสปีนา ผลลัพธ์ก็คือ มีเด็กหญิงชาวอัฟกันอีกไม่น้อยกว่า 2 ล้านคน ไม่ได้เรียนหนังสือ

อมานุลเลาะห์ ไอมาน โฆษกกระทรวงศึกษาธิการอัฟกานิสถาน บอกว่า ใครท้าทายมักลงเอยด้วยการถูกคุกคามข่มขู่ เคยมีกระทั่งกรณีผู้ต้องสงสัยเป็นสมาชิกของขบวนการทาลิบัน ลอบวางยาพิษในโรงเรียนสำหรับนักเรียนหญิงแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของประเทศ ล้มป่วยกันระนาว โชคดีที่ไม่มีใครถึงตาย!

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โรงเรียนหลายแห่งทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน ปิดตัวลงเพราะการข่มขู่คุกคามดังกล่าว

นั่นทำให้หลายคนอดหวนนึกถึงกรณีของ มาลาลา ยูซาฟไซ เด็กหญิงชาวปากีสถานวัย 14 ที่ถูกจ่อยิงศีรษะอย่างอำมหิต เพราะเป็นปากเสียงให้กับการให้การศึกษาเด็กหญิงทางตอนเหนือของปากีสถานขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

ที่อัฟกานิสถานท้าทายไม่ได้ แต่ยังหลีกเลี่ยง ซ่อนเร้นได้

นั่นคือที่มาของ โรงเรียนใต้ดินŽ ในแบบฉบับของนามิซาด นามิซาดŽ ไม่ใช่ โรงเรียนใต้ดินŽ แห่งแรก และแน่นอนไม่ใช่แห่งเดียวในอัฟกานิสถาน โรงเรียนสำหรับเด็กหญิงที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ในเงามืด ให้การศึกษากับเด็กๆ แบบท้าทายความตายกันทั้งครูทั้งนักเรียน เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อครั้งทาลิบันยังเป็นระบอบปกครองของอัฟกานิสถาน ในช่วงทศวรรษ 1990

มันเสี่ยงทั้งคนสอนแล้วนักเรียนก็เสี่ยงตามไปด้วย แต่โรงเรียนใต้ดินเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความกระหาย โหยหาการศึกษาของประชาชนŽ ชูกรียา บารักไซ สมาชิกสภาอัฟกานิสถาน ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นครูสอนโรงเรียนใต้ดินมาในยุคก่อนหน้านี้บอก

หนึ่งในสองพี่น้องยอมรับว่า ความรู้สึกในตอนนี้แทบไม่ต่างกับเมื่อหลายปีนั้นมากมายเท่าใดนัก เราอยู่ในสังคมที่ห่างไกลจากความเป็นประชาธิปไตยและเสรีภาพมากมายนักŽ

ทุกวันนี้ในสถานที่ที่ตกอยู่ในสภาพคลับคล้ายใกล้เคียงกันกับสปีนา ต่างมีระบบการศึกษาใต้ดินของตัวเอง ระบบการศึกษาที่พัฒนาขึ้นจนเป็นเครือข่าย มันครอบคลุมกว้างขวางขนาดไหน ไม่มีใครรู้ได้ เท่าที่ทุกคนยืนยันได้ก็คือ เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติธรรมดาแต่อย่างใดในพื้นที่อิทธิพลของทาลิบัน

สองพี่น้องผู้ก่อตั้ง นามิซาดŽ ยอมรับว่าคาดไม่ถึงกับผลลัพธ์จากการตัดสินใจของตัวเอง มันทั้งกังวลทั้งตื่นเต้นอยู่ในตัวไปพร้อมๆ กัน

เด็กหญิงพวกนี้มาเรียนอย่างต่อเนื่อง มาอยู่นั่นแหละŽ หนึ่งในสองบอก พวกเขากระตือรือร้นมาก มุ่งมั่นตั้งใจเรียนเหมือนอดอยากปากแห้งมานานŽ

นามิซาดŽ สอนคณิตศาสตร์ การอ่านและการเขียน เพียงเท่านั้น

เด็กๆ กว่า 40 คนในห้องนั่งเล่นมีตำราอยู่ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำไป ไม่มีแม้กระทั่งเก้าอี้และโต๊ะเรียนหนังสือ ทุกคนต้องนั่งพับเพียบอยู่บนผืนพรมพื้นห้อง แบ่งปันหนังสือตำราให้กันและกัน อย่างน้อย 2-3 คนต่อเล่ม

เพียงเท่านั้นก็ยอดเยี่ยมสำหรับพวกเขา หนึ่งในสองคุณครูบอกว่าอย่างน้อยที่สุด

เด็กๆ พวกนี้ก็ได้เรียนอะไรบางอย่าง จากที่ไม่มีอะไรเลย!

ทุกเช้า เด็กหญิงในสปีนาจะค่อยๆ ลัดเลาะตามเส้นทางจากบ้านใครบ้านมัน มายังนามิซาด ชั้นเรียนทุกวันจะเริ่มต้นด้วยการท่องบทสวดจากพระคัมภีร์อัลกุรอ่าน กระดานดำขนาดย่อมวางทอดยาวอยู่บนพื้น คุณครูหนุ่มรูปร่างผอมบาง สูง โปร่ง สวม ซัลวาร์-กามีซŽ ชุดยาวกรอมเท้าตามแบบฉบับการแต่งกายในท้องถิ่น ดวงตาเป็นประกาย เป็นสุขกับการกระทำของตัวเอง ในเวลาเดียวกันก็ภาวนาของให้นามิซาด ยังคงอยู่นอกเหนือเงื้อมมือของทาลิบัน

แต่วันนั้นก็ยังคงมาถึงจนได้

วันหนึ่ง สมาชิกทาลิบันนำจดหมายมาแปะติดไว้ที่ประตูด้านหน้าบ้านของสองพี่น้อง เราไม่อนุญาตให้มีการศึกษาสำหรับเด็กหญิงŽ ข้อความในนั้นระบุ โดยอ้างว่าการให้การศึกษาต่อผู้หญิง ไม่ใช่อิสลามŽ

สองพี่น้องหารือซึ่งกันและกันว่าจะทำอย่างไร ควรเลิกชั้นเรียน? ควรไปจากสปีนาดีหรือไม่?

ที่น่าสนใจก็คือ ภูมิหลังของเด็กหนุ่มทั้งสองก็ไม่แตกต่างแต่อย่างใดทั้งสิ้นกับแกนนำและสมาชิกทาลิบันทั้งหลาย พวกเขาผ่านการอบรม ศึกษาอิสลามและวิชาการต่างๆ จาก มัดดราสาŽ (ปอเนาะ) ในปากีสถาน และเคร่งครัดกับศาสนาไม่แพ้กัน

ครั้งหนึ่งผมเคยหวุดหวิดจะเข้าไปร่วมในขบวนการทาลิบันŽ หนึ่งในสองบอก แม้แต่คนที่ครอบงำเราอยู่ในเวลานี้ ก็เป็นคนที่รู้จักกันดีจากที่นั่นŽ

นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาสามารถต่อรองกับทาลิบันได้ อ้างว่า เพียงแค่ต้องการสอนศาสนาให้กับเด็กๆ นักเรียนของตัวเองได้หรือไม่? คำตอบก็คือ เด็กๆ ต้องเสี่ยงเอาเองกับการมาเรียนในห้องเรียนนี้ กระนั้นพวกเขาก็ยิ่งแปลกใจที่ได้เห็นว่า แม้ผ่านการรับรู้ถึงความเสี่ยงที่ว่านั้นแล้ว เด็กๆ ยังคงเดินทางมาเรียนไม่หยุดหย่อน

สุดท้ายพวกเขาจำเป็นต้องแยกชั้นเรียน แบ่งตอนเช้าให้เป็นห้องเรียนสำหรับพวกเด็กๆ ส่วนวัยรุ่นเป็นช่วงบ่าย ความสำเร็จของพวกเขาไม่ยิ่งใหญ่กระไร แต่ยังภาคภูมิใจจนออกนอกหน้า เมื่อ 8 คนจากห้องเรียนใต้ดินของเขาตอนนี้กลายเป็นหมอตำแยที่ผ่านการฝึกปรือมาเป็นอย่างดีสำหรับชาวสปีนาทุกคน

บารานาห์ เด็กหญิงอัฟกันวัย 11 ขวบ เพิ่งเข้าเรียนเกรด 1 เมื่อตอนที่โรงเรียนบนดินของพวกเขาปิดตัวลง ตอนนี้เธอกลายเป็นนักเรียนประจำของนามิซาด

หนูชอบโรงเรียนเก่ามากกว่า ที่นั่นมีโต๊ะ เก้าอี้ มีหนังสือให้ด้วยŽ เธอบอก แต่รีบเสริมต่อมาในทันทีเหมือนกันว่า แต่ที่นี่ก็ยังดีนะ เรายังได้เรียนŽ

ประโยคสุดท้าย เธอบอกด้วยดวงตาเป็นประกายว่า

หนูอยากเรียนทุกอย่างให้หมดเลยŽ!!!