ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร ตอนที่ 217
ตอนที่ 217 ทะลวงระดับ (5)
จวินอู๋เสียเงยหน้าขึ้น มองไปที่เจ้าอสรพิษทะยานที่แสนดุดัน ในดวงตาสีดำขลับราวกับน้ำหมึกมีแต่ความสงบและราบเรียบ
จวินอู๋เสียนั่งท่าขัดสมาธิท่ามกลางความมืดมิด ไม่มีแผนที่จะต่อสู้กับเจ้าอสรพิษทะยานแต่อย่างใด
เจ้าอสรพิษทะยานที่เย่อหยิ่ง เมื่อเห็นว่ามนุษย์ตัวเล็กจ้อยหย่อนกายลงนั่งใต้เปลือกตาของมันเอง ไม่มีทีท่าว่าจะถูกกลิ่นอายของมันสะกดข่มแม้แต่น้อย ก็ให้โกรธจนแทบกระอัก!
“เจ้า! ไม่กลัวข้าฉีกเจ้าออกเป็นชิ้นๆ เลยหรือ” อสรพิษทะยานคำราม
จวินอู๋เสียลืมตาขึ้นเล็กน้อย แววตาของนางสงบนิ่งผิดปกติ
“เจ้าอยู่ในร่างกายของข้า จะฉีกข้าออกเป็นชิ้นๆ ได้อย่างไร”
อสรพิษทะยานชะงักไปครู่หนึ่ง สาวน้อยคนนี้จะสงบเยือกเย็นเกินไปหน่อยหรือไม่
แม้มันจะไม่รู้ว่าตัวมันถูกพามาที่ไหน แต่วินาทีนั้นที่มันถูกปลดปล่อยออกมา มันก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าบรรยากาศของที่นี่แตกต่างจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง ไอวิญญาณของที่นี่เบาบางมาก...ที่นี่จะต้องเป็นสามโลกเบื้องล่างอย่างแน่นอน
ในสามโลกเบื้องล่าง อย่าว่าแต่ภูติวิญญาณระดับมันเลย แม้แต่ภูติวิญญาณเหนือระดับเจ็ดสักตัวก็ยังไม่มี แต่จิตวิญญาณของมนุษย์ตัวจ้อยที่อยู่ตรงหน้า ทั้งๆ ที่เห็นร่างจริงของมันแล้ว ยังไม่กลัวจนฉี่ราดไปอีกหรือ
ยิ่งไปกว่านั้นนางรู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้พวกเขาเข้ามาอยู่ในร่างกายของนางแล้ว!
“เจ้ารู้ได้อย่างไรกัน” อสรพิษทะยานตกใจเล็กน้อยกับปฏิกิริยาของจวินอู๋เสีย
จวินอู๋เสียเพิ่งจะปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง เมื่อได้ยินคำถามของอสรพิษทะยาน นางก็ลืมตาขึ้นแล้วตอบกลับไปอย่างเสียไม่ได้ “เจ้าไม่ใช่ภูติวิญญาณตนแรกที่เข้ามาที่นี่ เพราะฉะนั้นเลิกส่งเสียงรบกวนข้าสักที”
สำหรับคนอื่นๆ หากต้องทำการดูดซับจิตวิญญาณภูติครั้งแรก อาจมีหวาดกลัว ตื่นตระหนก และทำอะไรไม่ถูกบ้าง แต่กับจวินอู๋เสีย เรื่องเหล่านี้ไม่ได้แปลกใหม่สำหรับนางแต่อย่างใด
เมื่อปีนั้นตอนที่นางผสานจิตวิญญาณของตัวเองเข้ากับเจ้าแมวดำตัวน้อยครั้งแรก มันก็เป็นเหมือนตอนนี้ที่ทั้งโลกมืดมิดมีแต่ความว่างเปล่า ในโลกที่มืดสนิทนี้ แท้จริงแล้วก็คือทะเลจิตวิญญาณของนางเอง ส่วนร่างกายในปัจจุบันของนาง ก็คือส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณที่ควบแน่นบังเกิดเป็นรูปลักษณ์ขึ้นมา และร่างกายของเจ้าอสรพิษทะยานนั้น ก็คือพลังวิญญาณที่นางเพิ่งดูดซับเข้ามาเมื่อสักครู่นั่นเอง
ครั้งแรกที่นางเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ นางก็สับสนมึนงงเหมือนกัน ทั้งหวาดกลัวและไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี แต่ภายหลังจากที่ได้เรียนรู้และผ่านประสบการณ์ล่องลอยไร้จุดหมายมาอย่างยาวนาน จากตัวอย่างในกรณีของเจ้าแมวดำตัวน้อยในอดีต จวินอู๋เสียก็สาบานว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นซ้ำสองอีก!
ภายในทะเลจิตวิญญาณของนาง แม้สถานการณ์ตอนนี้จะแตกต่างออกไปบ้าง แต่โดยพื้นฐานแล้วการที่จิตวิญญาณแปลกหน้าจะทำร้ายนางในสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นไปไม่ได้เลย สิ่งที่นางต้องทำในตอนนี้ คือสงบสติอารมณ์และใช้ทะเลจิตวิญญาณของนางดูดซับจิตวิญญาณของอสรพิษทะยาน
ประสบการณ์คือสิ่งสำคัญจริงๆ!
ครั้งนี้จวินอู๋เสียชนะขาดลอย!
เจ้าอสรพิษทะยานมองไปที่จวินอู๋เสียซึ่งนั่งขัดสมาธิบนพื้นอย่างสงบ มันสัมผัสได้ว่าพลังวิญญาณของมันกำลังถูกดูดออกไปทีละนิด
คราวนี้อสรพิษทะยานสงบนิ่งต่อไปไม่ไหวแล้ว!
อสรพิษทะยานที่ทั้งสง่างามและแข็งแกร่งอย่างมัน กำลังถูก ‘กลืนกิน’ โดยเด็กสาวที่มันแทบไม่เห็นอยู่ในสายตา!
“เดี๋ยวก่อน! เจ้าทำมันไม่ได้นะ!” เจ้าอสรพิษทะยานพยายามอ้อนวอน มันไม่อยากถูกมนุษย์กลืนกินเข้าไปสักนิด!
ถ้าไม่ใช่เพราะบุรุษที่น่ากลัวผู้นั้น มันจะตกอยู่ในสภาพที่น่าสังเวชและอนาถแบบนี้ได้อย่างไร!
จวินอู๋เสียเพิกเฉยต่อเสียงร้องอ้อนวอนของเจ้าอสรพิษทะยาน นางเพียงแค่ดูดซับจิตวิญญาณของมันเข้าไปอย่างต่อเนื่องไม่หยุด
นับตั้งแต่วินาทีที่เจ้าอสรพิษทะยานถูกดึงเข้ามาในทะเลจิตวิญญาณของนาง มันก็สูญเสียโอกาสในการหลบหนีแล้ว เมื่อเข้ามาที่นี่ นอกเสียจากว่าจิตวิญญาณของจวินอู๋เสียจะแตกซ่านสลายหายไป มันถึงจะหลบหนีออกไปได้ ไม่อย่างนั้นก็มีแต่ต้องก้มหน้ายอมรับชะตาถูกนางกลืนกิน
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว จวินอู๋เสียลืมตาขึ้นจากการบ่มเพาะ ภาพที่ปรากฏสู่สายตาไม่ใช่ห้วงที่มืดมิดไร้ที่สิ้นสุดอีกต่อไป แต่เป็นภาพห้องที่นางคุ้นเคย...
น้ำเสียงขี้เล่นดังขึ้นเหนือศีรษะของนางผ่านความเงียบ “ข้ารู้ว่าเจ้าต้องทำได้” สิ้นเสียง จวินอู๋เย่าก็หมุนร่างของเด็กสาวให้หันไปเผชิญหน้าด้วย
ใบหน้าเล็กๆ ของจวินอู๋เสียถูกปกคลุมไปด้วยเม็ดเหงื่อสีใสราวผลึกอัญมณี แผงขนตางอนกระพือเบาๆ ดูเหมือนนางจะยังตื่นไม่เต็มที่นัก ช่วงเวลาที่นางเห็นจวินอู๋เย่า นางก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มศีรษะลงโดยไม่รู้ตัว เปลวไฟวิญญาณสีส้มถูกจุดขึ้นบนฝ่ามือของนาง