ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร ตอนที่ 240
ตอนที่ 240 ล้วนเก็บไว้ให้เจ้า (2)
จวินอู๋เสียได้ทำตามสัญญาคือเหลือ ‘ยาถอนพิษ’ ทั้งหมดไว้ให้กับฉินอวี่เยียนจริงๆ แต่มันก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่าฉินอวี่เยียนนั้นจะสามารถหายาถอนพิษที่แท้จริงจากกองขี้เถ้าตรงหน้าได้หรือไม่!
อย่าว่าแต่ฉินอวี่เยียนในสภาพนี้ที่แทบอยู่ไม่สู้ตายเลย ต่อให้เป็นนางในสภาพก่อนถูกยาพิษ ก็ไม่มีทางที่จะควานหายาถอนพิษกับซากขี้เถ้าตรงหน้าได้!
ความหวังที่เพิ่งจุดประกายขึ้นใหม่ ถูกบดขยี้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนไม่เหลือชิ้นดี ฉินอวี่เยียนรู้สึกได้เลยว่าชีวิตของนางกำลังจะหายไป
การถูกฉุดจากเมฆสูงลงสู่พื้นโคลนตมอันต่ำต้อย สถานการณ์สิ้นหวังที่นางพบเจอในยามนี้ ได้ทำลายศักดิ์ศรีสุดท้ายของนางไปอย่างสมบูรณ์
ความเจ็บปวดที่เกิดจากยาพิษ ค่อยๆ กัดกินอวัยวะภายในร่าง ยิ่งเมื่อมาพบเจอกับความสิ้นหวังที่จวินอู๋เสียมอบให้ ฉินอวี่เยียนคล้ายแตกสลาย ความมุ่งมั่นและเรี่ยวแรงทั้งหมดไม่มีเหลืออีกต่อไป
จวินอู๋เสียจะปล่อยให้ฉินอวี่เยียนมีชีวิตรอดต่อไปหรือ
ฝันไปแล้วหรืออย่างไรกัน!
มองไปที่สภาพน่าเวทนาของมั่วเฉี่ยนยวน จวินอู๋เสียก็ยิ่งอยากจะทรมานนางให้มากขึ้นเป็นร้อยเท่า
นางต้องใช้ความพยายามมากเพียงใดกว่าที่จะบำรุงและทำให้มั่วเฉี่ยนยวนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแบบนั้น แต่ความพยายามทั้งหมดกลับถูกฉินอวี่เยียนทำลายลงในพริบตา
มาถึงจุดนี้ฉินอวี่เยียนไม่กล้าที่จะเก็บเศษเสี้ยวความหวังเล็กๆ ไว้อีกต่อไป นางทำได้เพียงอดทนต่อการทรมานของพิษร้าย ร่างทั้งร่างชักกระตุก รู้สึกเหมือนมีมดเป็นล้านๆ ตัวกัดกินนางจากภายใน
พิษร้ายทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นนางที่ปรับแต่งและสร้างมันขึ้นมาเองกับมือไม่ใช่หรือ ฉินอวี่เยียนในอดีต เคยใช้มันทดลองกับศัตรูนับไม่ถ้วนที่นางเกลียดขี้หน้า นางคงไม่เคยคิดฝันว่าสักวันหนึ่ง ตัวเองจะต้องมาลิ้มรสชาติของพิษที่ตัวเองคิดค้นขึ้นมาแบบนี้
“ทุกคนออกไปได้แล้ว ปล่อยให้คุณหนูฉินค่อยๆ แก้พิษให้ตัวเองเท่าที่นางต้องการ” จวินอู๋เสียสั่ง นางกำนัลและขันทีที่ต้องมานั่งเป็นประจักษ์พยานของความโหดร้าย ก็เหมือนกับได้ยินเสียงสวรรค์ ฝีเท้าหลายสายวิ่งออกจากท้องพระโรงราวกับมีสัตว์ร้ายไล่ตามหลังพวกเขาอยู่ แต่ละคนดีใจจนน้ำตาไหลพราก มองเมินคราบเลือดและซากศพที่กองพะเนินกลางท้องพระโรง ไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป
ไป๋อวิ๋นเซียนที่ยังคงซ่อนตัวอยู่ที่มุมหนึ่ง ก้าวออกมาจากด้านหลังเสา นางไม่ได้รีบร้อนวิ่งออกไป แต่มองไปทางจวินอู๋เสียด้วยสายตาที่หวาดกลัว
จวินอู๋เสียมองไปที่ไป๋อวิ๋นเซียน แต่ก่อนที่นางจะทันได้พูดอะไร ไป๋อวิ๋นเซียนก็รีบคุกเข่าลงต่อหน้าจวินอู๋เสียแล้วรีบร้อนอธิบายไปว่า “ข้าไม่ได้บอกอะไรพวกเขาเลยนะ ข้าสาบานได้ ฉินอวี่เยียนบังคับให้ข้าฆ่ามั่วเซวี่ยนเฝ่ยเอง ข้า…ข้า…ไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น จริงๆ นะ แม้แต่คำเดียวก็ไม่ได้พูด”
จวินอู๋เสียเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ไม่ได้คาดหวังจริงๆ ว่าไป๋อวิ๋นเซียนจะหวาดกลัวนางมากขนาดนี้
แต่…
มั่วเซวี่ยนเฝ่ยตายแล้วหรือ เขาไม่ตายง่ายไปหน่อยหรือไง
“ลุกขึ้น” จวินอู๋เสียกล่าวอย่างเย็นชา ไป๋อวิ๋นเซียนยังจำเป็นต้องมีชีวิตอยู่ เพราะฉะนั้นนางจะปล่อยอีกฝ่ายไปสักพัก
ถ้าไป๋อวิ๋นเซียนกล้าที่จะเปิดโปงเรื่องราวของนางต่อหน้าฉินอวี่เยียน เช่นนั้นนางก็ไม่จำเป็นต้องมีชีวิตอยู่ต่อ แต่ดูเหมือนหญิงสาวจะเอาตัวรอดเก่งทีเดียว อย่างน้อยๆ นางก็ไม่ทำเรื่องโง่ๆ แบบนั้น
ไป๋อวิ๋นเซียนตัวสั่น รู้ดีว่าชีวิตน้อยๆ ของนางรักษาเอาไว้ได้ชั่วคราวแล้ว
“เจ้ารั้งอยู่ที่นี่ อย่าปล่อยให้นางฆ่าตัวตายเล่า!” จวินอู๋เสียเหลือบมองฉินอวี่เยียนแล้วพูด
ไป๋อวิ๋นเซียนรีบพยักหน้าทันที ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นใดๆ แม้แต่น้อย
กล่าวจบ จวินอู๋เสียก็หันหลังแล้วเดินจากไป จวินอู๋เย่าเดินเคียงข้างนาง ส่วนสัตว์ร้ายสีดำตามหลังคนทั้งคู่โดยแบกร่างของมั่วเฉี่ยนยวนไว้บนหลัง บัวหิมะมัวเมาเดินรั้งอยู่ท้ายสุด หลังจากที่กลุ่มคนเดินออกจากท้องพระโรงไป บานประตูใหญ่ก็ปิดลง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวเลือดฉุนกึกไม่ชวนพิสมัย
ในท้องพระโรงที่เงียบกริบ เหลือเพียงฉินอวี่เยียนที่ตัวสั่นเทา กับไป๋อวิ๋นเซียนที่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โลหิตสีแดงสดไหลลงมาจากมุมปากของฉินอวี่เยียน ดวงตาที่ชั่วร้ายของนางจ้องไปที่ไป๋อวิ๋นเซียนชนิดแทบจะกินเลือดกินเนื้อ ตอนนี้นางเข้าใจทุกอย่างแล้วว่านางแพศยาไป๋อวิ๋นเซียน ได้หักหลังสำนักชิงอวิ๋นและสมรู้ร่วมคิดกับจวินอู๋เสียแล้ว
ไป๋อวิ๋นเซียนมองตอบฉินอวี่เยียน นางขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ศิษย์พี่หญิง เรื่องนี้ท่านจะโทษข้าไม่ได้นะเจ้าคะ ไม่ใช่ว่าท่านกับท่านอาจารย์เคยสั่งสอนข้าอยู่เสมอหรือว่าคนฉลาดย่อมต้องรู้จักเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ ข้าก็แค่ทำตามที่พวกท่านสอนเท่านั้น!”