ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร ตอนที่ 222
ตอนที่ 222 ตบหน้าครั้งที่สาม (4)
จวินอู๋เสียกวาดตามองสนามรบขนาดย่อมตรงหน้าพร้อมกับไฟโทสะในอก ยิ่งเมื่อนางมองไปทางจวินเสี่ยนกับจวินชิงและได้เห็นบาดแผลบนร่างกายของพวกเขา เสียงระเบิดก็ดังขึ้นในหัวของนางทันที
เดิมทีนางวางแผนที่จะใช้ความเย่อหยิ่งของสำนักชิงอวิ๋นเป็นบทเรียนเพื่อสั่งสอนมั่วเฉี่ยนยวนในการเป็นฮ่องเต้ที่ปรีชาสามารถสักหน่อย แล้วค่อยยืมมือจวินอู๋เย่าเพื่อเก็บกวาดคนพวกนั้น แต่คิดไม่ถึงว่าตอนที่นางกำลังดูดซับจิตวิญญาณของเจ้าอสรพิษทะยานอยู่นั้น ในตอนที่นางยังไม่ได้สติ ศิษย์ของสำนักชิงอวิ๋นจะเหิมเกริมบุกมาถึงที่หน้าประตูจวนหลินอ๋องแล้วทำเรื่องงามหน้าแบบนี้!
จวินอู๋เย่าก่อนหน้านี้ก็มัวแต่สนใจที่จะคุ้มกันนางยามทะลวงระดับพลังวิญญาณขึ้นเป็นขั้นสีส้ม คิดว่าจึงไม่น่าจะทราบถึงอันตรายที่มาเยือนจวนหลินอ๋อง
เมื่อเห็นร่างที่เปื้อนโลหิตของจวินเสี่ยนและจวินชิง จวินอู๋เสียก็ผุดความคิดหนึ่งขึ้นในหัว!
นางจะฆ่าคนของสำนักชิงอวิ๋นทั้งหมด ให้พวกมันตายแบบไร้ที่ฝังและจะไม่ไว้ชีวิตใครหน้าไหนแม้แต่คนเดียว!
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเด็กสาวและสัตว์ร้ายสีดำ ทำให้ศิษย์สำนักชิงอวิ๋นรู้สึกตกใจมาก แต่เมื่อพวกเขาเห็นลักษณะของจวินอู๋เสีย พวกเขาก็พากันถอนหายใจด้วยความโล่งอกและคลายความระมัดระวังลง
ก็แค่เด็กสาวอายุสิบสี่สิบห้าปีผู้หนึ่ง ขนาดจวินเสี่ยนกับจวินชิงยังถูกพวกเขาเล่นงานเสียสะบักสะบอม ยัยเด็กนี่จะไปมีปัญญาทำอะไรได้
ทุกคนที่อยู่ตรงนั้น มีเพียงผู้ใช้พลังวิญญาณขั้นสีครามที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่รู้สึกประหลาดใจกับการปรากฏตัวอย่างฉับพลันของจวินอู๋เสีย
เขาได้แผ่พลังวิญญาณออกไปทั่วบริเวณนี้จนหมดแล้วเพื่อกดดันคู่ต่อสู้ ทุกคนที่มีพลังวิญญาณระดับต่ำกว่าขั้นสีเขียวทั้งหมดจะได้รับผลกระทบอย่างหนักและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างแน่นอน แต่เด็กสาวคนนี้กลับมาปรากฏตัวต่อหน้าเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยเย็นชา คล้ายไม่ได้รับผลกระทบอะไรทั้งนั้น สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือ ภูติวิญญาณที่นางขี่มานั้นเป็นสัตว์ร้ายประเภทใดกัน เขาที่อยู่มาจนอายุปูนนี้แล้วยังไม่อาจบอกชนิดของมันได้!
ผู้ใช้พลังวิญญาณระดับขั้นสีครามที่แข็งแกร่งขมวดคิ้วเล็กน้อย ด้วยระดับพลังของเขาในปัจจุบันของเขา เพียงพริบตาเดียวก็สามารถประเมินระดับการบ่มเพาะของออกจวินอู๋เสียแล้ว แต่ก็เพราะแบบนั้น เขาถึงได้รู้สึกตกใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็น
เด็กสาวคนนี้แม้อายุยังน้อย แต่กลับมีพลังวิญญาณอยู่ในขั้นสีส้มแล้ว!
เมื่อมองดูจากอายุของนาง ภูติวิญญาณของนางน่าจะเพิ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาได้ไม่นานกระมัง ในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่นนี้ นางกลับสามารถทะลวงระดับขึ้นมาอยู่ในขั้นสีส้มได้ นี่ถือเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง
ผู้ใช้พลังวิญญาณระดับขั้นสีส้มเล็กๆ ในสายตาของเขาแล้วแทบไม่นับว่าเป็นตัวอันใด แต่ไม่ใช่กับเด็กสาวอายุน้อยอย่างจวินอู๋เสีย!
อายุเพียงสิบกว่าปีก็สามารถเลื่อนขั้นขึ้นมาอยู่ในขั้นสีส้มได้แล้ว แถมยังสามารถทนต่อแรงกดดันของพลังวิญญาณของเขาได้อีก นี่เป็นเรื่องที่ยากจะทำใจยอมรับได้จริงๆ!
“เสี่ยวเฮย” จวินอู๋เสียพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ฆ่า!”
ทันทีที่สิ้นประโยค จวินอู๋เสียก็กระโดดลงจากหลังของเจ้าสัตว์ร้ายสีดำ แม้ว่านางเพิ่งจะเลื่อนระดับพลังขึ้นมาอยู่ในขั้นสีส้ม แต่ตอนนี้คนสำคัญในครอบครัวของนางกำลังได้รับบาดเจ็บหนัก! นางไม่สามารถระงับความเกลียดชังและเคียดแค้นที่อยู่ในหัวใจไว้ได้อีกต่อไป
สัตว์ร้ายสีดำขนาดใหญ่ หลังจากที่ได้รับคำสั่งจากผู้เป็นนายมันก็พุ่งเข้าใส่ศิษย์สำนักชิงอวิ๋นอย่างบ้าคลั่ง โดยมีเป้าหมายแรกก็คือศิษย์ของสำนักชิงอวิ๋นที่กำลังต่อสู้กับจวินเสี่ยนอยู่
เดิมทีชายคนนั้นที่เห็นเจ้าสัตว์ร้ายสีดำและสาวน้อยที่เป็นเจ้าของผู้ผูกพันธสัญญาภูติวิญญาณ เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ด้วยอย่างไรก็คิดว่านางคงไม่มีปัญญาทำอะไรพวกเขาได้ จึงหันไปสนใจจวินเสี่ยนต่อ ทว่าในวินาทีต่อมา เมื่อร่างของเจ้าสัตว์ร้ายสีดำขนาดใหญ่จู่ๆ ก็มาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า เขาก็อดตกตะลึงไม่ได้
ทำไมมันถึงได้รวดเร็วขนาดนี้!
ไม่ทันให้เขาได้มีปฏิกิริยาตอบโต้กลับ เจ้าคนที่ประเมินศัตรูต่ำเกินไปก็ถูกสัตว์ร้ายสีดำกัดเข้าที่คอ เขี้ยวอันแหลมคมบั่นคอของเขาจนขาดออกจากร่างด้วยการกัดเพียงครั้งเดียว!
โฮก!!! เจ้าสัตว์ร้ายสีดำคำรามเสียงดังลั่นพร้อมกับสะบัดหัวของมันอย่างแรง เหวี่ยงศีรษะมนุษย์ที่ไร้ร่างนั้นออกไป
ขณะที่ศีรษะมนุษย์นั้นกำลังลอยขึ้นไปในอากาศ โลหิตสีแดงสดที่พุ่งกระฉูดออกมาจากร่างก็สาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณราวกับสายฝน จนเหล่าศิษย์ของสำนักชิงอวิ๋นและคนอื่นๆ บริเวณนั้นถูกย้อมไปด้วยสีเลือดและกลิ่นคาวที่น่าสะอิดสะเอียน
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก ไม่มีใครคาดคิดว่าภูติวิญญาณที่มองระดับไม่ออกนั้นจะลงมือได้รวดเร็วถึงเพียงนี้!
“วันนี้ พวกเจ้าทุกคน…อย่าหวังว่าจะมีใครรอดชีวิตกลับไป!” จวินอู๋เสียหรี่ตาลง พลังวิญญาณขั้นสีส้มถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างเล็ก
พลังวิญญาณขั้นสีส้มที่เปล่งรัศมีและหลั่งไหลออกมาจากร่างบาง ทำให้ทั้งเก้าคนที่เหลือที่มาจากสำนักชิงอวิ๋นมองไปที่จวินอู๋เสียด้วยความตกใจ
พลังวิญญาณระดับสีส้ม สามารถแผ่พลังออกมาจากร่างได้ด้วยหรือ!
เป็นไปได้อย่างไรกัน!
คนที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา เป็นเพียงผู้ใช้พลังวิญญาณขั้นสีส้มที่อ่อนแอและไม่สะดุดตา นางน่าจะอ่อนแอกว่าจวินเสี่ยนและคนอื่นๆ มากด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด พอถูกจ้องมองจากสายตาที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งคู่นั้น พวกเขาก็รู้สึกราวกับจะถูกปีศาจร้ายดึงลงสู่ขุมนรก สั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ