ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร ตอนที่ 220
ตอนที่ 220 ตบหน้าครั้งที่สาม (2)
“ในเมื่อพวกเขาดื้อดึงนัก ก็ไม่จำเป็นต้องพูดมาก แค่จับไอ้ขยะนั่นไว้ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจวนหลินอ๋องจะเอาแต่กอดหยกวิญญาณนั่นไว้ไม่ยอมปล่อย” ลูกศิษย์ของสำนักชิงอวิ๋นสองคนปรึกษาแผนการกันราวกับว่าไม่มีใครอื่นอยู่ตรงนั้น เพิกเฉยต่อโทสะและสายตาอาฆาตจากทั้งกองทัพรุ่ยหลินและสองพ่อลูกสกุลจวินโดยสิ้นเชิง
ไอ้ขยะที่หลุดออกมาจากปากพวกเขานั้น ไม่ใช่ใครอื่นก็คือจวินชิงที่นั่งอยู่บนรถเข็น
ดวงตาของจวินชิงแดงก่ำในทันที แทบอยากจะพุ่งออกไปแล้วต่อสู้เป็นตายกับไอ้สารเลวพวกนั้นให้รู้แล้วรู้รอด!
โดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือเจรจาใดๆ คนของสำนักชิงอวิ๋นจู่ๆ ก็บุกมาถึงที่หน้าประตูจวนหลินอ๋องแล้วเริ่มลงมือเปิดฉากฆ่าอย่างไร้ความเมตตา ด้านนอกประตูจวนหลินอ๋องเวลานี้ ยังมีร่างของทหารกองทัพรุ่ยหลินหลายนายนอนอยู่ตรงนั้นด้วยสภาพบาดเจ็บสาหัส พวกเขาล้วนถูกศิษย์จากสำนักชิงอวิ๋นทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม สภาพเป็นตายเท่ากัน!
พวกเขาเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างว่าคนของสำนักชิงอวิ๋นนั้นทั้งเผด็จการและไร้ความปรานี วันนี้เมื่อได้พบกับตัว ช่างไม่ต่างไปจากที่ได้ยินมาเลยจริงๆ คนของสำนักที่ได้ชื่อว่าเป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้า ที่แท้ก็ไร้เหตุผลและชอบวางอำนาจบาตรใหญ่ถึงเพียงนี้!
“พวกเจ้าอย่าได้รังแกกันเกินไปนัก!” ทหารกองทัพรุ่ยหลินกระชับอาวุธในมือด้วยอารมณ์ที่เดือดพล่าน พวกเขายืนบังอยู่หน้าจวินเสี่ยนและจวินชิง คอยอารักขาความปลอดภัยให้กับทั้งสองคน
พวกเขาอาจไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับลูกศิษย์ของสำนักชิงอวิ๋น แต่ความภักดีของพวกเขานั้น ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะสามารถดูถูกเหยียบย่ำได้!
"คิดจะลงมือกับท่านอ๋องน้อย เช่นนั้นก็ข้ามศพพวกข้าไปก่อน!" หลงฉีก้าวขึ้นมายืนนำอยู่ที่หัวแถว เขาปักดาบตั้งฉากกับพื้นดิน ประกายแสงคมกริบของดาบส่องแสงเย็นเยียบออกมา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ลูกศิษย์ของสำนักชิงอวิ๋นต่างพากันหัวเราะเยาะเมื่อเห็นฉากนี้ นั่นเป็นเสียงหัวเราะที่เย้ยหยันผู้ที่อ่อนแอกว่าอย่างพวกเขา
“อาศัยพวกเจ้าน่ะรึ เจ้าคิดว่าพวกข้าไม่กล้าฆ่าพวกเจ้าจริงๆ ใช่หรือไม่ ก็ได้ ในเมื่อพวกเจ้าอยากตายพวกข้าก็จะสนองให้ มั่นใจได้เลยว่าพวกเจ้าจะต้องสนุกกับการตายที่พวกข้ามอบให้อย่างแน่นอน ข้าจะฆ่าข้ามศพของพวกเจ้าทีละศพ แล้วไปลากไอ้ขยะพิการนั่นลงมานอนกองอยู่บนพื้น ให้มันอ้อนวอนร้องขอชีวิตอยู่ใต้เท้าข้า ฮ่าๆๆ”
เสียงดูหมิ่นที่แสนอัปยศนี้ เปรียบเสมือนคมดาบที่บาดลึกลงในหัวใจของทหารกองทัพรุ่ยหลินทุกคน
บุคคลหนึ่งที่พวกเขาให้สัตย์สาบานว่าจะจงรักภักดีและซื่อสัตย์ไปตลอดทั้งชีวิต จะปล่อยให้ผู้อื่นเหยียบย่ำลบหลู่เกียรติเช่นนี้ได้อย่างไร!
หลงฉีพุ่งออกไปข้างหน้าทันทีด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า ดาบคมที่อยู่ในมือของเขาส่องประกายแสงเย็นเยียบ พร้อมจะเอาชีวิตคนที่พูดจาดูหมิ่นจวินชิงคนนั้น!
ศิษย์ของสำนักชิงอวิ๋นไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลย พร้อมเผชิญหน้ากับการโจมตีของหลงฉีอย่างเต็มที่ เขาเรียกภูติวิญญาณประเภทอาวุธที่อยู่ในรูปแบบมีดสั้นออกมาไว้ในมือทั้งสองข้าง แสงจางๆ เรืองแสงขึ้นบนฝ่ามือ ในตอนที่ดาบของหลงฉีเข้าใกล้เขา เขาก็เบี่ยงหลบไปทางด้านข้างด้วยฝีเท้าที่กระฉับกระเฉงราวกับภูตผีปีศาจ ก่อนจะสวนกลับพุ่งเข้าใส่ร่างกายของหลงฉีอย่างแรง
ในชั่วพริบตา หลงฉีก็เปิดศึกต่อสู้กับชายคนนั้นอย่างหนักหน่วง!
ศิษย์คนอื่นๆ ของสำนักชิงอวิ๋นเพียงยืนดูอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทีเมินเฉย พวกเขามั่นใจว่าการต่อสู้นี้จะจบลงอย่างง่ายดายด้วยความอัปยศของกองทัพรุ่ยหลินอีกครั้งหนึ่งเหมือนกับก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้ารอยยิ้มเหล่านั้นก็จางหายไปจากใบหน้าของทุกคน
หลงฉีรับการโจมตีด้วยมีดสั้นทั้งสองเล่มของศิษย์คนนั้นตรงๆ เขาอาศัยจังหวะที่ใบมีดปักเข้าที่ไหล่ซ้ายขวาของเขาจนมิดด้าม คำรามออกไปครั้งหนึ่งแล้วแทงดาบสวนกลับไปที่หัวใจของอีกฝ่าย ไม่แยแสความเจ็บปวดที่ไหล่ของตัวเองสักนิด
“บัดซบ!” เห็นได้ชัดว่าศิษย์ของสำนักชิงอวิ๋นที่ต่อสู้อยู่ถึงไม่เคยพบกับรูปแบบการต่อสู้ที่ทุ่มทั้งชีวิตเช่นนี้มาก่อน เขาต้องยอมปล่อยมีดสั้นสองเล่มในมือ แล้วสะบัดตัวเบี่ยงตัวหลบ กระนั้นดาบของหลงฉีก็ยังแทงเข้าที่แขนซ้ายของเขา
หลังจากเผชิญกับคู่ต่อสู้มาแล้วนับสิบคน แต่ศิษย์ของสำนักชิงอวิ๋นก็แทบไม่มีรอยถลอกให้เห็น จ้องไปที่หลงฉีที่ทำให้เขาเลือดไหล มีดคู่สั้นที่เขาเพิ่งจะปล่อยมือไป ก็หลุดจากไหล่ของหลงฉี สลายกลายเป็นพลังวิญญาณแล้วกลับมาอยู่ในมือของเขาอีกครั้งหนึ่ง
หลงฉียืนนิ่งอยู่ที่เดิมตรงนั้น บาดแผลบนไหล่ของเขามีเลือดไหลออกมาไม่หยุดแต่เขาก็ไม่สนใจ สายตาที่น่ากลัวที่เปี่ยมไปด้วยความแน่วแน่ ไม่ต่างอะไรจากใบมีดคมกริบที่กวาดไปทั่วไปใบหน้าศิษย์ของสำนักชิงอวิ๋น