ราชันอหังการ

ราชันอหังการ: Chapter0044 ตอนที่ 45

#45Chapter0044

ตอนที่ 44 แผนของหัวหน้าผู้อาวุโส (2)

พูดถึงตรงนี้ หัวหน้าผู้อาวุโสจ้องมองหลี่ชีเย่ “เจ้าเข้าใจความหมายที่ข้าพูดกับเจ้าไหม?”

“ศิษย์รับฟังอยู่” หลี่ลีเย่ยิ้มอย่างอ่อนโยน ผ่อนคลายและเรียบเฉย ซึ่งทำให้หัวหน้าผู้อาวุโสไม่เข้าใจอีกฝ่ายเลยสักนิด

“เราต้องการพันธมิตรอย่างสำนักปีศาจนพเก้า!” หัวหน้าผู้อาวุโสถอนหายใจเบาๆ เขาไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร พลางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ดังนั้น ข้าจึงหวังว่าเจ้าจะได้แต่งงานกับองค์หญิงหลี่! ขอเพียงได้แต่งงานกับองค์หญิงหลี่ ไม่ว่าเรื่องอะไร ข้าก็พร้อมที่จะสนับสนุนเจ้า!”

“ผู้อาวุโส ท่านไม่กลัวหรือว่าการใช้หมาป่าไล่เสือ ท้ายที่สุดเราอาจถูกหมาป่ากินเสียเอง” หลี่ชีเย่พูดด้วยรอยยิ้ม

หัวหน้าผู้อุโสยิ้มอย่างขมขื่น เขาส่ายหน้าเบาๆ “เรื่องบางเรื่อง ไม่ใช่สิ่งที่คนตัวเล็กๆ อย่างข้าจะสามารถควบคุมได้” เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาจ้องมองหลี่ชีเย่ด้วยสายตาที่แฝงนัยยะบางอย่าง “ดังนั้น ข้าขอเดิมพันที่ตัวเจ้า! หวังว่ามันจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น!

เมื่อพูดจบ ท่าทีของหัวหน้าผู้อาวุโสดูแปลกไป เขาจ้องมองหลี่ชีเย่ “แต่ไหนแต่ไรมา มีคนมากมายอยากได้ป้ายโบราณสี่เหยียนที่อยู่ในมือของซานกุ่ยเหยีย ทว่า ไม่เคยมีใครทำได้สำเร็จ! แต่ซานกุ่ยเหยียกลับยอมมอบป้ายโบราณให้กับเจ้า!”

พูดถึงซานกุ่ยเหยีย พูดถึงเรื่องป้ายโบราณสี่เหยียน ทำให้หลี่ชีเย่อดยิ้มไม่ได้ แต่เขาไม่ได้พูดอะไร มีความประหลาดซ่อนอยู่ในเรื่องราวนี้ ซึ่งคนนอกคงไม่เข้าใจ

หลี่ชีเย่มองหัวหน้าผู้อาวุโส พร้อมกับพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ผู้อาวุโสวางเดิมพันไว้บนตัวข้า เหตุใดจึงไม่ฝากความหวังไว้ที่เจ้าสำนักเล่า? ได้ยินว่าเจ้าสำนักต่างหากที่เป็นผู้สืบทอดที่เจ้าสำนักคนก่อนกำหนดเอาไว้”

สำหรับคำถามนี้ หัวหน้าผู้อาวุโสกลับปิดปากเงียบ ท่าทีของหัวหน้าผู้อาวุโส ทำให้หลี่ชีเย่รู้สึกสนใจ ซูยงหวงในฐานะเจ้าสำนักคนปัจจุบันของสำนักโบราณสี่เหยียน เขาเป็นคนยังไงกันแน่ มีความลับอะไรซ่อนอยู่งั้นหรือ?

“ในครั้งนี้ ข้าเสนอให้เจ้าทำหน้าที่ฝึกสอน หวังว่าเจ้าจะสามารถสร้างผลงาน เพื่อที่จะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นบุคคลระดับสูงในสำนักโบราณสี่เหยียนได้ในภายภาคหน้า” หัวหน้าผู้อาวุโสเลี่ยงที่จะพูดถึงเจ้าสำนักซูยงหวง แต่กลับเปลี่ยนเรื่องแทน

หลี่ชีเย่ยิ้มพลางพูดขึ้น “ความคาดหวังของผู้อาวุโสข้ารู้สึกเป็นเกียรติยิ่ง สามารถเลื่อนขั้นหรืออาจมีตำแหน่งของผู้คุมกฎหรือผู้อาวุโส ข้าคิดว่าจึงจะคู่ควรกับผู้สืบทอดของสำนักปีศาจนพเก้า คู่ควรกับฐานะขององค์หญิงแห่งแคว้นกู่หนิวเจียง”

หลี่ชีเย่มองนัยยะที่แฝงอยู่ออกทันที มันทำให้หัวหน้าผู้อาวุโสรู้สึกตกใจ อันที่จริง ตั้งแต่แรกเริ่ม เขาไม่ได้ชื่นชมหลี่เย่มากนัก ทว่า หลี่ชีเย่กลับสามารถผ่านการทดสอบของสำนักปีศาจนพเก้าได้อย่างประหลาด มันทำให้เหล่าผู้อาวุโสทั้งหกสงสัยว่าเขาอาจเป็นหนอนที่สำนักปีศาจนพเก้าส่งมา

แต่แล้ว การมาเยือนของหลี่ซวงเหยียน ท่าทีของอวี้เหอ มันทำให้หัวหน้าผู้อาวุโสต้องไตร่ตรองเรื่องนี้ใหม่อีกครั้ง หากพูดว่า หลี่ชีเย่เป็นหนอนที่สำนักปีศาจนพเก้าส่งมา ท่าทีของสำนักปีศาจนพเก้าที่มีในตอนนี้ก็แปลกมาก มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ! ที่สำคัญกว่านั้น คือท่าทีของอวี้เหอ มันไม่เหมือนกับการแสร้งทำแม้แต่น้อย!

เรื่องนี้ทำให้หัวหน้าผู้อาวุโสต้องกลับมาคิดใหม่ หากหลี่ชีเย่ต้องการชิงวิชาราชันหรือของวิเศษราชันเซียนจริงๆ เขาถือป้ายโบราณสี่เหยียนเอาไว้ เขาไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นหนอนบ่อนไส้ด้วยซ้ำ! ป้ายคำสั่งนี้ซานกุ่ยเหยียยินยอมมอบให้เขาเอง หากหลี่ชีเย่ถือป้ายโบราณมาร้องขอวิชาราชันหรือของวิเศษราชันเซียนจริง สำนักโบราณสี่เหยียนก็ไม่มีทางเลือก นอกเสียจากว่าพวกเขาจะยอมละเมิดคำสั่งของบรรพชน!

ในความเป็นจริง สำนักโบราณสี่เหยียนมีของวิเศษราชันเซียนหรือไม่ และยังมีวิชาราชันอีกเท่าไหร่ มันเป็นสิ่งที่หัวหน้าผู้อาวุโสรู้ดีที่สุด!

“ภายในสำนักโบราณสี่เหยียน ฐานะของข้าถือว่าอยู่ในระดับสูงสุด น่าเสียดาย ที่ความสามารถของข้ามีจำกัด ไม่สามารถฟื้นฟูอำนาจของสำนักโบราณสี่เหยียนให้กลับมาได้” หัวหน้าผู้อาวุโสมองดูหลี่ชีเย่ “ข้าไม่เชื่อในปาฏิหาริย์ แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะเป็นปาฎิหาริย์ บางทีบรรพชนอาจไม่อยากให้สำนักโบราณสี่เหยียนของเราล่มสลายลง ข้าไม่กล้าหวังว่าเจ้าจะทำให้สำนักโบราณสี่เหยียนกลับมารุ่งเรืองได้อีกครั้ง ข้าหวังเพียงว่าเจ้าจะสามารถอาศัยความสัมพันธ์ของสำนักปีศาจนพเก้าปกป้องสำนักโบราณสี่เหยียนเอาไว้!”

หลี่ชีเย่อดยิ้มไม่ได้ “หัวหน้าผู้อาวุโสให้ความสำคัญกับข้าเหลือเกิน ข้ารู้สึกประหลาดใจจริงๆ ”

แน่นอน ว่าหัวหน้าผู้อาวุโสย่อมไม่เชื่อคำที่หลี่ชีเย่พูด เพราะเขาไม่ได้ดูประหลาดใจเลยสักนิด ทว่า มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร

หลี่ชีเย่พูดด้วยรอยยิ้ม “หัวหน้าผู้อาวุโสเดิมพันไว้ที่ตัวข้า แต่กลับไม่เดิมพันที่เจ้าสำนัก เรื่องนี้ทำให้ข้าประหลาดใจ มันเพราะอะไรกัน?”

ชัดเจนมากว่า ผู้อาวุโสกู่ในฐานะหัวหน้าผู้อาวุโส เขาไม่ยอมพูดถึงเจ้าสำนักซูยงหวงด้วยซ้ำ ทว่า ท้ายที่สุด เขามองดูหลี่ชีเย่เพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ชีเย่ หากพูดว่า ที่มาที่ไปของเจ้าไม่ชัดเจน เช่นนั้น ที่มาของเจ้าสำนักก็เป็นสิ่งที่ข้าไม่ยินดีที่จะรับรู้เช่นกัน!”

คำพูดของหัวหน้าผู้อาวุโส กลับสามารถสื่อเรื่องราวได้อย่างมากมาย! ซูยงหวงคือเจ้าสำนักคนปัจจุบัน ซึ่งหมายถึงฐานะทายาทของเจ้าสำนักรุ่นก่อน แล้วเหตุใจหัวหน้าผู้อาวุโสจึงมีอคติกับเขาเช่นนี้?

“เวลานี้ ใครจะดำรงตำแหน่งเจ้าสำนักของสำนักโบราณสี่เหยียนนั้น ไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกแล้ว พวกเรากลายเป็นเหมือนบ้านเก่าเสื่อมโทรม ตำแหน่งเจ้าสำนักไม่ใช่ตำแหน่งที่น่าแย่งชิงอีกต่อไป” หัวหน้าผู้อาวุโสไม่ยินดีที่จะพูดเรื่องของซูยงหวงอย่างชัดเจน เขาพูดต่อด้วยเสียงทุ้ม “แต่ ข้าก็ไม่อยากให้ผู้อาวุโสลำดับที่ 2 ดำรงตำแหน่งเจ้าสำนัก !”

สิ่งที่จู่ๆ ผู้อาวุโสก็พูดขึ้นกับตน ทำให้หลี่ชีเย่เริ่มรู้สึกสนใจ คำพูดนี้ อันที่จริงมันเป็นเรื่องที่ไม่ควรพูดออกมาพร่ำเพรื่อ ทว่า หัวหน้าผู้อาวุโสกลับพูดเรื่องนี้กับเขา

“ผู้อาวุโสลำดับที่ 2 ก็ดูน่าสนใจ ได้ยินว่าตอนที่ผู้อาวุโสลำดับที่ 2 อายุยังน้อย เขามีคุณสมบัติไม่เลว ในกลุ่มผู้อาวุโส ตบะเต๋าของผู้อาวุโสลำดับที่ 2 ด้อยกว่าคุณสมบัติของท่านเท่านั้น” หลี่ชีเย่กล่าวเสียงเรียบ

“หากเฉาสงยืนหยัดในจุดยืนของตัวเองจริงๆ ” หัวหน้าผู้อาวุโสเงียบไปครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดจึงเอ่ยปากพูดอีกครั้ง “เขาจะเป็นเจ้าสำนัก ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้! น่าเสียดาย ที่เขาไปยืมมือต่งเซิ่งหลง! มันเหมือนการผลักดันสำนักโบราณสี่เหยียนของเราให้ตกลงเหว เขาถูกความกระหายในอำนาจกลืนกินจิตวิญญาณของตัวเองไปแล้ว!”

“ต่งเซิ่งหลง?” หลี่ชีเย่ประหลาดใจเล็กน้อย “แขกที่สำนักโบราณสี่เหยียนเราเชิญมางั้นเหรอ?” หนานหวยเหรินเคยพูดถึงเรื่องนี้มาบ้าง เขาจึงพอจะจำได้

หัวหน้าผู้อาวุโสมองดูหลี่ชีเย่ ท้ายที่สุด เขาพูดออกมาด้วยเสียงทุ้ม “ในฐานะศิษย์เอก หวังว่าเจ้าจะสามารถแบกรับหน้าที่ในการดูแลสำนักโบราณสี่เหยียน ส่วนเรื่องนี้ ข้าสามารถบอกเจ้าได้ ในตอนที่ต่งเซิ่งหลงมาเป็นแขกของสำนักโบราณสี่เหยียน มันไม่ใช่สิ่งที่ข้ายินดี! ทว่า มันเป็นความตั้งใจของแคว้นสมบัติทิพย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่อาจเลี่ยงได้!”

“แม้ตงเซิ่งหลงจะไม่ได้มาจากลัทธิเทวะฟ้าโดยตรง ทว่า เขาเป็นอ๋องที่ลัทธิเทวะฟ้าแต่งตั้งขึ้นมา!” หัวหน้าผู้อาวุโสพูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม “เรื่องอื่นๆ ข้าคงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากอีก”

หัวหน้าผู้อาวุโสพูดเพียงเท่านั้น หลี่ชีเย่ก็เข้าใจเหตุและผลที่เกิดขึ้นทันที เขาเผยรอยยิ้ม มองดูหัวหน้าผู้อาวุโส พลางเอ่ยปากพูดขึ้นในที่สุด “หัวหน้าผู้อาวุโสอยากอาศัยข้ากำจัดตงเซิ่งหลง?”

“ข้ารู้ว่าตบะเต๋าของเจ้าคงไม่สามารถจัดการต่งเซิ่งหลงได้” หัวหน้าผู้อาวุโสนิ่งเงียบไปนาน ท้ายที่สุดเขาจึงตัดสินใจพูดขึ้น “แต่ อวี้เหอสามารถ เจ้าสามารถยืมมืออวี้เหอกำจัดเขาได้!”

“ผู้อาวุโส เรื่องนี้เป็นเรื่องอันตราย” หลี่ชีเย่ยิ้ม เขาเข้าใจแล้วว่าหัวหน้าผู้อาวุโสคิดอะไรอยู่

หัวหน้าผู้อาวุโสนิ่งเงียบไปนาน ท้ายที่สุด เขาทอดถอนใจพลางพูดขึ้น “ยืมมือหมาป่าฆ่าพยัคฆ์ ข้ารู้ดี! หากพูดถึงความอันตราย ลัทธิเทวะฟ้าคงอันตรายกว่าสำนักปีศาจนพเก้ามาก สามหมื่นปีก่อน สำนักโบราณสี่เหยียนของเราทำสงครามกับลัทธิเทวะฟ้า ทำให้เราต้องสูญเสียแคว้นโบราณไป ลัทธิเทวะฟ้าได้สร้างแคว้นสมบัติทิพย์ขึ้นบนแคว้นโบราณของเรา แม้ว่า ลัทธิเทวะฟ้าจะไม่ได้ถอนรากถอนโคนเรา แต่เพราะลัทธิเทวะฟ้ายังมีสิ่งที่ต้องการจากเราอยู่ ภายในแคว้นชายแดน ต้องมีสักวันที่ลัทธิเทวะฟ้าจะไม่ยอมปล่อยสำนักโบราณสี่เหยียนของเราไป สำหรับสำนักปีศาจนพเก้า พวกเขาปกครองแคว้นกู่หนิวเจียงอยู่ ก็เป็นไปได้ที่พวกเขาคิดจะโค่นสำนักโบราณสี่เหยียนของเรา แต่ก่อนหน้านั้น พวกเขาจะต้องเปิดศึกกับลัทธิเทวะฟ้าก่อน!”

เมื่อเปรียบเทียบกัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหัวหน้าผู้อาวุโสได้เลือกแล้ว เขาคิดจะใช้สำนักปีศาจนพเก้ากำจัดลัทธิเทวะฟ้า!

หลี่ชีเย่ยิ้ม พลางพูดขึ้นเรียบๆ “สิ่งที่ผู้อาวุโสคิด ข้ารู้ดี เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องรีบร้อน ตอนนี้สำหรับข้าแล้ว ข้าจำเป็นต้องมียากาย ผู้อาวุโสเคยรับปากเอาไว้ ว่าจะมอบยากายกษัตราให้ข้า ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่ข้าถึงจะได้มัน?”

“เรื่องนั้น...” การที่จู่ๆ หลี่ชีเย่พูดถึงเรื่องนี้ มันทำให้หัวหน้าพูดอาวุโสอึ้งไปชั่วครู่

หลี่ชีเย่พูดขึ้นอีกครั้ง “ผู้อาวุโส ยากายของข้า กระดูกสัตว์ที่จะใช้เป็นตัวยาหลัก ข้าต้องการให้เป็นกระดูกของวัวเหล็กอเวจี เรื่องนี้ ผู้อาวุโสมีความเห็นอะไรหรือไม่”

“เรื่องนี้ อาจต้องใช้เวลาสักหน่อย” หัวหน้าผู้อาวุโสดูอึดอัด เขาพูดด้วยรอยยิ้มแห้งๆ

หลี่ชีเย่มองดูหัวหน้าผู้อาวุโส แล้วพูดขึ้นอย่างจริงจังว่า “ผู้อาวุโสคงไม่ได้กำลังนึกเสียใจภายหลังอยู่ใช่ไหม?”

“หลี่ชีเย่ เรื่องที่สำนักรับปากเจ้าแล้ว จะไม่มีทางคืนคำเด็ดขาด!” หัวหน้าผู้อาวุโสตอบกลับด้วยเสียงทุ้ม “แต่เจ้าระบุว่าต้องการกระดูกของ วัวเหล็กอเวจี เจ้าเองก็น่าจะรู้ดี อาศัยความสามารถสำนักโบราณสี่เหยียนของเรา การเสาะหากระดูกอสูรที่มีอายุนับแสนปีในเวลานี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย! สำนักโบราณสี่เหยียนของเรามียากายกษัตราอยู่จริงๆ ทว่า มันไม่ใช่กระดูกวัวเหล็กอเวจี!”

“ที่ข้าต้องการคือกระดูกของวัวเหล็กอเวจี!” หลี่ชีเย่พูดเรียบๆ

หัวหน้าผู้อาวุโสสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาจ้องมองหลี่ชีเย่พลางพูดขึ้น “กระดูกวัวเหล็กอเวจี ข้าสามารถหามาให้เจ้าได้ ข้าจะเกลี้ยกล่อมผู้อาวุโสคนอื่นๆ เอง แต่ เงื่อนไขก็คือ เจ้าต้องแต่งงานกับองค์หญิงหลี่ให้ได้!”

มองดูหัวหน้าผู้อาวุโส หลี่ชีเย่ถอนหายใจเบาๆ ท้ายที่สุด เขาลุกขึ้นยืน พูดด้วยเสียงเรียบ: “ผู้อาวุโส ผู้หญิงของข้า ข้าสามารถจัดการได้ องค์หญิงก็ดี เทพธิดาก็ดี มันไมใช่ปัญหาเลย ส่วนเรื่องที่ผู้อาวุโสกังวล ข้าสามารถบอกผู้อาวุโสได้แค่ว่า สำหรับข้าแล้ว หากมีใครกล้าคิดทำลายสำนักโบราณสี่เหยียน ข้าจะฆ่าพวกมันให้หมด! อีกอย่างที่ข้าจะบอกผู้อาวุโสก็คือ ใครก็ตามที่กล้าขวางการฟื้นฟูสำนักโบราณสี่เหยียน หากมันหน้าไหนขัดขวางข้า ข้าพร้อมฆ่าไม่เว้น! ถึงมันผู้นั้นจะเป็นเทพปีศาจก็ตาม!” หลังพูดจบหลี่ชีเย่พลันหันหลังเดินจากไปทันที

หัวหน้าผู้อาวุโสตกตะลึงอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ เด็กหนุ่มอายุเพียงสิบสามปี แต่กลับกล้าพูดจาอวดดีเหลือเกิน ทว่า เวลานี้ เขากลับไม่รู้สึกเลยสักนิดว่าหลี่ชีเย่โฉดเขลา ชั่วขณะหนึ่ง เขาดูหลี่ชีเย่ไม่ออกเลยสักนิด ไม่รู้ว่าหลี่ชีเย่ไปเอาความมั่นใจแบบนั้นมาจากไหน เด็กหนุ่มที่มีอายุเพียงสิบสามปีเท่านั้น แต่กลับกล้าพูดจาโอหังขนาดนี้

ท้ายที่สุด หัวหน้าผู้อาวุโสได้แต่ถอนหายใจเบาๆ หลายปีมานี้ เขาจำเป็นต้องแบกภาระในการดูแลสำนักโบราณสี่เหยียน เขารู้ดีว่าสำนักโบราณสี่เหยียนคงไม่สามารถกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งโดยง่าย ทว่า เขายังคงหวังว่ามันจะมีปฏิหาริย์!

บางที หลี่ชีเย่อาจเป็นปาฏิหาริย์ที่ว่านั่นก็ได้!

ไม่ว่าตอนนี้เขาจะเชื่อหรือไม่ แต่เขาพร้อมที่จะเดิมพัน! เพราะเวลาของเขาเหลือไม่มากแล้ว ผู้อาวุโสอีกสี่คนที่เหลือไม่พอใจมากที่เขาไม่ยอมดำรงตำแหน่งเจ้าสำนัก หากปล่อยไว้แบบนี้ หากไม่มีการสนับสนุนของผู้อาวุโสทั้งสี่ สถานการณ์ภายในสำนักโบราณสี่เหยียนอาจตกอยู่ในความเสี่ยง!

----------------------------------------------------------------------------