ราชันอหังการ

ราชันอหังการ: Chapter0029 ตอนที่ 30

#30Chapter0029

บทที่ 29 สิบสองกายเซียน (1)

กายนภา คุณสมบัติกายอันสูงส่ง 1 ใน 12 กายเซียน ในโลกนี้เป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำที่จะมีคนซึ่งมีกายนภาแต่กำเนิด

กายนภาของราชันเซียนหมิงเหรินนั้นได้มาจากการฝึกฝน อีกอย่าง “กายนภา” ที่เขาฝึกมาได้นั้นก็มาจาก “ตำรากาย” ในมือของหลี่ชีเย่เล่มนี้นั่นเอง!

หลี่ชีเย่มั่นใจว่าไม่ว่ายังไงใครๆ ก็คงจะปรารถนาใน “ตำรากาย” เล่มนี้ ดังนั้นเข้าจึงทำการซ่อน “ตำรากาย” เล่มนี้เอาไว้ ขณะเดียวกัน เนื่องจากหลี่ชีเย่กลัวว่าสักวันตนอาจทำ “ตำรากาย” หายไป พร้อมกับความทรงจำที่ถูกลบเลือนของเขา

ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้น หลี่ชีเย่จึงใช้วิธีการบางอย่าง เพื่อซ่อนความลับของ “ตำรากาย” เอาไว้

หลี่ชีเย่ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปไม่น้อย เพื่อซ่อนความลับของตำรากายเอาไว้ภายในทักษะการต่อสู้ที่เหล่าผู้บำเพ็ญตนไม่แยแส เวลานั้น หลี่ชีเย่ได้แบ่งความลับออกเป็นสามส่วน และแบ่งความลับทั้งสามส่วนแยกเก็บไปยังทักษะการต่อสู้สามแขนงที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ทักษะการต่อสู้ทั้งสามส่วนนี้รวมมีทั้งสิ้น 120 เล่ม ซึ่งประกอบไปด้วยทักษะการต่อสู้เสริมนับหมื่นแขนง!

ความพิศวงของ “ตำรากาย” ถูกซ่อนเอาไว้ภายในนั้น จากลำดับที่มีเพียงหลี่ชีเย่เท่านั้นที่รู้ หากไม่มีลำดับของหลี่ชีเย่แม้จะรู้ว่าตำรากายถูกซ่อนเอาไว้ ก็ไม่สามารถดึงความลับของ “ตำรากาย” ออกมาได้!

ในเวลานั้น หลี่ชีเย่ได้แยกจัดทำทักษะการต่อสู้สามส่วนที่แอบซ่อนความพิศวงของตำรากายออกเป็น 3 ยุค ดังนั้น ทักษะการต่อสู้เหล่านี้จึงจัดทำข้ามใน 3 ยุค ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน!

ใน 3 ยุคดังกล่าว หลี่ชีเย่ได้จัดทำทักษะการต่องสู้ทั้งสามส่วนขึ้นกว่าแสนเล่ม เผยแพร่ออกไปในวงกว้าง หลังผ่าน 3 ยุคที่ว่า มันไม่ได้แพร่หลายในจำกัดอยู่ในแดนมนุษย์กษัตราเท่านั้น แต่มันยังแพร่หลายไปยังอีกแปดแดนด้วย

แม้ว่า เคล็ดวิชาทั้งหมดในความทรงจำของหลี่ชีเย่จะถูกลบเลือนไป ทว่า ลำดับที่เขาจำได้นั้นยังคงอยู่! ดังนั้น หากวันใดวันหนึ่ง เขาทำต้นฉบับของ “ตำรากาย” หายไปจริงๆ เขาก็ยังสามารถดึงความพิศวงของตำรากายออกมาจาก “ศาสตร์แห่งการต่อสู้”, “รวมหลักการต่อสู้” และ “เนื้อหนังเหล็กไหล” ได้อยู่ดี!

ตั้งแต่อดีตเป็นต้นมา ไม่มีผู้บำเพ็ญตนคนไหนเคยอ่านตำราทักษะการต่อสู้ทั้ง 120 เล่มนี้อย่างจริงจังมาก่อน แม้จะมีคนเคยฝึกทักษะการต่อสู้ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ว่าจะสามารถครอบครองทักษะการต่อสู้ทั้ง 3 ส่วนพร้อมกัน!

สำนักโบราณสี่เหยียนครอบครองทักษะการต่อสู้ทั้ง 3 นี้ เพราะหลี่ชีเย่เจตนาเหลือทิ้งเอาไว้ เป็นการที่เขาให้โอกาสกับสำนักโบราณสี่เหยียน หากมีใครตั้งใจจนสามารถเข้าถึงคัมภีร์ได้จริงๆ เช่นนั้น ไม่แน่ว่าสำนักโบราณสี่เหยียนก็อาจมีบุคคลที่ยิ่งใหญ่ต่อจากราชันเซียนหมิงเหรินอีกคน ถึงจะไม่ได้เป็นถึงราชันเซียน แต่อย่างน้อยก็จะได้ครอบครองกายเซียน

น่าเสียดาย ที่มีศิษย์รุ่นหลังของสำนักโบราณสี่เหยียนจำนวนไม่มากนักที่เคยอ่านทักษะการต่อสู้ทั้ง 3 ส่วนนี้ ดังนั้นเรื่องการเข้าถึงความลึกซึ้งของมันก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง! ด้วยเหตุนี้เอง หลังยุคของราชันเซียนหมิงเหริน สำนักโบราณสี่เหยียนจึงไม่เคยได้ยินว่ามีกายเซียนปราฏอีกเลย!

หลี่ชีเย่เสียเวลาไปหนึ่งคืนเต็มๆ ในการดึงความพิศวงที่หลบซ่อนอยู่ภายในทักษะการต่อสู้ทั้ง 120 เล่มออกมา

เมื่อมองดูความลับที่ถูกคัดลอกออกมา หลี่ชีเย่เผยรอยยิ้มอย่างพอใจออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาค่อยๆ อ่านความพิศวงที่ว่าช้าๆ เมื่อหลี่ชีเย่ประทับความพิศวงของตำรากายเข้าไปในหัว ความทรงจำที่ถูกลบเลือนไปก็ค่อยๆ ผุดขึ้น ท้ายที่สุด “ตำรากาย” ฉบับสมบูรณ์จึงปรากฏขึ้นในความทรงจำของหลี่ชีเย่อย่างครบถ้วนอีกครั้ง!

หลังจากที่ความพิศวงของตำรากายได้ปรากฏขึ้นในหัวของเขาอย่างสมบูรณ์แล้ว หลี่ชีเย่จึงเผาสิ่งที่เขาคัดลอกออกมาทิ้ง หลังผ่านอุปสรรคมานับไม่ถ้วน หลี่ชีเย่รู้ดีว่า “ตำรากาย” มีค่ามากแค่ไหน และรู้ดีว่าหาก “ตำรากาย” ไปตกอยู่ในมือของคนอื่นแล้วจะเกิดหายนะอะไรขึ้น! ดังนั้น เขาจึงเหลือความพิศวงของ “ตำรากาย” เอาไว้ในหัวของตนเท่านั้น

อันที่จริงต้นฉบับของ “ตำรากาย” นั้นถูกหลี่ชีเย่ซ่อนเอาไว้ ในโลกนี้นอกจากเขา ก็ไม่มีใครสามารถนำต้นฉบับของ “ตำรากาย” ออกมาได้อีก

ทว่า หลี่ชีเย่ยังไม่รีบร้อนที่จะนำต้นฉบับของ “ตำรากาย” ออกมา เพราะต้นฉบับของ “ตำรากาย” นั่นไม่ได้เก็บงำเพียงแค่ความพิศวงของเคล็ดวิชาเท่านั้น!

หลังจากได้ความพิศวงของ “ตำรากาย” กลับมา หลี่ชีเย่พักไปได้เพียงครู่หนึ่ง ฟ้าก็เริ่มสาง โดยหนานหวยเหรินได้เดินทางมาพบหลี่ชีเย่ที่หุบเขาเดียวดายแต่เช้า

“ศิษย์พี่ วันนี้เกรงว่าข้าจะไปที่หอศาตรากับท่านไม่ได้แล้ว ผู้อาวุโสให้ข้าออกไปข้างนอก ข้าต้องไปรายงานเรื่องการแต่งงานให้กับท่านเจ้าสำนัก” เมื่อพบกับหลี่ชีเย่ หนานหวยเหรินจึงพูดขึ้น

หนานหวยเหรินเป็นทูตประจำหอ และได้รับความไว้ใจจากผู้อาวุโส ดังนั้นเขาจึงมักได้รับหน้าที่ในการส่งสาสน์สำคัญๆ เสมอ

“ไปเถอะ เรื่องการเลือกของวิเศษข้าไม่ได้รีบ” หลี่ชีเย่พยักหน้าน้อยๆ เขาจะได้ถือโอกาสนี้จัดการกับพวกคัมภีร์เคล็ดวิชา

หลังจากที่หนานหวยเหรินกลับไป หลี่ชีเย่ไม่ได้นอนต่อ เขาหยิบคัมภีร์ “จำนงวิหคมัจฉาหกกระบวน” ออกมา ในสายตาของเหล่าศิษย์รุ่นที่ 3 ของสำนักโบราณสี่เหยียน “จำนงวิหคมัจฉาหกกระบวน” ถือว่าได้รับความนิยมมาก มันคือทักษะสุดท้ายของวิชาราชัน แม้จะเป็นเพียงทักษะสุดท้าย แต่อานุภาพของมันนั้นน่าสะพรึงมากทีเดียว

ราชันเซียนในหลายรุ่น ต่างได้คิดค้นวิชาราชันที่น่าพรั่นพรึงออกมา ประกอบด้วยเคล็ดชีวิตที่ช่วยยืดอายุวัฒนะ พลังชีวาที่ใช้ในการป้องกันตัวและสังหารศัตรู ทักษะกายที่ใช้ในการฝึกฝนร่างกาย! รวมทั้งเคล็ดวิชาชะตาฟ้าที่สามารถคิดค้นได้ก็ต่อเมื่อราชันเซียนได้สืบทอดชะตาฟ้าแล้ว

ราชันเซียนหมิงเหรินได้คิดค้นเคล็ดวิชานับไม่ถ้วนตลอดช่วงชีวิตของเขา สำหรับเคล็ดวิชาของราชันเซียนหมิงเหริน ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดชีวิต พลังชีวาหรือทักษะกาย หลี่ชีเย่ล้วนแล้วแต่คุ้นเคยอย่างที่สุด

ราชันเซียนหมิงเหริน คือราชันเซียนที่เขาเป็นผู้ฝึกฝนขึ้นมากับมือ เคล็ดวิชาที่ราชันเซียนหมิงเหรินคิดค้นทั้งชีวิต มีเคล็ดวิชาไม่น้อยที่หลี่ชีเย่เคยมีส่วนร่วมด้วย แม้แต่เคล็ดวิชาชะตาฟ้าที่ราชันเซียนหมิงเหรินเป็นผู้คิดค้นขึ้น เขาเองก็มีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน

แม้ว่าในการหลับไปครั้งสุดท้าย เคล็ดวิชาในความทรงจำของหลี่ชีเย่ทั้งหมดจะถูกราชามังกรดำลบเลือนออกไป ทว่า เขายังคงสามารถนำมันกลับมาได้

“วิหคมัจฉาหกผัน” ซึ่งเป็นวิชาราชันแก่นแท้ของ “จำนงวิหคมัจฉาหกกระบวน” คือหนึ่งในเคล็ดพลังชีวาที่แข็งแกร่งที่สุดที่ราชันเซียนหมิงเหรินเคยคิดค้นตลอดช่วงชีวิตของเขา

หลี่ชีเย่ไม่รู้เช่นกันว่า “วิหคมัจฉาหกผัน” ในสำนักปีศาจนพเก้าจะยังคงอยู่หรือไม่ เวลานี้เขายังไม่สามารถเข้าถึงวิชาราชันแก่นแท้ภายในสำนักปีศาจนพเก้า ทว่า เขาสามารถใช้ “จำนงปักษาหกกระบวน” เพื่อเรียกคืนความทรงจำเกี่ยวกับ “วิหคมัจฉาหกผัน” ให้กลับมาได้!

หลี่ชีเย่ค่อยๆ อ่าน “จำนงปักษาหกกระบวน” อันที่จริง “จำนงปักษาหกกระบวน” นั้นมีเพียงแค่ 6 กระบวนท่าเท่านั้น เทียบไม่ได้กับพลังชีวาในการพิชิตศัตรูพ้นภัยด้วยซ้ำ ทว่า หลี่ชีเย่รู้ดีกว่าใครๆ ว่า “วิหคมัจฉาหกผัน” ของราชันเซียนหมิงเหรินนั้นถูกคิดค้นโดยมีพื้นฐานจากทั้ง 6 กระบวนท่านี้

เวลานั้น ราชันเซียนหมิงเหรินอายุยังน้อย หลี่ชีเย่ที่กลายร่างเป็นอีกาทมิฬเคยพาราชันเซียนหมิงเหรินไปส่องดูวิหคมัจฉา ราชันเซียนหมิงเหรินจึงจดจำท่วงท่า 6 อย่างของวิหคมัจฉาที่ว่า และคิดค้นเป็น “วิหคมัจฉาหกผัน” ขึ้นมา ภายหลัง “วิหคมัจฉาหกผัน” ก็เริ่มมีชื่อเสียงและได้รับการขนานนามว่าเป็นเคล็ดวิชาราชัน!

หลังผ่านการทำความเข้าใจ กระบวนท่าทั้ง 6 ของ “วิหคมัจฉาหกผัน” เริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลงในหัวของหลี่ชีเย่ช้าๆ บางเวลา วิหคยักษ์โบยบินท่ามกลางเก้าฟ้า ปีกสยายกว้างสามพันลี้ บางเวลา วิหคตะลุยผ่านเก้าแดนวังเวง จิกทะลวงขุมนรก บางเวลา วิหคยักษ์ทะลวงผ่านหุบเหว กลายร่างเป็นมัจฉายักษ์ ฟาดหางก่อเกิดคลื่น......

บางเวลาเป็นวิหค บางเวลาเป็นมัจฉา ความเปลี่ยนแปลงเกิดเร็วขึ้นเรื่อยๆ จากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่หยุด ค่อยๆ ทำให้ภาพที่ปรากฏเริ่มแยกไม่ออกว่าสิ่งที่เห็นคือวิหคหรือมัจฉา ท้ายที่สุด มัจฉากลายร่างเป็นวิหค ทะยานทั่วเก้าฟ้า ก้าวเข้าสู่มหาวิถี ความเปลี่ยนแปลงของมัจฉาและวิหค เหมือนการผลัดเปลี่ยนระหว่างตะวันจันทรา การผสมผสานของธรรมชาติ ผสานท่วงทำนองแห่งฟ้าและดิน

เกิดเสียง “ตึง......” ดังสนั่น วิหคมัจฉายักษ์สร้างคลื่นขนาดใหญ่ ในเสี้ยววินาทีนั้น หลี่ชีเย่สั่นสะท้านไปทั่วร่าง วิหคมัจฉายักษ์ที่สร้างคลื่นขนาดมหึมาเลือนหายไป คลื่นขนาดมหึมานั้นพลันหายไปเช่นกัน ภาพทั้งหมดค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นทาง เส้นทางนั้นทอดยาวดูน่าพิศวง เลี้ยวลดคดเคี้ยว ท้ายที่สุด อักขระแต่ละตัวที่ถูกลบเลือนไปค่อยๆ ปรากฏขึ้นในหัวของหลี่ชีเย่อีกครั้ง

อักขระแต่ละตัวเปลี่ยนเป็นวิหคบ้าง เปลี่ยนเป็นมัจฉาบ้าง ปรากฏการณ์อนันต์อันน่าพิศวง ไม่มีการสับเปลี่ยนระหว่างวิหคและมัจฉาอีกแล้ว มันกลายร่างเป็นวิหคมัจฉา กลายเป็น “วิหคมัจฉาหกผัน” แบบสมบูรณ์ประทับอยู่ในหัวของหลี่ชีเย่ได้ในที่สุด

หลี่ชีเย่รู้สึกยินดีในใจ ผลย่อมเป็นไปตามใจที่พยายาม ในที่สุดเขาก็ดึงความทรงจำ “วิหคมัจฉาหกผัน” กลับมาได้ในที่สุด

ไม่รู้ว่านานแค่ไหน ที่กว่าหลี่ชีเย่จะตื่นจากภวังค์หลังจากได้สัมผัสความพิศวงของ “วิหคมัจฉาหกผัน” โดยไม่รู้ตัว เขาจมดิ่งอยู่กับพลังชีวานี้ไปหนึ่งวันเต็มเต็ม

หลังทำความเข้าใจความพิศวงของ “วิหคมัจฉาหกผัน” แล้ว หลี่ชีเย่ยังไม่ยอมหยุด และไม่คิดเข้าข้างตัวเอง สถานการณ์ของเขา เขาเข้าใจดีกว่าใคร ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติกาย รอบชีวิต ชะตาหรือลัคนา เขาไม่สามารถเทียบได้กับพวกมีพรสวรรค์พวกนั้น ดังนั้น ในการบำเพ็ญตนของเขา เขาจึงต้องขยันกว่าคนอื่นๆ เป็นร้อยเท่า ในเส้นทางการบำเพ็ญตนของเขา เขาจะต้องเพียรพยายามไม่หยุด มีเพียงทางนี้เท่านั้น เขาจึงจะมีโอกาสได้สืบทอดชะตาฟ้า ตะลุยไปทั่วเก้าฟ้าสิบแดน!

ในฐานะอาจารย์ที่เป็นผู้ฝึกฝนราชันเซียนเองกับมือ เคยเป็นอาจารย์ที่ชี้นำบุคคลชั้นนำมานับไม่ถ้วน ฝึกฝนมหาวิถีเต๋า เขาเข้าใจดีกว่าใครทั้งหมด! แม้ว่าคุณสมบัติของเขาจะเป็นกายปุถุชน รอบชีวิตปุถุชนและยังไม่เปิดลัคนา ทว่า เขามีแนวคิดแห่งการบำเพ็ญตนที่สมบูรณ์แบบ นี่คือข้อได้เปรียบของเขา

หลี่ชีเย่เปิดอ่าน “พลังวงตะวันจันทรา” โดย “พลังวงตะวันจันทรา” เป็นหนึ่งในเคล็ดชีวิต เน้นการฝึกเสริมรอบชีวิตเป็นหลัก

ผู้บำเพ็ญตนทุกคน แม้กระทั่งปุถุชน ต่างก็มีรอบชีวิต! ขอเพียงเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา ก็จะต้องมีสามสิ่งนี้ หนึ่ง คุณสมบัติกาย; สอง รอบชีวิต; สาม ลัคนา

คุณสมบัติกาย คงไม่ต้องพูดอะไรมาก มันคือส่วนที่มีไว้สำหรับแบกรับชีวิต หากไม่มีคุณสมบัติกาย ก็เท่ากับไม่มีชีวิต โดยปุถุชนทั่วไป ทุกคนย่อมเป็นเจ้าของกายปุถุชน! ร่างที่มีเลือดเนื้อ เป็นสิ่งที่ให้อุ้มชูชีวิตที่ดีที่สุด!

รอบชีวิต เคยมีคำกล่าวว่า ต้นไม้มีวงปี คนมีรอบชีวิต รอบชีวิต กักเก็บอยู่ภายในร่างกาย แต่มันไม่มีลักษณะเป็นรูปธรรม มันมีลักษณะเป็นวงแสง จะต้องผ่านการบำเพ็ญตนจึงจะสามารถมองเห็นรอบชีวิตได้ หลังผ่านการฝึกเคล็ดชีวิตแล้ว รอบชีวิตจะปรากฏอยู่เบื้องหลังศีรษะ วงแสงแต่ละวง เป็นตัวบ่งบอกความแข็งแกร่งของเลือดลมวัฒนะ

ในฐานะคนธรรมดาปุถุชน เมื่อเกิดมา หากไม่มีอุบัติเหตุใดๆ จำนวนอายุขัยของคนเราจะขึ้นอยู่กับรอบชีวิต อาทิ รอบชีวิตของปุถุชนอย่างหลี่ชีเย่ หากเขาไม่ได้ทำการบำเพ็ญตน ใช้ชีวิตอย่างปุถุชนคนธรรมดาทั่วไป ไม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เขาก็จะมีอายุได้ราว 60 ปี

รอบชีวิต คุณสมบัติกาย ลัคนาต่างมีระดับของมันเอง ระดับแบ่งจากต่ำไปสูงได้ดังนี้: ระดับปุถุชน, ระดับภายหลัง, ระดับแต่กำเนิด, ระดับกษัตรา, ระดับเทวะ, ระดับเซียน!

แม้ว่าระดับของรอบชีวิต คุณสมบัติกายและลัคนาจะมีรูปแบบเดียวกัน ทว่า มันยังมีความแตกต่างเล็กน้อย ตามหลักการแล้ว รอบชีวิตและลัคนาเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ มันเป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด มีเพียงคุณสมบัติกายเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ผ่านการฝึกฝน! อาทิ คุณสมบัติกายแต่กำเนิด สามารถฝึกฝนวิชากายกษัตรา จนกระทั่งสามารถเลื่อนขั้นกลายเป็นกายกษัตราได้!

----------------------------------------------------------------------------