ราชันอหังการ: Chapter0059 ตอนที่ 60
ตอนที่ 59 แผนร้าย (1)
“เขาเดียวดายคือสถานที่ผู้อาวุโสจัดแจงให้ศิษย์พี่ใหญ่พัก” หนานหวยเหรินพูดทวงความยุติธรรมแทนหลี่ชีเย่
เมื่อได้ยินคำของหนานหวยเหริน เหออิงเจี้ยนเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา: “เวลานี้ข้าขอหุบเขาเดียวดายคืน เจ้ามีปัญหาไหม?!” เมื่อพูดจบ เหออิงเจี้ยนเว้นจังหวะครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพูดขึ้นอีกครั้ง: “หนานหวยเหริน ในสำนักของเราเจ้าถือว่าเป็นคนฉลาด อย่ามัวแต่ขลุกอยู่กับสวะไม่เอาไหนทั้งวันแบบนี้เลยนะ มันไม่ต่างจากการทำร้ายตัวเอง! คอยตามสวะไม่เอาไหนต้อยๆ แบบนี้ อยู่ในสำนักต่อไป เจ้าจะหมดอนาคตซะเปล่าๆ !”
คำพูดของเหออิงเจี้ยน ไม่ใช่แค่เย้ยหยันหนานหวยเหรินเท่านั้น แต่มันเป็นการคุกคามด้วย!
หนานหวยเหรินเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี พูดจาลื่นไหลและเฉลียวฉลาด เขาจะไม่เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดนั้นได้อย่างไร? จะติดตามใคร ในใจของหนานหวยเหรินรู้ดีอยู่แล้ว สำหรับคำพูดของเหออิงเจี้ยน หนานหวยเหรินไม่ได้แสดงท่าทีลังเลใจเลยแม้แต่น้อย เขาพูดขึ้นเรียบๆ : “เรื่องนี้ศิษย์พี่ไม่ต้องเป็นกังวลแทนข้าหรอก ศิษย์พี่ใหญ่คือบุคคลที่มีความสามารถโดดเด่นในสำนักโบราณสี่เหยียน ข้ายินดีที่จะรับใช้และติดตามเขา!”
“รับผิดชอบในผลที่ตามมาเองแล้วกัน! ” เมื่ออีกฝ่ายปฏิเสธความหวังดีของเขา เหออิงเจี้ยนจึงได้แต่ส่งเสียงหึเยือกเย็นในลำคอ
หลี่ชีเย่เบื่อหน่ายที่จะสนใจเรื่องราวต่อปากต่อคำแบบนี้ เขาได้แต่เหลือบมองเหออิงเจี้ยนพลางพูดขึ้น: “เห็นแก่ที่เราอยู่ในสำนักเดียวกัน ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกสักครั้ง จงสร้างที่พักที่เจ้าพังลงให้กลับมาเหมือนเดิม ไม่งั้น พรุ่งนี้ถึงเจ้าอยากคลานก็คงคลานไม่ไหว!”
คำพูดของหลี่ชีเย่ทำให้เหออิงเจี้ยนส่งสายตาเย็นเฉียบออกมาทันที ไอสังหารของเขาลุกโชน เขาพูดตอบด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น: “เจ้าสวะไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักโบราณสี่เหยียนจริงๆ งั้นเหรอ? กล้าพูดแบบนี้กับข้า! หึ พวกเศษเหล็กไร้ราคาอย่างเจ้ากับพรรคพวก ปากดีกันมากไปแล้วมั้ง! พวกคนไร้ค่าน่าเกลียด กล้าเป็นศัตรูกับข้า?” เหออิงเจี้ยนพูดอย่างเยือกเย็นพลางมองไปที่หลี่ชีเย่และพวกหนานหวยเหริน
คำพูดของเหออิงเจี้ยน ทำให้พวกสวี่เพ่ยรู้สึกโกรธทันที คำพูดของเขาไม่เพียงแต่ดูหมิ่นหลี่ชีเย่เท่านั้น แต่เป็นการดูหมิ่นพวกนางด้วย
เมื่อเหออิงเจี้ยนยังไม่ยอมลามือ หลี่ชีเย่จึงไม่สนใจอีกฝ่ายอีก เขาหมุนตัวเดินจากไปทันที
“อะไร? เมื่อครู่เจ้าเพิ่งพูดอวดดีว่าพรุ่งนี้จะให้ข้าคลานไม่ไหวไม่ใช่หรือไง? ทำไมจู่ๆ ถึงหนีซะล่ะ? ขี้ขลาดตาขาว สวะไม่มีดีอย่างเจ้ากล้าดียังไงมาพูดจาคำโตต่อหน้าข้า......” เมื่อเห็นหลี่ชีเย่หมุนตัวเดินจากไป เหออิงเจี้ยนจึงพูดเย้ยหยันไล่หลังเขา
“โยนมันลงเขาไปซะ ตีจนกว่าพ่อแม่ของมันจะจำมันไม่ได้ หากไม่ยอมสร้างที่พักให้ข้าใหม่ ก็หักขามันทิ้งซะ!” หลี่ชีเย่ไม่คิดที่จะต่อความยาวกับเหออิงเจี้ยนอีก เขาเดินไปหน้าที่พักของหลี่ซวงเหยียน พลางออกคำสั่งกับนาง
“ฮะฮะฮ่า......” การที่จู่ๆ หลี่ชีเย่เดินไปออกคำสั่งกับหลี่ซวงเหยียน เหออิงเจี้ยนรู้สึกราวกับเพิ่งได้ยินเรื่องน่าขำที่สุดโนโลก เขาหัวเราะจนตัวงอ ชี้ไปทางหลี่ชีเย่ ขำจนน้ำตาของเขาแทบไหล พูดออกมาด้วยเสียงหัวเราะดังลั่น: “เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร คิดว่าตัวเองเป็นกษัตราปีศาจ? หรือคิดว่าเป็นจักรพรรดิ? สวะสารรูปอย่างเจ้า กล้าออกคำสั่งกับนางฟ้าหลี่งั้นเหรอ! นางฟ้าหลี่ เจ้าสวะนี่ ข้าจะช่วยจัดการมัน.......”
แต่แล้ว ยังไม่ทันที่เหออิงเจี้ยนจะได้พูดจบ หลี่ซวงเหยียนกลับเดินหน้าออกมา มองดูเขาราวกับมองดูสวะหน้าโง่และพูดขึ้นอย่างเยือกเย็น: “ข้าจะให้โอกาสเจ้าได้ลงมือ”
ทันใดนั้น รอยยิ้มของเหออิงเจี้ยนเหมือนถูกแช่แข็ง ท่าทางของเขาในตอนนี้เลวร้ายกว่าท่าทางของคนที่ต้องกินอาจมของสุนัขด้วยซ้ำ ตัวของเขาแข็งทื่อแน่นิ่งอยู่อย่างนั้น
เกิดเสียงดัง “ตุบ......” เมื่อเหออิงเจี้ยนได้สติกลับมาอีกครั้ง เขาก็ถูกหลี่ซวงเหยียนเตะออกจากเขาเดียวดายไปแล้ว จากนั้น เสียงร้องโหยหวนจึงดังตามมาจากเชิงเขาเดียวดาย ไม่ต้องสงสัยเลยว่า หลี่ซวงเหยียนลงมือหนักตามคำสั่งของหลี่ชีเย่จริงๆ
เวลานี้ ศิษย์คนอื่นๆ ที่มาช่วยพังที่พักของหลี่ชีเย่ต่างยืนตัวแข็งทื่อ หลี่ซวงเหยียนลงมือสั่งสอนเหออิงเจี้ยน แค่พริบตาก็สามารถทำให้เหออิงเจี้ยนร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด! ภาพที่เห็น ทำให้ขวัญกำลังใจของศิษย์เหล่านี้กระเจิงจนไม่เหลือ!
แม้แต่พวกกลุ่มสวี่เพ่ยเองก็อดที่จะมองหน้ากันไปมาไม่ได้ ถึงที่ผ่านมาหลี่ซวงเหยียนจะปรากฏตัวขึ้นพร้อมๆ กับหลี่ชีเย่มาโดยตลอด ทว่า น้อยมากที่พวกเขาจะพูดคุยกัน ในสายตาของพวกสวี่เพ่ย การที่หลี่ซวงเหยียนยังคงอยู่ในสำนัก คงเป็นเพราะคำมั่นสัญญาการเกี่ยวดองของสองสำนัก จึงต้องอยู่กับศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเขาเท่านั้น
แต่แล้ว ที่พวกเขาคาดไม่ถึงก็คือ นางฟ้าหลี่ที่สูงส่งคนนี้ องค์หญิงหลี่แห่งแคว้นกู่หนิวเจียงที่มีคนนับหมื่นหลงใหล กลับยอมเชื่อฟังคำสั่งหลี่ชีเย่อย่างว่าง่าย เรื่องแบบนี้ไปเล่าให้ใครฟังก็คงไม่มีใครเชื่อ
สำนักปีศาจนพเก้าอยู่ในระดับไหน แล้วตอนนี้สำนักโบราณสี่เหยียนอยู่ในระดับไหน? เวลานี้ตำแหน่งของหลี่ซวงเหยียนนั้นสูงส่งจนยากที่จะจินตนาการได้ แม้กระทั่งผู้อาวุโสของสำนักโบราณสี่เหยียนก็ยังไม่มีคุณสมบัติสูงพอที่จะเทียบกับนางด้วยซ้ำ บุคคลสูงส่งขนาดนี้ แต่กลับยอมเชื่อฟังคำสั่งศิษย์พี่ของพวกเขา ช่างเป็นเรื่องเหลือเชื่อสิ้นดี
ระหว่างที่หลี่ซวงเหยียนสั่งสอนเหออิงเจี้ยนนั้น ข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ของหลี่ชีเย่อย่างหนานหวยเหรินได้แต่เผยรอยยิ้มเยือกเย็น พลางมองดูเหล่าศิษย์ที่มาช่วยเหออิงเจี้ยนพังที่พักหลี่ชีเย่อย่างมาดร้าย: “ยังไม่รีบไสหัวไปอีก หรือจะรอให้เราจัดการพวกเจ้าซะ? ศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน อย่าทำให้อะไรให้มันเกินไปนัก แค่อยากเลียแข้งเลียขาผู้อาวุโสเฉา ก็ไม่ต้องสนกฎสนระเบียบแล้วหรือไง.......”
“......อำนาจของศิษย์พี่ใหญ่พวกเจ้ากล้าลองดีงั้นเหรอ? หึ พวกตาต่ำ แม้แต่กษัตราวงตะวัน ศิษย์พี่ใหญ่ของเรายังเป็นแขกผู้มีเกียรติของเขา! อย่าคิดนะว่ามีคนคอยหนุนหลังอยู่ ก็ริอาจมาท้าทายอำนาจของศิษย์พี่ใหญ่เรา! ยังดีที่ศิษย์พี่ใหญ่เมตตาไม่คิดถือสาพวกเจ้า ไม่งั้น สิ่งที่พวกเจ้าทำ คงมีแต่ความตายเท่านั้นที่จะชดใช้ได้!”
หนานหวยเหรินไม่ใช่คนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีเท่านั้น คนที่เชี่ยวชาญการพูดจาอย่างเขา ยังรู้ดีด้วยว่าเขาควรพูดคำเหล่านี้อย่างไร เรื่องบางเรื่องควรจัดการอย่างไร คำที่เขาพูดออกมาถึงมันจะเป็นคำพูดที่ดูวางอำนาจ แต่คำพูดเหล่านี้ เป็นสิ่งที่นอกจะพูดให้ศิษย์ที่มาทำลายที่พักของหลี่ชีเย่ฟังแล้ว ยังเป็นการพูดเพื่อให้พวกสวี่เพ่ยรับฟังด้วย มันเป็นการเตือนสติพวกเขา!
ศิษย์ที่มาร่วมพังพี่พักของหลี่ชีเย่ได้สติกลับมาอีกครั้ง พวกเขาสะดุ้งเฮือก ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก ต่างรีบทิ้งเครื่องไม้เครื่องมือวิ่งหนีไปทันที เวลานี้ผู้นำของพวกเขาถูกตีจนร้องเสียงหลงไม่ต่างจากหมูถูกเชือด ไม่ว่าพวกเขาจะกล้าหาญมากแค่ไหน ก็คงไม่มีใครกล้าท้าทายบารมีของหลี่ชีเย่แน่นอน
และขณะที่พวกสวี่เพ่ยยังอยู่ในอาการตกตะลึง หลี่ซวงเหยียนก็เหาะกลับมายังหน้าที่พักของนางอีกครั้ง การลงมือจัดการสั่งสอนเหออิงเจี้ยน สำหรับบุคคลในระดับนาง มันง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วยด้วยซ้ำ
แม้เหออิงเจี้ยนจะได้ชื่อว่าเป็นบุคคลที่มีพรสวรค์ในสำนักโบราณสี่เหยียน แต่เมื่อต้องเทียบกับสตรีที่สูงส่งอย่างหลี่ซวงเหยียน ย่อมเทียบกันไม่ติด!
“คนที่ขวางทางข้า ไม่เกี่ยวกับเรื่องภายในหรือนอกสำนัก จงจำหน้าที่ของเจ้าไว้ ใครคิดเป็นศัตรูกับข้า จงจัดการมันให้หมด!” หลี่ชีเย่เหลือบมองหลี่ซวงเหยียนพลางพูดขึ้น
คำพูดของหลี่ชีเย่ ทำให้คนที่ได้ยินอย่างพวกสวี่เพ่ยรู้สึกอื้ออึงไปหมด ส่วนหนานหวยเหรินได้แต่เกิดความพรั่นพรึงในใจ! พวกสวี่เพ่ยนั้นไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ แต่สำหรับหนานหวยเหรินเขารู้ดีกว่าใคร
เพราะหลี่ชีเย่เคยพูดไว้ว่า หลี่ซวงเหยียนเป็นเพียงองครักษ์รับใช้ของเขาเท่านั้น! เวลานี้การที่หลี่ชีเย่ออกคำสั่งกับหลี่ซวงเหยียน มันทำให้เขาได้เห็นกับตาตัวเอง สิ่งที่เห็นจะไม่ทำให้หนานหวยเหรินรู้สึกสะท้านได้อย่างไร
หลี่ซวงเหยียน บุคคลที่สูงส่ง? องค์หญิงของแคว้นกู่หนิวเจียง ทายาทของสำนักปีศาจนพเก้า แต่แล้ว วันนี้นางกลับกลายเป็นแค่องครักษ์รับใช้ของศิษย์พี่ใหญ่เท่านั้น!
ในระหว่างที่พวกสวี่เพ่ยยังอยู่ในอาการงุนงง หลี่ชีเย่พลันหมุนตัวเดินเข้าไปยังหอวิเศษของหลี่ซวงเหยียน มีเพียงเสียงของหลี่ชีเย่ที่ดังรอดออกมา น้ำเสียงของเขายังคงเรียบเฉย: “ครั้งนี้เจ้าบกพร่องต่อหน้าที่ ข้าจะยึดห้องนอนของเจ้าชั่วคราว เจ้าไปพักที่ห้องด้านข้างและเฝ้ายามให้ข้าด้วย”
คำพูดของหลี่ชีเย่ ทำให้หลี่ซวงเหยียนทั้งโมโหและเดือดดาล ท้ายที่สุดนางจึงเตะเท้าระบายอารมณ์และเดินเข้าไปในที่พักของตนโดยไม่พูดอะไรอีก
ภาพที่เกิดขึ้น ทำให้พวกสวี่เพ่ยมีอาการแข็งเป็นหินไปทันที มันช่างน่าเหลือเชื่อ เป็นภาพที่น่าเหลือเชื่อที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเห็นมา
หลี่ซวงเหยียน บุคคลที่อยู่ในฐานะสูงส่งเหลือเกิน เป็นนางฟ้าในยุคสมัยนี้ ทายาทของสำนักปีศาจนพเก้า องค์หญิงแห่งแคว้นกู่หนิวเจียง เป็นศิษย์ของกษัตราวงตะวัน อีกทั้งยังมีชะตาทิพย์ที่เป็นกายกษัตรา! ไม่ว่าจะพูดถึงจุดไหน มันก็มากพอที่จะทำให้ใครๆ รู้สึกสะท้านได้แล้ว สตรีสูงส่งอย่างหลี่ซวงเหยียนคนนี้ ไม่ว่าจะไปที่ไหน ไม่ว่าจะพูดถึงจุดไหน ก็คงเป็นที่ชื่นชมของใครๆ อย่างไม่ต้องสงสัย
แต่แล้ว วันนี้ สตรีที่สูงส่งอย่างหลี่ซวงเหยียน กลับเป็นได้แค่เพียงนางข้างห้องของศิษย์พี่ใหญ่ ภาพภาพนี้ ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ ความโอหังที่เกิดขึ้นนี้ มันมากจนแม้แต่จักรพรรดิก็คงไม่กล้าทำ!
ภายในหอวิเศษของหลี่ซวงเหยียน ในห้องนอนของนาง หลี่ชีเย่ขึ้นไปนั่งบนเตียงนั้น มองดูหลี่ซวงเหยียนที่มีใบหน้าบึ้งตึง มือของเขาประสานกันอยู่ด้านหลังศีรษะ พลางพูดอย่างอารมณ์ดี: “ข้ารู้ว่าเจ้าคงอารมณ์ไม่ดี แต่เจ้าบกพร่องในหน้าที่จริงๆ ในฐานะองครักษ์ของข้า เจ้าควรรู้ว่าควรทำอะไร หากเจ้ารู้สึกว่าข้าไม่มีค่ามากพอที่เจ้าจะติดตาม เจ้าสามารถไปได้ทุกเมื่อ เรื่องแบบนี้ ข้าไม่คิดบังคับเจ้า”
หลี่ซวงเหยียนมองดูหลี่ชีเย่ นางดูสงบลงแต่ไม่พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว
“ในเมื่อเจ้าไม่พูดอะไร นั่นหมายความว่าเจ้ายอมรับที่จะอยู่ที่นี่ต่อ” หลี่ชีเย่พูดเรียบๆ เขาจะไม่พูดถึงประเด็นนี้อีก จากนั้นจึงพูดกับหลี่ซวงเหยียนต่อ: “ช่วยไปบอกกษัตราวงตะวันแทนข้าที ว่าข้าต้องการนักปรุงยาคนนึง ยิ่งเก่งเท่าไหร่ก็ยิ่งดี”
“ข้าจะไปแจ้งข่าวให้อาจารย์ทราบ ส่วนเรื่องที่อาจารย์จะส่งใครมานั้น คงไม่ใช่หน้าที่ข้าที่จะเป็นคนตัดสินใจ” ผ่านไปครู่ใหญ่ เมื่ออารมณ์ของหลี่ซวงเหยียนสงบลง นางมีดีสมกับชื่อเสียงที่ได้รับ เพราะนางยังคงวางตัวได้ดี เมื่อสงบอารมณ์ลงได้ นางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริง
“ปัญหานี้ ข้าว่ากษัตราวงตะวันคงรู้ดีว่าควรทำอย่างไร” หลี่ชีเย่ยิ้ม หลังจากที่เขาออกคำสั่งเรียบร้อย เข้าก็เลิกสนใจอีกฝ่ายและผล็อยหลับไปทันที
ภาพเบื้องหน้า ไม่รู้ว่าจะทำให้หลี่ซวงเหยียนโกรธหรือพูดไม่ออกดี เด็กหนุ่มอายุน้อยคนนี้ กลับทำท่าวางโตอวดดีมากกว่าผู้ชายทุกคนที่นางเคยพบมา วันนี้ เขากล้ายึดเตียงของนาง ทำราวกับเป็นเรื่องธรรมดาๆ และนอนอยู่บนนั้นอย่างสบายอารมณ์! เด็กหนุ่มที่อวดดีได้ขนาดนี้ นางเพิ่งเคยพบเคยเจอเป็นครั้งแรก และที่ยิ่งทำให้นางพูดไม่ออกก็คือ เด็กหนุ่มคนนี้อายุน้อยกว่านางด้วยซ้ำ เขามีอายุเพียงแค่สิบสามสิบสี่ปีเท่านั้น!
และแล้ว ในวันถัดมา ที่พักของหลี่ชีเย่ก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ที่พักใหม่ที่ว่าดูไม่ต่างจากที่พักเดิมเลยแม้แต่น้อย
เหออิงเจี้ยนถูกหลี่ซวงเหยียนซ้อมจนลุกไม่ขึ้น มันทำให้อาจารย์ของเขาอย่างเฉาสงรู้สึกกราดเกรี้ยวอย่างที่สุด!
แผนของเขาคือหวังว่าศิษย์ของตนจะมีโอกาสได้เด็ดดอกฟ้าอย่างหลี่ซวงเหยียน แต่นึกไม่ถึงว่า ศิษย์ที่เขาภาคภูมิใจคนนี้กลับไม่เพียงแต่ไม่สามารถได้รับความรักจากหลี่ซวงเหยียน เขากลับยังถูกหลี่ซวงเหยียนทุบตีจนลุกจากเตียงไม่ได้ด้วย
เรื่องแบบนี้ มันทำให้เฉาสงโกรธจนแทบจะกระอักเลือด แต่การที่ศิษย์ของตนถูกทายาทของสำนักปีศาจนพเก้า องค์หญิงแห่งแคว้นกู่หนิวเจียงซ้อม คนอย่างเขาจะทำอะไรได้? ให้บุกไปคิดบัญชีกับหลี่ซวงเหยียนหรือยังไง?
----------------------------------------------------------------------------