ราชันอหังการ

ราชันอหังการ: Chapter0033 ตอนที่ 34

#34Chapter0033

บทที่ 33 ดาบฉีเหมิน (1)

ของวิเศษราชันเซียน เป็นของวิเศษที่ไม่ได้มีความล้ำค่าในหมู่ผู้บำเพ็ญตนเท่านั้น เพราะสำหรับสายสำนักของราชันเซียนเอง มันก็เป็นสมบัติล้ำค่าเช่นกัน!

ราชันเซียนหมิงเหรินก่อตั้งสำนักโบราณสี่เหยียน ทิ้งของวิเศษราชันเซียนเอาไว้ เพื่อทำหน้าที่ปกปักรักษา แต่แล้ว วันเวลาพันล้านปีผ่านไป เวลานี้สำนักโบราณสี่เหยียนกลับไม่หลงเหลือของวิเศษรชันเซียนแม้แต่ชิ้นเดียว

ตอนนี้หลี่ชีเย่เข้าใจแล้วว่า การที่สำนักโบราณสี่เหยียนตกต่ำลงไป ไม่ได้เป็นไปโดยไร้สาเหตุ วิชาราชันที่ไม่ได้รับการสืบทอด ของวิเศษราชันเซียนที่หายไป ไม่มีผู้นำที่โดดเด่น หากสำนักโบราณสี่เหยียนไม่ตกต่ำ คงเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผลมากกว่า

“ศิษย์พี่ ท่านจะเลือกสมบัติวัฒนะหรือว่าอาวุธวิเศษดี? หรือจะเป็นสัจจะอาวุธ?” ระหว่างที่หลี่ชีเย่อยู่ในภวังค์ หนานหวยเหรินเอ่ยถามขึ้น

แต่แล้ว หลังจากหลี่ชีเย่เดินสำรวจรอบหอศาตราชั้นที่ 3 จนครบ เขาส่ายหัว ไม่มีอาวุธวิเศษหรือสมบัติวัฒนะที่ถูกใจเขา

หนานหวยเหรินไม่เข้าใจว่าเหตุใดหลี่ชีเย่ถึงไม่ถูกใจอาวุธของที่นี่ แม้ว่า อาวุธทั้งหมดที่อยู่ในชั้นที่ 3 ต่างไม่ใช่สุดยอดอาวุธ ทว่า สำหรับศิษย์สำนักโบราณสี่เหยียนแล้ว อาวุธของหอศาตราในชั้นที่ 3 เป็นสิ่งที่พวกเขาอยากได้อยากมีกันทั้งนั้น

หนานหวยเหรินเองก็อยากได้อาวุธที่อยู่ในชั้นที่ 3 ไม่ต่างกัน น่าเสียดาย ที่เขายังทำผลงานได้ไม่มากพอ

หลี่ชีเย่ไม่ถูกใจอาวุธชิ้นไหนเลย แต่หนานหวยเหรินก็ไม่กล้าพูดอะไร เขารู้ดีว่าหลี่ชีเย่มีแผนในใจอยู่แล้ว ดังนั้นจึงได้แต่เดินตามหลี่ชีเย่ลงจากชั้นที่ 3

กลุ่มศิษย์ที่หัวเราะเย้ยหยันหลี่ชีเย่เมื่อครู่ยังคงอยู่ เมื่อเห็นหลี่ชีเย่ลงมามือเปล่า ศิษย์บางคนจึงอดพูดขึ้นไม่ได้: “โอ้ ศิษย์พี่ใหญ่ของเรานี่หัวสูงจริงๆ ขนาดอาวุธที่อยู่ในชั้นที่ 3 ก็ยังไม่มีชิ้นไหนเข้าตาเขา”

“ฮ่า เจ้าไม่รู้อะไร ในสายตาศิษย์พี่ใหญ่ของเรามีเพียงแค่ของวิเศษราชันเซียนเท่านั้น ฮะฮ่า ของวิเศษธรรมดาไม่อยู่ในสายตาของเขาหรอก” ศิษย์อีกคนพูดเหน็บเสริม: “ฮ่า แต่ว่า ทำไมไม่ตักน้ำส่องตัวเองบ้างนะ สวะอย่างเขา มีโอกาสได้ขึ้นไปเลือกอาวุธชั้นที่ 3 ถือเป็นเมตตาสูงสุดของผู้อาวุโสทุกท่านแล้ว”

ในใจของศิษย์บางคนเต็มไปด้วยโทสะ สวะคนหนึ่งกลับมีคุณสมบัติได้เลือกอาวุธในชั้นที่ 3 มันทำให้พวกเขารู้สึกริษยา ศิษย์บางคนส่งเสียงไม่พอใจ พูดด้วยน้ำเสียงเหยียด: “สวะอย่างเขา ถึงจะมีของวิเศษราชันเซียนวางอยู่ตรงหน้า เขาก็คงเข้าใจว่ามันเป็นแค่เศษโลหะเท่านั้น พวกสวะตาต่ำ จะรู้จักของล้ำค่าได้อย่างไร!”

ศิษย์เหล่านั้นพูดจาเย้ยหยันโดยไม่ปิดบัง มันทำให้หนานหวยเหรินอดขมวดคิ้วไม่ได้ ส่วนหลี่ชีเย่ได้แต่เหลือบไปมองพวกเขา พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ: “ดูท่า พวกเจ้าคงไม่พอใจในตัวข้ามากล่ะสิ”

“หึ สวะไม่เอาไหนคนนึง มีคุณสมบัติอะไรมาเป็นศิษย์เอกของสำนักโบราณสี่เหยียน!” ศิษย์บางคนพูดอย่างไม่พอใจ

“น่าเสียดายนะ เพราะยังไงข้าก็ยังเป็นศิษย์เอกอยู่ดี” หลี่ชีเย่พูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ: “ในเมื่อพวกเจ้ากล้าดูถูกข้า ดูท่าหากศิษย์พี่อย่างข้าไม่ตีขาพวกเจ้าให้หัก ข้าคงรู้สึกผิดกับตำแหน่งนี้!”

เมื่อได้ยินหลี่ชีเย่พูดดังนั้น ศิษย์หลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์จ้องเขม็งไปที่เขา พลางพูดย่างเยือกเย็น: “โอ ศิษย์พี่ของเรากำลังสั่งสอนเราอยู่ ในฐานะศิษย์น้อง ข้าขอคำชี้แนะสุดยอดเคล็ดวิชาจากศิษย์พี่หน่อยเถอะ”

พูดดังนั้น เหล่าศิษย์คนอื่นๆ ต่างพากันหัวเราะสมทบ ทั้งหมดต่างมีท่าทีดูแคลน ในสายตาพวกเขา สวะที่มีกายปุถุชน รอบชีวิตปุถุชนและชะตาปุถุชนอย่างหลี่ชีเย่ แค่ฝ่ามือเดียวของพวกเขาก็คงจัดการหลี่ชีเย่ได้แล้ว

“หวยเหริน จัดการตะเพิดพวกเขาออกไป!” หลี่ชีเย่ออกคำสั่งโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองพวกเขาซ้ำสอง

คนอื่นไม่เข้าใจหลี่ชีเย่นั้นไม่แปลก แต่หนานหวยเหรินจะไม่เข้าใจได้อย่างไร? ตู้หย่วนกวงตายยังไง สวีฮุยตายยังไง? เวลานี้ เขากำลังเหงื่อเปียกชุ่มกังวลแทนศิษย์เหล่านั้น! ทำให้หลี่ชีเย่โมโห พวกเขาอาจถูกแยกร่างเป็นชิ้นๆ

เมื่อได้ยินคำสั่งของหลี่ชีเย่ หนานหวยเหรินจึงสบายใจขึ้น เวลานี้ สำหรับคำสั่งของหลี่ชีเย่ เขาไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เขาเดินไปพร้อมจ้องมองเหล่าศิษย์พวกนั้นอย่างมาดร้าย พูดด้วยน้ำเสียงเรียบ: “เสียมารยาทกับศิษย์พี่ ข้าจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำสั่ง”

“หนานหวยเหริน เจ้า......” เมื่อเห็นหนานหวยเหรินออกหน้า ศิษย์บางคนเกิดอาการโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

ศิษย์บางคนพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้: “ศิษย์พี่หนาน อย่างน้อยๆ ท่านก็เป็นหนึ่งในศิษย์ที่ได้รับความชื่นชมจากเหล่าผู้อาวุโส แต่ท่านกลับมารับใช้สวะแบบนี้ มันไม่เท่ากับเป็นการดูหมิ่นตัวเอง......”

“ตุบ......ตุบ......ตุบ.......” ศิษย์คนดังกล่าวยังพูดไม่ทันจบ เพียงพริบตาเขาก็ถูกหนานหวยเหรินโจมตีจนกระเด็น

ในสำนักโบราณสี่เหยียนหนานหวยเหรินอาจไม่ใช่คนที่โดดเด่นที่สุด ทว่า เขาเป็นศิษย์ของผู้คุมกฎม่อ การสั่งสอนศิษย์ไม่กี่คนเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา

“เจ้าพูดมากเกินไป ลิ้นยาวเกินไป มันอาจทำให้เจ้าเจอภัยถึงชีวิตได้” หนานหวยเหรินจัดการโจมตีศิษย์คนดังลกล่าวจนกระเด็น จากนั้น เขาจึงกระดิกนิ้วเชิญชวนศิษย์คนอื่นๆ พลางพูดขึ้น: “พวกเจ้าเข้ามาพร้อมกันเลย จะได้ไม่หาว่าข้ารังแกผู้น้อย!”

ศิษย์เหล่านี้ทั้งตกใจและโกรธ ตะโกนออกมาเสียงดัง พร้อมใจกันบุกลุยเข้าไป หนานหวยเหรินเองก็ไม่เกรงใจ พร้อมจัดการพวกเขาจนกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง

อาจดูเหมือนว่าหนานหวยเหรินลงมือโหดเหี้ยม ทว่า มันคือการช่วยรักษาชีวิตพวกเขาเอาไว้ การที่เขาลงมือ อย่างมากก็ทำให้ศิษย์เหล่านี้บาดเจ็บภายนอกเพียงเล็กๆ น้อยๆ

หากหลี่ชีเย่ลงมือเอง หนานหวยเหรินเข้าใจดี ไม่แน่ว่าหลี่ชีเย่อาจแยกร่างของศิษย์เหล่านั้นออกเป็นเสี่ยงๆ ก็ได้ แค่ศิษย์สำนักโบราณสี่เหยียนไม่กี่คน แม้แต่ตู้หย่วนกวงและสวีฮุยที่เป็นคนมีพรสวรรค์ในสำนักปีศาจนพเก้า ยังถูกหลี่ชีเย่แยกร่างออกเป็นชิ้นๆ หรือแม้กระทั่งผู้คุมกฎสวี่ ที่ถูกเหยียบจนร่างแหลกมาแล้ว!

เกรงว่า ในสายตาของหลี่ชีเย่ การสังหารศิษย์ธรรมดาเหล่านี้ คงง่ายดายไม่ต่างจากการกินข้าวเท่านั้น ดังนั้น หนานหวยเหรินจึงตั้งใจจัดการศิษย์เหล่านี้หนักสักหน่อย เพื่อให้หลี่ชีเย่พอใจจนไม่ถึงขั้นต้องลงมือเอง เขาตั้งใจช่วยชีวิตศิษย์เหล่านี้

สำหรับการทะเลาะวิวาทในลักษณะนี้ ศิษย์ซึ่งทำหน้าที่ดูแลหอศาตราได้แต่ขมวดคิ้วเท่านั้น พวกเขาทำหน้าที่ดูแลที่นี่ ส่วนการต่อสู้วิวาทส่วนตัวระหว่างศิษย์ด้วยกันนั้น พวกเขาทำเพียงแค่ยืนมองดูเฉยๆ เท่านั้น

“ข้าต้องการดาบสั้นฉีเหมินสองเล่มนั้น” ในเวลาเดียวกับที่หนานหวยเหรินจัดการโยนศิษย์ธรรมดาเหล่านั้นออกจากหอศาตรา หลี่ชีเย่พูดกับผู้คุมกฎซึ่งทำหน้าที่ดูแลที่นี่

“ดาบสั้นสองเล่มที่อยู่ในกรงเล็บอีกาเทพนั่น?” เมื่อผู้คุมกฎคนดังกล่าวได้ยินสิ่งที่หลี่ชีเย่พูด เขาพูดพลางขมวดคิ้ว

รูปสลักอีกาเทพนี้ถูกตั้งอยู่ที่นี่มายาวนานกว่าพันล้านปีมาแล้ว ส่วนมีดสั้นโลหะธรรมดาสองเล่มนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่ามันถูกวางไว้ที่นั่นมานานมากแค่ไหน เพราะไม่เคยมีใครให้ความสำคัญกับมันมาก่อน

“ใช่” หลี่ชีเย่พูดชัดถ้อยชัดคำ: “วิชาแรกที่ข้าฝึกก็คือเพลงดาบฉีเหมิน ข้ารู้สึกว่าดาบสั้นสองเล่มนั้นน่าจะเหมาะมือข้า ดังนั้น ข้าอยากได้ดาบสั้นสองเล่มนั้น”

คำขอของหลี่ชีเย่ ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้คุมกฎที่ดูแลหอศาตรามองหลี่ชีเย่ด้วยสายตาประหลาดเท่านั้น แม้แค่ศิษย์ซึ่งมีหน้าที่ดูแลหอศาตราก็ต่างใช้สายตาแปลกๆ มองเขาเช่นกัน ราวกับกำลังมองดูคนที่มีสติไม่สมประกอบ

ดาบสั้นสองเล่มในอุ้งเล็บของรูปสลักอีกาเทพ มันเป็นเพียงแค่ดาบธรรมดาๆ ที่ขึ้นสนิมสองเล่มเท่านั้น อย่าว่าแต่อาวุธวิเศษหรือสัจจะอาวุธชั้นที่ 3 เลย แม้แต่อาวุธที่อยู่ในชั้นที่ 1 ก็ยังแข็งแกร่งกว่าดาบสั้นสองเล่มนี้มากนัก!

เขาไม่เลือกอาวุธวิเศษที่วางอยู่ในชั้นที่ 3 แต่เขากลับมาเลือกดาบสั้นสองเล่มนั้นที่ไม่มีมูลค่าเลยสักนิด และยังเป็นเพียงแค่ดาบโลหะสั้นธรรมดาเท่านั้น! คนแบบนี้ หากไม่ใช่คนเสียสติ ก็คงเป็นสวะไม่เอาไหนดีๆ นี่เอง!

เวลานี้ เมื่อหนานหวยเหรินที่เพิ่งจัดการโยนกลุ่มศิษย์ไม่กี่คนนั้นได้ยินคำพูดของหลี่ชีเย่ เขารู้สึกตกใจ จู่ๆ หลี่ชีเย่กลับเลือกดาบโลหะสั้นธรรมดาๆ สองเล่มนี้ มันทำให้เขาคิดถึงของอีกชิ้น.......กระบองตีงู!

แน่นอนว่า ระหว่างที่หลี่ชีเย่อยู่ที่วิหารบรรพชน การที่หลี่ชีเย่อยากได้กระบองเขี่ยไฟที่สุดแสนธรรมดาอันนั้น ในตอนนั้น อย่าว่าแต่ผู้อาวุโสทั้งหกเลย แม้แต่เขาเองก็ยังคิดว่าหลี่ชีเย่เป็นเจ้างั่ง ที่กล้าเอาขยะมาทำราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า

แต่แล้ว กระบองเขี่ยไฟที่สุดแสนจะธรรมดานั้นเอง กลับสามารถจัดการคนมีพรสวรรค์อย่างสวีฮุยจนไร้เรี่ยวแรง ตีจนน่วมสะบักสะบอมเนื้อแตก!

เวลานี้จู่ๆ หลี่ชีเย่บอกว่าต้องการดาบสั้นสองเล่มนี้ เกรงว่ามันคงไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งตัดสินใจแบบกะทันหัน บางที เขาอาจสนใจดาบสองเล่มนี้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้ามายังหอศาตราแล้ว

“หนานหวยเหริน เจ้า เจ้ากล้าตีข้า ข้า ข้าจะรายงานผู้อาวุโส.......” ศิษย์บางคนที่ถูกหนานหวยเหรินจับโยนออกจากหอศาตรา คำรามเสียงดังด้วยอารมรณ์โกรธและตกใจ

“ตบปากมัน จนกว่ามันจะหยุดพูด” หลี่ชีเย่พูดขึ้นเรียบๆ

เพียงแค่ประโยคเรียบง่ายนี้ แต่หนานหวยเหรินกลับสัมผัสได้ถึงรังสีของโทสะ ผู้ที่เชี่ยวชาญการสังเกตคนอย่างเขาดูออกทันทีว่า มันมีรังสีของโทสะอยู่ในคำพูดดังกล่าว

“ขอโทษด้วย” หนานหวยเหรินไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาจัดการตบฉาดศิษย์เหล่านั้นอย่างต่อเนื่องทันที นี่ไม่ใช่การช่วยชีวิตศิษย์เหล่านี้เท่านั้น แต่มันเป็นการที่หลี่ชีเย่ทดสอบตัวเขาเองด้วย

หลังจากหลี่ชีเย่พูดประโยคดังกล่าวจบ เขาก็ไม่สนใจอีก พลางหันไปพูดกับผู้คุมกฎประจำหอ: “ผู้อาวุโสทุกท่านอนุญาตให้ข้าเลือกอาวุธได้ 1 ชิ้น ข้าคงเลือกดาบสั้นสองเล่มนี้คงไม่มีปัญหาใช่ไหม”

ผู้คุมกฎท่านนี้มองหลี่ชีเย่ด้วยสายตาประหลาด ไม่ว่าจะมองยังไง หลี่ชีเย่ก็ดูไม่เหมือนคนโง่ ทว่า เหตุใดจึงทำเรื่องโง่เขลาแบบนี้

ท้ายที่สุด ผู้คุมกฎคนดังกล่าวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาพยักหน้าพลางพูดขึ้น: “ได้” ก็แค่ดาบโลหะสั้นธรรมดาๆ สองเล่ม และไม่ใช่ของวิเศษที่มีมูลค่าใดๆ หลี่ชีเย่ถือป้ายคำสั่งของผู้อาวุโสมา การมอบดาบโลหะธรรมดาให้กับเขา ย่อมไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว

หลี่ชีเย่หยิบดาบสั้นสองเล่มนั้นลงมาด้วยตนเอง ผู้คุมกฎคนดังกล่าวจึงลงทะเบียนข้อมูลให้กับหลี่ชีเย่ ขณะที่ทำการลงทะเบียน เขาคิดว่าหลี่ชีเย่จะต้องป่วยแน่ๆ มีอาวุธวิเศษและสัจจะอาวุธมากมายแต่ไม่ยอมเลือก กลับมาเลือกดาบโลหะสั้นธรรมดาสองเล่มนี้!

ท้ายที่สุด หลี่ชีเย่จึงเก็บดาบสั้นสองเล่มที่ว่าพร้อมเดินออกไปจากหอศาตรา ขณะที่เดินออกมาจากหอศาตรานั้น เขาเหลือบไปมองเหล่าศิษย์ทั่วไปที่กำลังร้องโหยหวนด้วยฝีมือของหนานหวยเหริน พลางพูดขึ้นเรียบๆ : “พวกเจ้าควรขอบคุณหวยเหรินที่ช่วยชีวิตพวกเจ้าเอาไว้ หากพวกเจ้าติดใจอะไรในตัวข้า สามารถไปร้องเรียนกับผู้อาวุโสได้เลย ทว่า หากครั้งหน้าข้าเป็นคนลงมือเองแล้วละก็ จุดจบมันคงไม่สวยแบบนี้แน่”

เมื่อถูกจับได้ หนานหวยเหรินจึงได้แต่เผยรอยยิ้มแห้งๆ

ส่วนเหล่าศิษย์ที่ถูกซ้อมจนสะบักสะบอมเหล่านั้น เวลานี้กลับได้ตัวสั่น เด็กหนุ่มอายุเพียงสิบสามปีตรงหน้า ไม่ว่าจะมองยังไงเขาก็ดูไม่ต่างจากคนโหดเหี้ยม ไม่เหมือนกับเด็กวัยสิบสามเลยสักนิด มันทำให้พวกเขารู้สึกขนลุกซู่

หลี่ชีเย่ไม่คิดจะสนใจพวกเขาอีก เขาหมุนตัวเดินออกจากหอศาตรา และกลับไปยังหุบเขาเดียวดาย

----------------------------------------------------------------------------

ราชันอหังการ: Chapter0033 ตอนที่ 34