ราชันอหังการ: Chapter0030 ตอนที่ 31
บทที่ 30 สิบสองกายเซียน (2)
สำหรับรอบชีวิตและลัคนานั้นต่างออกไป เมื่อเกิดมาเป็นรอบชีวิตแต่กำเนิดก็จะยังคงเป็นรอบชีวิตแต่กำเนิด เกิดมาเป็นชะตากษัตราก็จะเป็นชะตากษัตราไม่อาจเปลี่ยนแปลง! นี่คือสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าเจ้าจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน กลายเป็นราชันเซียน ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ว่ามาได้ นอกจากเจ้าจะทำการเปลี่ยนชีวิตของตนเอง!
การฝึกฝนทั้งคุณสมบัติกาย รอบชีวิต ลัคนาล้วนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ทั้งสามต่างก็มีความสำคัญ คุณสมบัติกายเป็นตัวกำหนดว่าร่างกายนั้นมีคุณสมบัติที่ดีหรือร้าย รอบชีวิตเป็นตัวตัดสินว่าเลือดลมมีความคล่องตัวมากแค่ไหน ส่วนลัคนาคือตัวกำหนดความตระหนักรู้ในพรสวรรค์
อาทิ หากเจ้ามีชีวิตเป็นรอบชีวิตเทวะ เช่นนั้นเลือดลมของเจ้าก็จะแข็งแกร่งประหนึ่งคลื่นสมุทร หากฝึกเคล็ดวิชาในลักษณะเดียวกัน เมื่อฝึกฝน จะไม่เพียงแค่มีพัฒนาการมากกว่าคนอื่นๆ เท่านั้น แต่ อานุภาพของมันก็จะแข็งแกร่งกว่าด้วย
หลี่ชีเย่ค่อยๆ อ่าน “พลังวงตะวันจันทรา” ช้าๆ ค่อยๆ ค้นหาความพิศวงของ “พลังวงตะวันจันทรา” อันที่จริง คัมภีร์ “พลังวงตะวันจันทรา” ที่มีอยู่ในสำนักโบราณสี่เหยียนนั้นเป็นฉบับสมบูรณ์อยู่แล้ว แต่ความพิศวงที่หลี่ชีเย่ล่วงรู้ มันมีความล้ำลึกมากกว่าที่มีในคัมภีร์มากนัก!
เมื่อพูดถึง “พลังวงตะวันจันทรา” มันมีที่มาที่ไม่ธรรมดา อันที่จริง หลี่ชีเย่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจมากมายไปกับเคล็ดวิชานี้ ในยุคต้นของเหล่าราชัน มีช่วงหนึ่งที่เขาเคยวางแผนว่าจะให้ราชันเซียนหมิงเหรินฝึกเคล็ดวิชานี้ ทว่า ต่อมาเขาก็ล้มเลิกความคิดนี้ไป
ในยุคที่ยังไร้ซึ่งอารยธรรม ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือเผ่าปีศาจต่างก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอ เพื่อความอยู่รอด เหล่าปรัชญาเมธีต่างมุ่งมั่นทำการบุกเบิก คิดค้นเคล็ดวิชาจำนวนนับไม่ถ้วน ท้ายที่สุด จึงก่อให้เกิดปรากฎการณ์อันรุ่งเรืองขึ้นมา
ในยุคไร้ซึ่งอารยธรรมอันไกลโพ้นนั้น เคยมีปรัชญาเมธีคิดค้นเคล็ดชีวิตที่สามารถเพิ่มความเร็วของพัฒนาการได้ ซึ่งก็คือ “พลังวงตะวันจันทรา” ผู้มีพรสวรรค์คนนี้สามารถสร้างปฏิหาริย์ เคล็ดวิชาดังกล่าวสามารถเพิ่มความเร็วได้จริงๆ ในช่วงการฝึกสามารถใช้เลือดลมของผู้บำเพ็ญตนเองขับเคลื่อนดวงจิตชีพ เพิ่มความเร็วให้กับการฝึกทักษะเต๋า
ทว่า “พลังวงตะวันจันทรา” นั้นมีจุดอ่อนที่เรียกว่าจุดตาย ในช่วงต้น พลังเลือดลมที่พลุ่งพล่านในช่วงต้นนั้นสามารถขับเคลื่อนให้ทักษะเต๋าเป็นไปอย่างก้าวกระโดดได้จริง ทว่า เมื่อทักษะเต๋าแข็งแกร่งขึ้น เลือดลมดังกล่าวก็จะไม่สามารถขับเคลื่อนดวงจิตชีพเพื่อการฝึกฝนได้อีก เมื่อถึงช่วงเวลานี้ จะส่งผลให้เลือดลมไหลไม่หยุด ทักษะเต๋าหยุดชะงัก หากฝืนฝึกต่อไป ก็อาจถึงขั้นเป็นภัยกับชีวิต!
ในยุคที่ยังไร้ซึ่งอารยธรรม หลี่ชีเย่ได้รับเคล็ดวิชานี้มา เขาเคยถ่ายทอดให้คนจำนวนไม่น้อย ทว่า ยังไม่เคยมีใครสามารถฝึกได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อปรับปรุงเคล็ดวิชานี้ พูดได้ว่าหลี่ชีเย่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว ภายหลัง เขาถึงขั้นเชิญราชันเซียนหลายคนมาร่วมกันปรับเคล็ดวิชานี้ อาทิ ราชันเซียนเซวี่ยสวี่ ราชันเซียนหมิงเหรินและราชันเซียนทุนรื่อ
กระทั่งมาถึงยุคของราชามังกรดำ หลี่ชีเย่จึงสามารถทำให้ “พลังวงตะวันจันทรา” สมบูรณ์แบบได้ในที่สุด วันนี้ หลี่ชีเย่ค่อยๆ อ่าน “พลังวงตะวันจันทรา” ความทรงจำทั้งหมดของ “พลังวงตะวันจันทรา” จึงค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมา ความทรงจำที่ถูกลบเลือนไปนี้ ค่อยๆ ปรากฎขึ้นในหัวของหลี่ชีเย่อีกครั้ง
ท้ายที่สุด ในหัวของหลี่ชีเย่จึงมี “พลังวงตะวันจันทรา” ที่สมบูรณ์แบบ หลังจากเก็บคัมภีร์เรียบร้อย เขาสูดลมหายใจเฮือกโดยไม่รู้ตัว
ขั้นตอนที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้นานมากนัก ทว่า ใครเล่าจะรู้ว่า ตลอดพันล้านปีที่ผ่านมาหลี่เชีเย่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับ “พลังวงตะวันจันทรา” มากแค่ไหน! และจะมีสักกี่คนที่รู้ว่า ใน “พลังวงตะวันจันทรา” มีมนุษย์และปรัญญาเมธีมากแค่ไหนที่ทุ่มเทให้กับมัน
อันที่จริง หลังจากที่หลี่ชีเย่ทิ้งคัมภีร์เล่มนี้เอาไว้ที่สำนักโบราณสี่เหยียน มีคนเก่งๆ ในสำนักจำนวนไม่น้อยที่พยายามฝึกฝนเคล็ดวิชานี้ ทว่า ท้ายที่สุดกลับยังไม่มีใครสามารถฝึกมันให้สมบูรณ์แบบได้
เพื่อทำความเข้าใจวิชา “วิหคมัจฉาหกผัน” และ “พลังวงตะวันจันทรา” หลี่ชีเย่ใช้เวลาไปสามวันสามคืนเต็มๆ 3 วันผ่านไป หนานหวยเหรินยังไม่กลับมา แต่หลี่ชีเย่ก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะไปเลือกของวิเศษ เขาจึงยังคงอยู่ฝึกฝนวิชาบนเขาเดียวดาย
หลี่ชีเย่จัดการเคล็ดชีวิตและพลังชีวาสองแขนงวิชาจนเรียบร้อยได้ในที่สุด เมื่อทุกอย่างพร้อม หลี่ชีเย่ก็จะเริ่มฝึกฝน ในการฝึก ด้วยประสบการณ์มากมายของหลี่ชีเย่ แม้พรสวรรค์ของเขาจะไม่ดี ทว่า หากพูดถึงประสบการณ์ย่อมไม่มีใครเทียบเขาได้
แต่ถึงแม้ว่าหลี่ชีเย่จะได้ครอบครองสุดยอดเคล็ดวิชาอย่าง “วิหคมัจฉาหกผัน” และ “พลังวงตะวันจันทรา” แล้ว แต่เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะฝึกให้สำเร็จ เขาจะค่อยๆ ฝึกฝนไปตามขั้นตอน เขารู้ดีว่าหากเร่งร้อนอยากสำเร็จ ก็อาจเหลือช่องโหว่ขนาดใหญ่ไว้ระหว่างการฝึกมหาวิถีเต๋าของเขา
หลี่ชีเย่ฝึก “วิหคมัจฉาหกผัน” และ “พลังวงตะวันจันทรา” ไปพร้อมกัน ทว่า ในระหว่างนั้น ทั้งสองจะไม่มีความเกี่ยวข้อง จะไม่มีความเชื่อมโยงระหว่างกัน
วิหคมัจฉาหกผัน เป็นพลังชีวาสำหรับการโจมตีและป้องกันภัย ส่วน “พลังวงตะวันจันทรา” เป็นพลังชีวาที่ใช้ในการยืดอายุวัฒนะ ส่วนหนึ่งเป็นการฝึกลัคนา อีกส่วนเป็นการฝึกรอบชีวิต ให้ช่วงต้นทั้งสองแขวงวิชาไม่จำเป็นต้องเชื่อมโยงกัน สามารถแยกฝึกฝนได้
เคล็ดวิชาสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภท หนึ่ง เคล็ดชีวิตที่ใช้ในการยืดอายุวัฒนะ; สอง พลังชีวาสำหรับการโจมตีศัตรูและป้องกันภัย; สาม ทักษะกายที่ใช้ในการบ่มเพาะร่างกาย; สี่ เคล็ดชะตาฟ้าในการสืบทอดชะตาฟ้า!
และยังมีเคล็ดวิชาอีกหนึ่งแขนง ที่ถูกเรียกว่าเคล็ดปูพื้นหรือเคล็ดวิชาพื้นฐาน เคล็ดวิชาที่ว่าถือเป็นเคล็ดวิชาสารพัดประโยชน์ มันสามารถรวมการยืดอายุ รักษาชีวิตและบ่มเพาะร่างกายไว้ด้วยกัน เพียงแค่เคล็ดวิชาเดียว ก็สามารถฝึกฝนทั้งรอบชีวิต ลัคนาและคุณสมบัติกายไปพร้อมกัน!
แม้ว่าเคล็ดวิชานี้จะเป็นเคล็ดวิชาสารพัดประโยชน์ ทว่า เคล็ดวิชาแบบนี้ส่วนใหญ่มักจะเป็นเคล็ดวิชาที่อยู่ในระดับต่ำ อานุภาพมีจำกัด การฝึกฝนเคล็ดวิชาแบบนี้ ยากที่จะไต่สู่ระดับที่แข็งแกร่งไร้เทียมทานได้
เคล็ดวิชาแบ่งออกเป็นระดับต่ำไปสูง อาทิ ปีศาจฟ้านพเก้าบรรพชนของสำนักปีศาจนพเก้า เขาคือผู้วิเศษที่แข็งแกร่งไร้เทียมทาน เคล็ดวิชาที่คิดค้นโดยบุคคลในระดับนี้ เรียกว่าเคล็ดวิชาผู้วิเศษ ส่วนราชันเซียน เคล็ดวิชาที่ราชันเซียนเป็นผู้คิดค้นขึ้น ก็จะถูกเรียกว่าเคล็ดวิชาราชันเซียนหรือวิชาราชัน!
คุณสมบัติกายเดียวกัน พรสวรรค์เดียวกัน หากฝึกฝนเคล็ดวิชาที่แตกต่างกันออกไป ทักษะเต๋าที่ได้ก็จะแตกต่างกัน การฝึกวิชาราชัน หากเทียบด้วยระยะเวลาเท่ากันวิชาราชันก็ย่อมต้องแข็งแกร่งกว่าเคล็ดวิชาผู้วิเศษมาก
สำหรับเคล็ดวิชาชะตาฟ้า คงยิ่งไม่ต้องพูดถึง มันคือเคล็ดวิชาที่ผ่านการสืบทอดชะตาฟ้า ความร้ายกาจของมันมากจนไม่อาจจินตนาการได้
แน่นอน การฝึกเคล็ดวิชาไม่ได้ยากจนเป็นไปไม่ได้ แต่หากไม่มีตบะเต๋าที่มุ่งมั่น ท้ายที่สุดสิ่งที่ได้รับจะเหลือเพียงความว่างเปล่า ตั้งแต่อดีตเป็นต้นมา มีคนเก่งๆ จำนวนไม่น้อยที่พยายามฝึกเคล็ดวิชาที่แข็งแกร่ง เนื่องจากระหว่างบำเพ็ญตนอาจไม่เป็นไปอย่างราบรื่น จนท้ายที่สุดทำให้ธาตุไฟเข้าแทรก หรือบางที มีคนมากพรสวรรค์บางคน เริ่มฝึกเคล็ดวิชาราชันเซียนตั้งแต่กำเนิดทว่า พอถึงตอนท้าย เมื่อทำการแย่งชิงชะตาฟ้า กลับไม่สามารถคิดค้นเคล็ดชะตาฟ้าของตนเองได้ จนต้องกลายเป็นผู้พลาดพลั้ง
หลักการในการบำเพ็ญตนเหล่านี้ หลี่ชีเย่เข้าใจดีมากกว่าใคร ดังนั้น ถึงเขาจะกุมความลับไว้นับไม่ถ้วน แต่การบำเพ็ญตนของเขา ก็ยังจำเป็นต้องดำเนินไปตามขั้นตอนอยู่ดี!
หลี่ชีเย่ฝึกทักษะสองอย่างพร้อมกัน โดยเขาใช้เคล็ดวิชา “พลังวงตะวันจันทรา” ในการขับเคลื่อนรอบชีวิตของตนเอง ผลนั้นชัดเจนมาก อย่างช้าๆ ที่เบื้องหลังศีรษะของหลี่ชีเย่เริ่มมีวงแสงปรากฎขึ้น วงแสงนั้นเหมือนกับวงปีของต้นไม้ ที่หมุนวนวงแล้ววงเล่า จากการหมุนวนของรอบชีวิต เลือดลมก็กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในรอบชีวิตเช่นกัน
เลือดลมจะเคลื่อนไหวตามรอบชีวิต เหมือนดังน้ำในแม่น้ำที่ขับเคลื่อนกังหัน หมุนวนไม่หยุด
เลือดลมคือพื้นฐานของสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง หากเลือดลมไม่ดี ก็จะต้องพบกับการเกิดแก่เจ็บตาย
หลี่ชีเย่เกิดมาด้วยรอบชีวิตปุถุชน เขามีจุดอ่อนเรื่องคุณสมบัติที่มีมาแต่กำเนิด เลือดลมของเขาอยู่ในระดับธรรมดา ดังนั้น ขณะที่รอบชีวิตของเขาเคลื่อนตัว เลือดลมของเขาก็จะไหลรินไปเรื่อยๆ ไม่หยุด
หากเป็นรอบชีวิตแต่กำเนิดหรือรอบชีวิตกษัตราแล้วละก็ เลือดลมของเขาจะเปรียบเหมือนน้ำในแม่น้ำที่เชี่ยวกราด โดยเฉพาะบุคคลในระดับเทวะ เลือดลมของบุคคลเหล่านั้นจะขับเคลื่อนราวกับคลื่นทะเลที่ถาโถม!
หลี่ชีเย่ตั้งใจขับเคลื่อนเคล็ดวิชา “วิหคมัจฉาหกผัน” เพื่อทำการเคาะลัคนาของตนเองครั้งแล้วครั้งเล่า คนทุกคนล้วนแล้วแต่มีลัคนาของตนเอง
ลัคนา คือที่สถิตของชีพแท้ หรือตามที่ปุถุชนทั่วไปเรียกว่าที่สถิตของสามวิญญาณหกจิต ลัคนาซ่อนอยู่ภายในจุดหนีกง เมื่อหลี่ชีเย่ใช้เคล็ดวิชา “วิหคมัจฉาหกผัน” เคาะมัน ลัคนาจึงค่อยๆ เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ปรากฎขึ้นภายในจุดหนีกง
ขณะที่ลัคนาปรากฏ ทั่วทั้งลัคนานั้นกว้างใหญ่เรียบง่าย ทอประกายประหนึ่งหยก หลี่ชีเย่ซึ่งมีพื้นฐานของชะตาปุถุชนเท่านั้น ลัคนาของเขาจึงมีเพียงแค่ประกายแสงจางๆ
หากเป็นบุคคลในระดับกษัตรา ลัคนาของเขาจะเปล่งเป็นแสงสีทองเหลืองอร่าม ลัคนาในลักษณะนี้ถือเป็นที่สุด หลี่ชีเย่มีชะตาปุถุชน ลัคนาของเขาจึงไม่อาจเทียบกับบุคคลในระดับชะตาแต่กำเนิดหรือเทวะได้
ลัคนาปิด ดวงวิญญาณหลับใหล ขอเพียงเปิดลัคนา ดวงจิตก็จะถูกปลุกขึ้นมา เชื่อมต่อกับพลังชีวิต จึงจะสามารถเริ่มการบำเพ็ญตนได้!
ดังนั้น ระดับต้นของผู้บำเพ็ญตนก็คือโค่วกง ระดับโค่วกงสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับย่อย 3 ระดับย่อยที่ว่าสามารถแบ่งออกเป็น: หนึ่งเปิดทวาร; สองตื่นพลัง; สามเลือดไหลเวียน
เปิดทวาร เป็นไปดังชื่อ คือการเคาะเปิดทวารประตูของลัคนา เพื่อให้พลังชีวาสามารถเข้าไปสู่ลัคนาได้ ระหว่างช่วงการฝึกนี้ เหมือนการที่นักบวชกราบสักการะพระโคตมพุทธเจ้า ที่ต้องใช้ความพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า เคาะจนกว่าลัคนาจะมีการตอบรับ จึงจะสามารถเปิดทวารประตูแห่งลัคนาได้
หลี่ชีเย่ใช้เคล็ดวิชา “วิหคมัจฉาหกผัน” ในการเคาะเปิดทวารประตูลัคนาครั้งแล้วครั้งเล่า “ตึง, ตึง, ตึง” เสียงเคาะที่ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่ากำลังวนเวียนอยู่ในหัวของหลี่ชีเย่ไม่หยุด
การเคาะตีที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า หลี่ชีเย่ใช้เคล็ดวิชาเคาะอยู่อย่างนั้นไม่หยุด เขาไม่รู้ว่าตนทำไปแล้วกี่พันครั้ง ทว่า ลัคนาของเขายังคงไร้ซึ่งปฏิกิริยา แต่ถึงจะเป็นดังนั้น หลี่ชีเย่ก็ยังไม่ยอมหยุด ยังคงเคาะต่อไปครั้งแล้วครั้งเล่า
สำหรับคนมีพรสวรรค์ โดยเฉพาะบุคคลที่อยู่ในระดับเทวะ การเปิดทวารประตูลัคนาเป็นเรื่องง่ายดายมาก เนื่องจากพวกเขามีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง มันจึงตอบสนองง่ายมาก ว่ากันว่า บุคคลในระดับเทวะสามารถเปิดทวารลัคนาได้ด้วยการเคาะเพียงครั้งเดียว
บุคคลในลักษณะนี้ คือคนที่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง แน่นอนว่า หลี่ชีเย่ไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มคนมีพรสวรรค์ ดังนั้น เขาจึงต้องพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า มีเพียงความพยายามเท่านั้น ที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จ
อันที่จริง หลี่ชีเย่ยังสามารถใช้วิธีการอื่นในการเปิดทวารลัคนาของตนเองได้แบบทันที เขาสามารถใช้ “พลังวงตะวันจันทรา” ในการดึงเลือดลมทั้งหมด ใช้เลือดลมทั่วทั้งร่างกายขับเคลื่อนเคล็ดวิชา “วิหคมัจฉาหกผัน” ใช้ความแข็งแกร่งของเลือดลมในการเปิดทวารประตูแห่งลัคนา อาศัยพลังจากเลือดลมหลี่ชีเย่ก็สามารถเปิดทวารลัคนาให้กับตนได้ทันทีเช่นกัน
ทว่า หลี่ชีเย่กลับไม่ทำแบบนั้น เพราะการทำแบบนั้นอาจทิ้งช่องโหว่ให้กับตัวเขาเอง เขามีชะตาปุถุชน เลือดลมไม่ได้แข็งแกร่ง การบีบเค้นขับเคลื่อนเลือดลม อาจเป็นการทำร้ายรอบชีวิตของเขา การใช้เลือดลมบังคับเปิดทวารประตู อาจส่งผลต่อจิตวิญญาณ แม้ว่ามันอาจเร่งความเร็วในการฝึกได้ ทว่า การทำแบบนี้อาจสร้างช่องโหว่ไว้ให้ตนเองในภายหลัง
ดังนั้น หลี่ชีเย่จึงอยากวางรากฐานของตนเองให้แน่น ตบะเต๋าที่หนักแน่นไม่ไหวติง ทำการเคาะเปิดทวารประตูลัคนาครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าจะหมื่นครั้ง แสนครั้ง เขาก็จะยังคงทำอยู่อย่างนั้นจนกว่าลัคนาจะยอมตอบสนอง
----------------------------------------------------------------------------