ราชันอหังการ: Chapter0058 ตอนที่ 59

#59Chapter0058

ตอนที่ 58 ปรุงยาก็แค่งานอดิเรก (2)

คุณสมบัติที่หลี่ชีเย่มี หากสามารถมาถึงระดับนี้ได้ภายในระยะเวลาหนึ่งปี มีเพียงคำอธิบายเดียวคือหลี่ชีเย่จะต้องฝึกฝน “พลังวงตะวันจันทรา”!

“ใช่” เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับในสำนักโบราณสี่เหยียนอีกแล้ว หลี่ชีเย่เองก็ไม่มีความจำเป็นต้องปิด ดังนั้นเขาจึงพูดตอบเรียบๆ

เมื่อหัวหน้าผู้อาวุโสได้ยินดังนั้น เขาเงียบไปครู่หนึ่ง หากเป็นศิษย์คนอื่นๆ เขาคงแนะนำศิษย์เหล่านั้นว่าไม่ควรที่จะฝึกฝนเคล็ดวิชานี้ ทว่า สำหรับหลี่ชีเย่ เขามีทางเลือกงั้นหรือ? กาย รอบชีวิตและชะตาปุถุชน คุณสมบัติแบบนี้ ไม่ว่าจะเลือกเคล็ดวิชาแบบไหน ผลลัพธ์สุดท้ายก็คงไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไหร่!

ท้ายที่สุด ผู้อาวุโสจึงพูดขึ้นอีกครั้ง: “วัตถุดิบสำหรับยากายกษัตราขนานนี้ สำนักได้เตรียมเอาไว้แล้ว ทว่า เจ้าเองก็ต้องเตรียมใจไว้ วัตถุดิบยานี้ นอกจากยาหลักแล้ว วัตถุดิบยาอื่นๆ ล้วนแล้วแต่มีอายุเกินแสนปี บางส่วนมีอายุถึงหนึ่งแสนสองหมื่นปี ทว่า มีแค่กระดูกของวัวเหล็กอเวจีเท่านั้นที่มีอายุน้อยไปหน่อย มีอายุเกือบแสนปี ดังนั้น สรรพคุณของยาที่ว่า เจ้าจึงควรที่จะเตรียมใจเอาไว้”

เมื่อพูดจบ หัวหน้าผู้อาวุโสจึงพูดเสริมอีกว่า: “เพื่อยาขนานนี้ สำนักได้ใช้ความพยายามมากที่สุดแล้ว หวังว่าเจ้าเองจะไม่ทำให้สำนักผิดหวัง!”

อันที่จริงสำหรับเรื่องยากาย หากพูดให้ถูกต้อง มันคือความพยายามของหัวหน้าผู้อาวุโส เพื่อให้หลี่ชีเย่ได้ยากายขนานนี้ เขาทุ่มเทความพยายามทั้งหมด เพื่อให้หลี่ชีเย่มีโอกาสได้แต่งงานกับหลี่ซวงเหยียน พูดได้ว่าเขาพร้อมที่จะทุ่มเททุกอย่างโดยไม่เสียดายเลยทีเดียว!

“เรื่องนี้ผู้อาวุโสวางใจได้” หลี่ชีเย่ยิ้ม อันที่จริง หลี่ชีเย่มีแผนในใจแล้ว เพราะทุกวันนี้สำนักโบราณสี่เหยียนตกต่ำลงไปมาก การที่สามารถรวบรวมวัตถุดิบยากายกษัตรานี้มาได้ ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายแล้วจริงๆ

หัวหน้าผู้อาวุโสเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพูดขึ้นอีกครั้ง: “ยังมีอีกเรื่องที่สำคัญกว่า นั่นก็คือเรื่องของนักปรุงยา ในสำนักโบราณสี่เหยียนของเรา คนที่มีความรู้ด้านศาสตร์แห่งโอสถสูงสุดมีสองคนคือ ผู้อาวุโสเฉาและผู้อาวุโสซุน”

เมื่อพูดจบ หัวหน้าผู้อาวุโสเหลือบไปมองหลี่ชีเย่: “หากพูดเรื่องความสามารถด้านศาสตร์แห่งโอสถ ผู้อาวุโสเฉาถือว่าแข็งแกร่งกว่าผู้อาวุโสซุน หากให้ผู้อาวุโสซุนหลอมยากาย การหลอมหกครั้งคงไม่มีปัญหา แต่หากต้องหลอมครั้งที่เจ็ด เกรงว่าอาจเกินกำลังไปสักหน่อย แต่ถ้าเป็นผู้อาวุโสเฉา ก็คงไม่ใช่ปัญหาอะไร”

“ผู้อาวุโสเฉาน่าจะไม่ยินดีที่จะหลอมยาให้กับข้า” หลี่ชีเย่ยิ้ม เขารู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว

หัวหน้าผู้อาวุโสไม่อยากพูดถึงประเด็นนี้อีก เขาพูดเพียงว่า: “สำหรับเรื่องการหลอมยากาย ผู้อาวุโสซุนยินดีอย่างยิ่งที่จะหลอมยาให้กับเจ้า แต่เขาไม่กล้ารับรองเรื่องสรรพคุณของมัน”

“เรื่องการหลอมยากาย หัวหน้าผู้อาวุโสไม่ต้องเป็นกังวล เอาเป็นว่า ผู้อาวุโสแค่เตรียมวัตถุดิบให้พร้อม ส่วนเรื่องการหลอมยากาย ข้าจะจัดการเอง ดีไหม?” หลี่ชีเย่มีแผนในใจแล้ว เฉาสงไม่ยินดีที่จะหลอมยากายให้กับเขา เป็นเรื่องที่เขาคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว ซึ่งในความเป็นจริง เขาเองก็ไม่จำเป็นต้องใช้เฉาสง

“ก็ดี” เมื่อหัวหน้าผู้อาวุโสเห็นความมั่นอกมั่นใจของหลี่ชีเย่ เขาจึงได้แต่พยักหน้าพลางพูดขึ้น: “ข้าจะให้ศิษย์ในคลังเตรียมวัตถุดิบยาให้กับเจ้า ขอเพียงเจ้าพร้อมที่จะหลอม แค่บอกข้ามา ข้าจะให้ศิษย์ส่งวัตถุดิบไปทันที”

เมื่อหลี่ชีเย่กล่าวขอบคุณหัวหน้าผู้อาวุโสแล้ว เขาจึงขอตัวกลับไปยังหุบเขาเดียวดาย

“ศิษย์พี่ใหญ่ แย่แล้ว แย่แล้ว” ยังไม่ทันที่หลี่ชีเย่จะกลับไปถึงหุบเขาเดียวดาย หนานหวยเหรินก็รีบเร่งมาหาเขาพลางพูดอย่างร้อนรนด้วยสีหน้าที่ไม่ดีนัก

คนที่ตามหนานหวยเหรินมาด้วย คือศิษย์อีกจำนวนหนึ่งของเขาล้างศิลาซึ่งรวมถึงสวี่เพ่ย สีหน้าของพวกเขาต่างก็ไม่ดีนัก

“ฟ้าถล่มหรือไง?” หลี่ชีเย่พูดพลางมองดูหนานหวยเหริน

หนานหวยเหรินรีบตอบอย่างร้อนรน: “ศิษย์พี่ใหญ่ ฟ้าไม่ได้ถล่ม แต่ที่พักของท่านกำลังถูกคนพังทำลาย”

“พังที่พักของข้า?” เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่ชีเย่หรี่ตาลง พลางพูดด้วยรอยยิ้ม: “ใครว่างถึงขั้นมาพังที่พักของข้า?”

การที่จู่ๆ หลี่ชีเย่ก็หรี่ตาแบบนั้น มันทำให้ใจของหนานหวยเหรินและกลุ่มศิษย์อย่างสวี่เพ่ยใจหล่นวูบ ในสายตาของพวกเขา ท่าทีที่ยิ้มแย้มของหลี่ชีเย่ มันไม่ต่างจากรอยยิ้มของปีศาจร้ายที่ทำให้พวกเขารู้สึกหนาวจับขั้วหัวใจ

“คือ ศิษย์ ศิษย์พี่เหออิงเจี้ยน” สวี่เพ่ยเอ่ยตอบหลี่ชีเย่ด้วยน้ำเสียงเบา

“ศิษย์พี่ใหญ่ ได้ยินว่า ได้ยินว่าศิษย์พี่ ศิษย์พี่เหอ กำ กำลังต้องการพิชิตใจของนางฟ้าหลี่” ศิษย์บางคนทำใจกล้า พูดกระซิบออกมา

แม้ศิษย์ของเขาล้างศิลาต่างอยู่ภายใต้สังกัดของเขาล้างศิลา ทว่า ตอนนี้ศิษย์ทั้งสามร้อยคนของเขาล้างศิลาล้วนแล้วแต่ยืนอยู่ข้างหลี่ชีเย่ ยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับเขา

“ข้า ข้ายังได้ยินมาอีกว่า ศิษย์ ศิษย์พี่เหอเคยมอบของขวัญให้กับนางฟ้าหลี่.......”

“ศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์พี่เหอคือบุคคลที่มีพรสวรรค์ของสำนักโบราณสี่เหยียนของเรา เขา เขา คือศัตรูหัวใจที่แข็งแกร่งที่สุดของท่าน” ศิษย์บางคนพูดขึ้นอย่างเป็นกังวล

ชั่วเวลาหนึ่ง ที่ศิษย์เหล่านี้ต่างพยายามพูดนั่นพูดนี่ เวลานี้ ศิษย์เหล่านี้ต่างพากันยืนอยู่ข้างหลี่ชีเย่ คอยเป็นเดือดเป็นร้อนแทน พวกเขาอดที่จะเป็นกังวลแทนหลี่ชีเย่ไม่ได้ ในเมื่อเหออิงเจี้ยนเป็นถึงคนที่มีพรสวรรค์สูงสุดของสำนักโบราณสี่เหยียน เป็นศิษย์ที่เฉาสงถ่ายทอดวิชาให้ด้วยตัวเอง

พูดได้ว่า หากพูดถึงรูปลักษณ์ภายนอกเหออิงเจี้ยนก็มีดีไม่แพ้ใคร หากพูดถึงพรสวรรค์เขาก็ไม่เป็นรองใคร หากพูดเรื่องคนสนับสนุนเขาก็มี หากพูดถึงชาติกำเนิดเขาก็มีดีพอ! แม้ในความรู้สึกของศิษย์เขาล้างศิลาจะหวังว่าหลี่ชีเย่จะได้แต่งงานกับหลี่ซวงเหยียน และยิ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมา เมื่อเห็นว่าหลี่ชีเย่มักจะปรากฏตัวพร้อมกับหลี่ซวงเหยียน ยิ่งทำให้พวกเขาลุ้นให้เรื่องการแต่งงานกลายเป็นเรื่องจริง

ดังนั้น เมื่อมีศัตรูหัวใจที่มีคุณสมบัติพร้อมอย่างเหออิงเจี้ยน พวกศิษย์อย่างสวี่เพ่ยจึงพากันรู้สึกกังวลใจแทนหลี่ชีเย่

“ศัตรูหัวใจ?” เมื่อได้ยินคำนี้ หลี่ชีเย่รู้สึกขำ เขายกมุมปากเผยรอยยิ้มบนใบหน้า!

หนานหวยเหรินพูดเตือนสติหลี่ชีเย่อีกครั้ง: “ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าว่าเรื่องนี้ เหออิงเจี้ยนคงได้รับคำอนุญาตจากเฉาสงแล้ว ถึงขั้นอาจได้รับการสนับสนุนอีกด้วย ที่แจ้งหลบง่ายที่มืดยากป้องกัน ศิษย์พี่ระวังตัวไว้หน่อยจะดีกว่า”

หนานหวยเหรินเย่ที่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของหลี่ชีเย่ดี ศัตรูหัวใจตัวฉกาจ? เขามั่นใจว่าเหออิงเจี้ยนไม่ใช่ศัตรูหัวใจของหลี่ชีเย่แน่นอน ก็แค่เหออิงเจี้ยน? หลี่ชีเย่กล้าท้าทายอำนาจของสำนักปีศาจนพเก้าด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับคนอย่างเหออิงเจี้ยน?

หลี่ซวงเหยียนมาที่สำนักโบราณสี่เหยียนเพื่ออะไร? หากไม่ใช่เพราะหลี่ชีเย่ ไม่ว่าเหออิงเจี้ยนจะมีคุณสมบัติสูงส่งแค่ไหน เขาก็เทียบกับหลี่ชีเย่ไม่ได้อยู่ดี คนสองคนนี้ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันด้วยซ้ำ เหออิงเจี้ยนมีอะไรที่จะมาเป็นศัตรูหัวใจของหลี่ชีเย่ได้!

“ไป เราไปดูกันซิว่าศัตรูหัวใจของข้าคนนั้นพังที่พักของข้ายังไง” หลี่ชีเย่พูดอย่างอารมณ์ดี ราวกับสถานที่ที่กำลังถูกทำลายไม่ใช่ที่พักของเขายังไงยังงั้น

เมื่อหลี่ชีเย่เดินนำพวกหนานหวยเหรินกลับไปยังหุบเขาเดียวดาย มีเสียง “ปังปังปัง” ดังมาเป็นระยะ ภาพเบื้องหน้าคือเหออิงเจี้ยนที่กำลังสั่งให้ศิษย์จำนวนหนึ่งพังที่พักของหลี่ชีเย่ เวลานี้ ที่พักของเขาถูกแยกออกเป็นชิ้นๆ เรียบร้อยแล้ว

ส่วนที่หน้าหอวิเศษที่ตั้งอยู่ด้านข้างนั้น มีหลี่ซวงเหยียนยืนมองอยู่ นางยืนเงียบโดยไม่พูดอะไรสักคำ

“หลี่ชีเย่ มาได้จังหวะพอดี” เมื่อเห็นหลี่ชีเย่เดินนำพวกหนานหวยเหรินกลับมา เหออิงเจี้ยนจึงเอ่ยปากพูดขึ้น: “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าต้องย้ายไปพักที่เขาธารน้ำพุ!”

เหออิงเจี้ยนใช้น้ำเสียงที่เหมือนคำสั่งพูดกับหลี่ชีเย่ ราวกับว่า หลี่ชีเย่จะต้องเชื่อฟังคำสั่งของเขา

“ทำไมข้าต้องไปพักที่เขาธารน้ำพุ?” หลี่ชีเย่มองดูที่พักที่ถูกทำลาย เขายังคงพูดด้วยรอยยิ้มโดยไม่มีทีท่าว่าโมโหเลยสักนิด

เหออิงเจี้ยนรู้สึกรำคาญใจเล็กน้อย แต่ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา: “ข้าให้เจ้าไปพักเจ้าก็ต้องไป มีสิทธิ์อะไรมาพูดมากแบบนี้! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะพักที่เขาเดียวดาย ที่พักนี่เกะกะข้า หลังจากพังมันเสร็จ ข้าจะสร้างหอเทพขึ้นที่นี่!”

เมื่อพูดจบ เหออิงเจี้ยนไม่สนใจหลี่ชีเย่ เขาส่งรอยยิ้มด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ พูดกับหลี่ซวงเหยียนที่ยืนอยู่ห่างออกไป: “เขาเดียวดายสามารถมองเห็นทั่วทั้งสำนักโบราณสี่เหยียน ทิวทัศน์ดี นางฟ้าหลี่เลือกที่จะพักที่นี่ ถือว่ามีสายตาเฉียบแหลม ข้าโชคดีได้เป็นเพื่อนบ้านกับนางฟ้าหลี่ แลกเปลี่ยนทักษะเต๋า ศึกษาความลึกล้ำของเคล็ดวิชา ถือเป็นช่วงเวลาที่ดี!”

หลังจากที่หลี่ซวงเหยียนมาถึงยังสำนักโบราณสี่เหยียน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เหออิงเจี้ยนพยายามเอาอกเอาใจนาง ทว่า เขาไม่เคยทำสำเร็จเลยสักครั้ง เพราะหลี่ซวงเหยียนไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ

เรื่องการพิชิตใจสตรีนั้นไม่มีกฎตายตัว คราวนี้เหออิงเจี้ยนเลือกการย้ายมาอยู่ที่เขาเดียวดาย หวังว่าจะได้เป็นเพื่อนบ้านกับหลี่ซวงเหยีน ถือโอกาสเข้าใกล้นาง ดังคำว่า ยามอยู่ใกล้ย่อมต้องมีโอกาสมากกว่า

ท่าทีที่เหออิงเจี้ยนแสดงออก มันทำให้หนานหวยเหรินรู้สึกไม่สบายใจนัก คำมั่นในการแต่งงานระหว่างนางฟ้าหลี่และศิษย์พี่ใหญ่ เป็นเรื่องที่คนทั่วทั้งสำนักโบราณสี่เหยี่ยนต่างรู้ดี เวลานี้เหออิงเจี้ยนมาแสดงท่าทีเอาอกเอาใจหลี่ซวงเหยียนต่อหน้าหลี่ชีเย่ เท่ากับเป็นการไม่เห็นหลี่ชีเย่อยู่ในสายตา

สำหรับหลี่ซวงเหยียน นางมองเหออิงเจี้ยนราวกับมองคนปัญญาอ่อน คนประเภทนี้เป็นคนที่ตายก็คงไม่รู้ตัว อาศัยแค่ความสามารถของเขากลับกล้ามาอวดดี ท้าทายหลี่ชีเย่งั้นหรือ? มันไม่ต่างจากคนเบื่อโลกและกำลังรนหาที่ตาย ตอนที่หลี่ชีเย่อยู่ที่สำนักปีศาจนพเก้า แม้แต่กษัตราวงตะวันอาจารย์ของนางยังต้องเกรงใจเขา แล้วเหออิงเจี้ยนเป็นใครจึงกล้าอวดดีแบบนี้?

มองดูท่าทางจีบหญิงของเหออิงเจี้ยน หลี่ชีเย่อดยิ้มไม่ได้ เรื่องที่เหออิงเจี้ยนพยายามพิชิตใจหลี่ซวงเหยียน เขาย่อมรู้อยู่แล้ว! สตรีที่อยู่ข้างกายของเขา เขามีความมั่นใจมากพอ! มันก็แค่เรื่องเล็กๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจ และไม่จำเป็นต้องซักถามให้มากความด้วยซ้ำ

แต่เวลานี้เหออิงเจี้ยนกลับกล้ามาเหยียบหนวดเสือ ทำให้เขาอดยิ้มไม่ได้ เขามองเหออิงเจี้ยนอย่างเวทนา จากนั้นจึงหันไปพูดกับหลี่ซวงเหยียน: “เจ้ามองดูที่พักนี่ถูกพังไปแบบนี้?”

“นี่มันเรื่องภายในของสำนักโบราณสี่เหยียนของพวกเจ้าไม่ใช่หรือ?” หลี่ซวงเหยียนเผยรอยยิ้มจางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่งดงามเหลือเกิน

เพียงแค่รอยยิ้มจางๆ ของหลี่ซวงเหยียน กลับสามารถทำให้วิญญาณของเหออิงเจี้ยนแทบหลุดออกจากร่าง เมื่อเขาได้สติกลับมาอีกครั้ง มันทำให้เขารู้สึกปวดใจ เขาพยายามที่จะเข้าใกล้หลี่ซวงเหยียนหลายต่อหลายครั้ง แต่หลี่ซวงเหยียนไม่เคยสนใจใยดีเขา เรื่องรอยยิ้มจึงยิ่งไม่ต้องพูดถึง ภาพที่เห็นทำให้เขามองหลี่ชีเย่อย่างเคียดแค้นทันที

“ยังยื่นเซ่ออยู่อีกทำไม ไปสิ! เขาเดียวดายไม่ใช่ที่ของเจ้า ต่อไปเขาเดียวดายจะเป็นสถานที่บำเพ็ญตนของข้า หากเจ้ากล้าเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถือว่าลุกล้ำพื้นที่ของข้า!” ทันใดนั้นเอง เหออิงเจี้ยนทำสีหน้าดุดัน พูดคำรามเสียงดัง

คำพูดของเหออิงเจี้ยน ไม่ได้ทำให้หลี่ชีเย่รู้สึกโกรธ แต่พวกหนานหวยเหรินต่างกลับแสดงอาการอยู่ไม่สุข โดยเฉพาะหนานหวยเหริน เขาเดียวดายคือสถานที่ที่ผู้อาวุโสเคยออกคำสั่งให้หลี่ชีเย่มาพัก เวลานี้เหออิงเจี้ยนกลับมายึดเขาเดียวดายของหลี่ชีเย่ กล้าทำลายที่พักของหลี่ชีเย่ทิ้ง ถึงขั้นที่กล้าตั้งกฎบ้าๆ ความอวดดีเช่นนี้ มันมากเกินไปจริงๆ

----------------------------------------------------------------------------

ราชันอหังการ: Chapter0058 ตอนที่ 59