หนี้รักบัลลังก์แค้น: Chapter 036 ตอนที่ 36
ตอนที่ 36 บุญคุณสามแสนตำลึง (1)
หลังจากนั้น บ้านตระกูลเสิ่นก็มีคนทยอยมาพบ แต่เนื่องจากเสิ่นอวี๋ซื่อน้ำหนักมากขึ้นเรื่อยๆ มักมาแค่ประเดี๋ยวก็ลากลับ เสิ่นหนิงยังไม่ทันได้เจอคนเหล่านั้น เรื่องงานกระทรวงโยธาเสิ่นหนิงได้ยินว่ากระทรวงการคลังจัดเงินให้สองล้านกว่าชั่งใช้ในการขุดลอกแม่น้ำลำคลองแล้วก็ไม่ได้ยินความคืบหน้าอีก เสิ่นหนิงให้พวกชิวอู๋ติดตามสังเกตการณ์ต่อไป ได้ไปเรือนจิงเฉี่ยวสังสรรค์กับเสิ่นมี่เสิ่นหวั่นอีกสองครั้ง วันเวลาผ่านไปอย่างสบายใจ
วันนี้ ชิวเกอมารายงาน มีข่าวด่วนจากมดงานที่อยู่ในจวนผู้ว่าเมืองหลวง ว่าระยะนี้จวนผู้ว่าเมืองหลวงมีบรรยากาศตึงเครียด หลัวซื่อจิ้งผู้ว่าเมืองหลวงท่าทางร้อนรน ดูเหมือนจวนผู้ว่าเมืองหลวงกำลังจะมีเรื่อง แต่เป็นเรื่องอะไรนั้น มดงานยังไม่มีข้อมูล ชิวอู๋เห็นเป็นเรื่องด่วน จึงรีบมารายงานเสิ่นหนิง ให้นางเตรียมใจไว้ก่อน
จวนผู้ว่าเมืองหลวงเหมือนกำลังจะมีเรื่อง เสิ่นหนิงได้รับรายงานจากชิวเกอแล้วครุ่นคิด รัชศกฉางไท่ปีที่สามสิบหกจวนผู้ว่าเมืองหลวงเคยเกิดเรื่องอะไรใหญ่โตนะ ในความทรงจำไม่มีเลย ไม่ได้เกิดขึ้นหรือเสิ่นหนิงไม่รู้ นางได้แต่ฝากความหวังไว้กับมดงานนั้นแล้ว หวังว่าเขาจะส่งข่าวออกมาได้ทันเวลา
เสิ่นหนิงไม่ผิดหวัง มดงานส่งข่าวมาอย่างรวดเร็ว ผู้ว่าเมืองหลวงต้องการเงินด่วน ต้องการเงินสามแสนตำลึงด่วน!
สามแสนตำลึง!เสิ่นหนิงตกใจกับข่าวนี้ ทั้งเจียงหนานกับเหอเน่ยเต้าจัดการน้ำสองโครงการจ่ายไปเพียงสองล้านกว่าชั่ง แต่กับแค่จวนผู้ว่าเมืองหลวงก็ต้องการเงินถึงสามแสนตำลึง เป็นเรื่องอะไรกันแน่ เกิดอะไรขึ้นที่จวนผู้ว่าเมืองหลวง
รออีกหลายวัน มดงานก็ยังนิ่งเงียบ ไม่มีข่าวอะไรออกมาอีก ถึงแม้ไม่รู้ว่าจวนผู้ว่าเมืองหลวงเกิดอะไรขึ้น แต่ระหว่างที่ชิวอู๋ติดตามเสิ่นเจ๋อจิ้งเข้าราชสำนัก ได้พบหลัวซื่อจิ้งกับผู้ติดตาม เห็นท่าทางเงียบขรึมเคร่งเครียด
เชื่อได้ว่าข่าวมดงานถูกต้องแน่นอน จวนผู้ว่าเมืองหลวงต้องเกิดเรื่องอะไรแน่นอน เงินที่ต้องการก็คงเป็นเรื่องจริงด้วย ไม่ว่าอย่างไร เสิ่นหนิงตัดสินใจต้องคว้าโอกาสที่หายากนี้ ใช้เงินสามแสนตำลึงซื้อใจหลัวซื่อจิ้ง
สามแสนตำลึง? เด็กสาวอายุสิบสามเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านจะไปหาที่ไหน เสิ่นหนิงคิดอย่างรวดเร็ว ฉับพลันก็ต้องตัดใจ นางซื้อไม่ไหว ไม่ใช่หมายความว่าตระกูลเสิ่นซื้อไม่ไหว นึกถึงเด็กรับใช้ที่เสิ่นอวี๋หงพี่รองเลือกไว้ คิดว่าต้องยอมให้พี่รอง เรื่องนี้เป็นผลงานของมดงาน ลบล้างไม่ได้ อาจต้องแพร่งพรายเรื่องมดงานให้พี่รองรับรู้ แต่ทว่า ต้องแพร่งพรายอย่างไร จึงจะไม่เกิดเรื่องใหญ่โตกันหนอ
ในเวลาเดียวกัน เสิ่นอวี๋หงกับเสิ่นอวี๋อี้กำลังฟังรายงานของหรูหลิวชู่ เมืองหลวงเป็นเมืองหลวงของแคว้น เป็นอาณาบริเวณที่หน่วยรวบรวมข้อมูลของหรูหลิวชู่รับผิดชอบ โดยเสิ่นฉีพาเหลียนซานผู้รับใช้ของเสิ่นอวี๋หงไปเริ่มทำงานนานแล้ว เวลานี้ก็ได้รับผลพอสมควร จวนผู้ว่าเมืองหลวงคล้ายมีความเคลื่อนไหว เคลื่อนไหวอะไร หรูหลิวชู่ยังสืบหาไม่ได้ เวลาก่อตั้งยังสั้นไป แค่รู้ว่าจวนผู้ว่าเมืองหลวงอาจมีเรื่องใหญ่ก็ต้องเปลืองแรงมากมายจึงสืบได้ ต้องผ่านการติดต่อหลายชั้นจนเข้าใกล้ป้าเหอคนส่งผักให้จวนผู้ว่าจึงจะได้ข่าวนี้ มากกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
เสิ่นอวี๋หงกับเสิ่นอวี๋อี้นิ่งเงียบ ความสำคัญของจวนผู้ว่าเมืองหลวงพวกเขารู้อยู่ จุดสำคัญแรกสุดที่หรูหลิวชู่สนใจ ก็คือจวนผู้ว่าเมืองหลวง เวลานี้สืบข่าวมาได้แล้ว แต่ก็ได้แค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งที่สำคัญสุดยังหาไม่ได้ ผลลัพธ์นี้มันช่างน่าหงุดหงิดนัก !
นัยน์ตาเสิ่นอวี๋หงทอประกายวาววับ ปากอยากรีบพูด แต่ก็ยังพูดอะไรไม่ได้ แค่ให้คนของหรูหลิวชู่คอยติดตามข่าวจากป้าคนนั้น แล้วคุยกับเสิ่นอวี๋อี้เรื่องผู้ว่าเมืองหลวง
“หลัวซื่อจิ้งเป็นที่ไว้วางใจของฉางไท่ฮ่องเต้มานานปี หลายปีมานี้ก็ยังเป็นที่โปรดปราน ไม่อย่างนั้นคงเป็นผู้ว่าเมืองหลวงไม่ได้ มีฮ่องเต้อยู่ จวนผู้ว่าเมืองหลวงจะเกิดเรื่องใหญ่อะไรได้” เสิ่นอวี๋หงขมวดคิ้วพูด
“ลูกหลานตระกูลหลัวเบาบาง หลัวซื่อจิ้งมีหลัวซื่อเฮิงน้องชายแท้ๆ เพียงคนเดียว เป็นหัวหน้าแผนกคลังในกระทรวงการคลัง ภรรยาหลัวฟางซื่อ บ้านเดิมไม่มีใครแล้ว หลัวฟางซื่อก็มีลูกชายเพียงคนเดียว ดำรงตำแหน่งที่จิงโจว ญาติทางภรรยาก็ไม่ได้ทำราชการ คนเกี่ยวพันน้อยมาก...” เสิ่นอวี๋อี้เผยเบื้องหลังหลัวซื่อจิ้งออกมาจนหมดเปลือก ตรงข้ามกับที่เคยนิ่งเงียบเช่นแต่ก่อน ก็ไม่เห็นมีอะไรน่าสงสัย...
ไม่ทันรอให้ทั้งสองคนสรุปเรื่อง ก็มีคนหนึ่งจากหรูหลิวชู่เดินเข้ามาอย่างเร่งร้อน เขาเป็นหนึ่งในแปดคนที่เสิ่นอวี๋หงคัดเลือกเมื่อครั้งก่อน ชื่อเหลียนซาน เขารายงานข่าวหนึ่งให้ทั้งคู่ ผู้ว่าเมืองหลวงต้องการเงินสามแสนตำลึงอย่างเร่งด่วน! ดังนั้นจวนผู้ว่าเมืองหลวงจึงได้เคร่งเครียดกัน
“สามแสนตำลึง ข่าวนี้มาได้อย่างไร” เสิ่นอวี๋หงถามที่มาของข่าวเป็นอันดับแรก ได้ยินว่าข่าวนี้ไม่ใช่หรูหลิวชู่สืบมาได้ แต่มีคนบอกเขา คนนี้เป็นขอทานหน้าจวนผู้ว่าเมืองหลวง ตอนเขาเดินผ่านจวนผู้ว่า มีขอทานมาชนถูกเขา พูดคำนี้ที่หูของเขา ตอนเขาได้ยินชัด ขอทานก็เผ่นหายไปแล้ว ขอทานผมยาวประบ่ากระเซอะกระเซิงไม่ทันเห็นหน้าชัดเจน จึงยังไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข่าวนี้ แต่ก็ไม่กล้าล่าช้า รีบนำข่าวมาแจ้งให้พวกเสิ่นอวี๋หงได้รู้
“ข้าน้อยไร้ความสามารถ...” ใจเหลียนซานก็รู้สึกอึดอัด จากผู้รับใช้กลายเป็นลูกน้อง ระหว่างนั้นต้องผ่านการฝึกฝนอย่างลำบากยากเย็น แต่แปดเดือนมานี้ หรูหลิวชู่แทบไม่มีผลงานอะไรเลย ที่พอจะมีประโยชน์อย่างเดียว ก็ยังเป็นข่าวที่คนอื่นบอกให้ เขาแอบสาบานว่าจะต้องพยายามฝึกฝนอย่างหนักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของหรูหลิวชู่
“ใครบอกข่าวนี้กับพวกเรา ข่าวนี้จริงหรือเท็จ ถ้าเป็นจริง จวนผู้ว่าเมืองหลวงเหตุใดต้องใช้เงินมากขนาดนี้อย่างเร่งด่วน” เสิ่นอวี๋อี้เริ่มตรึกตรอง เรื่องเล็กๆ นี้ทำให้เห็นว่าเกี่ยวพันกับเรื่องอื่นมาก ยังมีคนอื่นตามสังเกตจวนผู้ว่าเมืองหลวง อีกทั้งคนเหล่านั้นยังสืบรู้เรื่องลับของจวนผู้ว่าได้ จะต้องเป็นคนใกล้ชิดผู้ว่าแน่นอน หรือเป็นผู้ติดตามของผู้ว่าเอง หรือเป็นคนใกล้ตัวหลัวฟางซื่อ ทำไมคนเหล่านี้จึงบอกข่าวนี้ให้พวกเขารู้ ที่สำคัญกว่านั้น ทำไมคนเหล่านี้จึงรู้ว่ามีหรูหลิวชู่ทั้งยังสามารถส่งข่าวให้เหลียนซานได้ทันเวลา หรูหลิวชู่จะต้องเป็นที่คุ้นเคยของคนในนี้แน่นอน พอคิดเท่านี้ เสิ่นอวี๋อี้เริ่มเหงื่อตก เงยหน้ามองเสิ่นอวี๋หงอย่างตระหนก พบว่าสีหน้าเขาดูผิดไปจากยามปกติ แสดงว่าเขาก็คงคิดถึงจุดนี้เหมือนกัน
หรูหลิวชู่ก่อตั้งยังไม่ครบแปดเดือน ตระกูลเสิ่นแม้แต่เสิ่นเจ๋อหย่วนก็ยังไม่รู้ ทำไมจึงถูกเปิดเผยอย่างรวดเร็ว ถ้าเช่นนั้นควรจะมีหรูหลิวชู่ต่อไปหรือไม่ ทั้งเสิ่นอวี๋หงกับเสิ่นอวี๋อี้เหงื่อตกไม่หยุด คิดนานไม่ได้แล้ว รีบวิ่งไปหาเสิ่นหวาซั่นที่เรือนด้านหน้าของตระกูลเสิ่น
วันนี้เป็นวันพักผ่อนของเสิ่นหวาซั่นพอดี ครั้นเห็นหลานชายทั้งสองวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ก็รู้ว่าคงจะต้องมีเรื่องแน่นอน แต่พอได้ยินชัดว่าเป็นเรื่องอะไรแล้ว ตอนแรกตกใจ แล้วหัวเราะตามมา เจ้าหลานชายสองคนนี้ คนหนึ่งสิบแปด อีกคนสิบห้า ยังเด็กเกินไป ประสบการณ์น้อยมาก ฝึกฝนน้อยไป เรื่องเล็กแค่นี้ต้องตกใจอะไรกัน ดูแล้วคงต้องฝึกฝนต่ออีกหลายยกถึงจะถูก
“เรื่องของหรูหลิวชู่ นอกจากคนสิบหกคนที่หรูหลิวชู่แล้ว ก็มีพวกเจ้าสองคน ข้า จิ้งเอ๋อร์อีกรวมสี่คนที่รู้ ถ้าทุกคนไม่ได้พูดออกไป แสดงว่าอาจเป็นเพราะผู้รับใช้แปดคนของหรูหลิวชู่ที่เปิดเผยตัวเอง ถ้าทุกคนระมัดระวังไม่เปิดเผย แต่คนนี้บอกข่าวจวนผู้ว่าให้หรูหลิวชู่ แสดงว่า คนนี้รู้จักหรูหลิวชู่ อีกทั้งคนผู้นี้ยังเป็นมิตรไม่ใช่ศัตรู ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่า คนผู้นี้อยู่ในบ้านตระกูลเสิ่น! และเป็นคนของบ้านตระกูลเสิ่นแน่นอน! จะต้องเป็นเพราะสังเกตเห็นตอนหงเอ๋อร์คัดเลือกผู้รับใช้เป็นแน่ พวกเจ้าลองคิดดู คนที่สนใจตอนพวกเจ้าคัดเลือกคนรับใช้มีใครบ้าง” การเป็นหัวหน้าตระกูลเสิ่น เสิ่นหวาซั่นแค่ไตร่ตรองเดี๋ยวเดียวก็เห็นชัดถึงต้นสายปลายเหตุ ไม่ต้องบอกว่า ความคิดความอ่านและการคาดคะเนของเขาแม่นยำยิ่ง ที่โชคร้ายคือ เขาก็นึกไม่ออกว่าคนผู้นั้นเป็นใคร
“หรือจะเป็นท่านพ่อ” ที่เสิ่นอวี๋อี้คิดแต่แรกคือเสิ่นเจ๋อหย่วนกับเหยียนซาง พวกเขาสองคนสัมผัสเรื่องตระกูลเสิ่นมากที่สุด ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
“หรือว่าเป็นพี่สะใภ้ใหญ่ เสิ่นอวี๋หงนึกถึงคราวที่คัดเลือกคนรับใช้เสิ่นอันซื่อเป็นคนรับผิดชอบ แต่ก็เลิกล้มความคิดนี้ในทันที เสิ่นอันซื่อเป็นผู้หญิง ทั้งตั้งครรภ์อยู่ นางจะไปสนใจทำไมกับจวนผู้ว่าเมืองหลวง
ไม่มีใครนึกถึงเสิ่นหนิง ไม่ต้องพูดก็รู้อยู่ว่าโดยปกติวิสัยของผู้ชายตระกูลเสิ่นทำให้พวกเขามองข้ามจุดนี้ไป คาดเดากันอยู่นาน ก็รู้สึกว่าทุกคนเป็นไปไม่ได้ที่จะรู้เรื่องจวนผู้ว่าเมืองหลวง
“ไม่ว่าจะเป็นใคร ค่อยๆคาดเดาไปได้ เวลานี้ที่สำคัญคือผู้ว่าเมืองหลวงต้องการเงินสามแสนตำลึงด่วนจริงหรือไม่ เพื่ออะไร” เสิ่นหวาซั่นปลอบทั้งสองคนให้คลายความตื่นตกใจ เบี่ยงประเด็นหลักมาที่จวนผู้ว่าเมืองหลวง หลัวซื่อจิ้งระวังตัวมาตลอดชีวิต เป็นขุนนางสายตรงของฉางไท่ฮ่องเต้ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง คิดว่าเงินสามแสนตำลึงนี้จะต้องเป็นเรื่องที่บอกใครไม่ได้ ไม่เช่นนั้นทั้งฐานะทั้งตำแหน่งทั้งความใกล้ชิดฮ่องเต้ แค่เอ่ยปาก ก็ต้องมีคนนำเงินสามแสนตำลึงให้เขาทันที แล้วนี่เป็นเพราะอะไร
ภายในเรือนชิงจู๋ เสิ่นหนิงกำลังดูของที่เสิ่นหวั่นให้นางอย่างสนอกสนใจ หุ่นที่เพิ่งใช้หลู่เว่ยสานขึ้นมา ชิวเกอบอกว่าได้แจ้งข่าวให้คนข้างตัวคุณชายรองแล้ว เรื่องที่เหลือก็ไม่ใช่ที่นางจะต้องทำต่อ สุดท้ายแล้วนางก็ยังตัดสินใจปิดเรื่องมดงานไว้ก่อน จะต้องอาศัยรูปแบบนี้ไปบอกให้เสิ่นอวี๋หงรู้ แต่ไม่ได้นึกว่าจะทำให้เสิ่นอวี๋หงตกใจรวมทั้งการคาดคะเนของเสิ่นหวาซั่น เวลานี้นางกำลังคิดว่า เหตุใดผู้ว่าเมืองหลวงจึงต้องการเงินจำนวนมากถึงเพียงนี้
“บัดซบ! ทำไมถึงได้เลวทรามต่ำช้าแบบนี้! ถึงกับกล้าใช้เงินแผนกคลังถึงสามแสนตำลึง ทั้งยังใช้จนหมดเกลี้ยง ทำไมเจ้าไม่ตายไปเสีย! ตระกูลหลัวของข้าโดนแกทำลายย่อยยับแน่! เงินตั้งสามแสนตำลึง ข้าจะไปปล้นที่ไหนมาให้ ข้าทำงานอย่างระมัดระวังตัวมาหลายสิบปี กำลังจะโดนเจ้าทำลายหมดแล้ว เจ้านึกว่าขุนนางสายตรงเป็นกันง่ายๆ หรือ...” ในห้องหนังสือผู้ว่าเมืองหลวง หลัวซื่อจิ้งผู้ว่าเมืองหลวงเตะหลัวซื่อเฮิงน้องชายอย่างแรง คิดแล้วก็ยังไม่หายแค้น เข้าไปเตะอีกหลายที ปากก็ยังด่าอยู่ อยากจะเตะน้องชายที่เคยทุ่มเทความรักให้ให้ตายไปเสีย ไม่เหลือสายสัมพันธ์ในวันวาน
หลัวซื่อจิ้งห่างกับหลัวซื่อเฮิงน้องชายถึงเกือบยี่สิบปี พ่อแม่หลัวซื่อจิ้งตายตั้งแต่หลัวซื่อเฮิงแค่สามขวบ พูดได้ว่า หลัวซื่อจิ้งเลี้ยงน้องชายเหมือนลูกจนโต ลำบากลำบนมาหลายปี ฟูมฟักรักใคร่ ยังอุตส่าห์หาตำแหน่งที่สบายในกระทรวงการคลังให้ แม้จะไม่มียศศักดิ์สูงส่งนัก แต่ถ้าอยู่อย่างสมถะชีวิตก็มั่นคงสุขสบาย แต่น้องชายคนนี้กลับมีใจละโมบ ใช้เงินแผนกคลังถึงสามแสนตำลึง ความโกรธผ่านไป หลัวซื่อจิ้งน้ำตาตก ตนสอนน้องได้ไม่ดีเลย อับอายบิดามารดาที่ล่วงลับ ผิดต่อฮ่องเต้ที่วางใจ เงินสามแสนตำลึง... ผู้ว่าเมืองหลวงคนนี้ต้องแย่แน่แล้ว...