ยอดเซลล์แมนทะลุมิติ

ยอดเซลล์แมนทะลุมิติ: บทที่ 39 ตอนที่ 39

#39บทที่ 39

ตอนที่ 39 ช่วงเวลาอันงดงาม (2)

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวตกใจได้สติคืนกลับมาในทันที สองแก้มแดงปลั่ง ถึงกระนั้นดวงตากลับเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา “พี่หลิน ท่าน ท่าน——“

นางลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีไปด้วยความกระดากอาย ไม่ทันระวังทำให้สมุดภาพบนหัวเตียงร่วงหล่นลงมาเล่มหนึ่ง ครั้นต่งเฉี่ยวเฉี่ยวก้มหน้าดู จากลำคอจนถึงใบหน้าแดงประดุจแสงอรุโณทัย นางหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาแล้วโยนไปทางหลินหว่านหรงทันที กล่าวด้วยความอายว่า “พี่หลิน ท่านนี่แย่จริงๆ” พอกล่าวจบก็วิ่งออกไปราวกับโผบิน

หลินหว่านหรงเจ็บหลัง กำลังลอบด่าทอไอ้บ้าหลี่เอ้อร์โก่วว่าลงมือโหดเหลือเกิน ทำลายเรื่องดีๆ ของตัวเอง แต่กลับไม่ได้คิดว่าหากไม่ได้หลี่เอ้อร์โก่ว เขาไหนเลยจะมีโชคอันงดงามบินมาหาเช่นนี้ได้

ครั้นเห็นต่งเฉี่ยวเฉี่ยวโยนสมุดเล่มนั้นมา หลินหว่านหรงจึงรีบรับเอาไว้ เมื่อมองดูกลับเป็นสมุดภาพชุนกงที่ตาเฒ่าเว่ยทิ้งเอาไว้ให้เล่มนั้น

พระเจ้า หลินหว่านหรงทอดถอนด้วยความเสียใจ คราวนี้แย่แล้ว ช่วงสำคัญที่สุดที่จะได้แอ้มสาวกลับให้นางเห็นของที่ไม่ควรจะเห็นได้ ตอนนั้นต่งเฉี่ยวเฉี่ยวจะต้องนึกว่าเขาเป็นคนบ้ากามของแท้แน่เลย แต่สวรรค์เป็นพยานได้ หลังจากมาถึงโลกแห่งนี้คนรักเพียงหนึ่งเดียวของหลินหว่านหรงก็มีแต่มือขวาของเขาเท่านั้นเอง

หลินหว่านหรงเหลือบมองสมุดภาพวาดนั้น ภายใต้ความต้องการที่พลุ่งพล่าน เส้นที่แปลกประหลาดเหล่านั้นสะท้อนเข้าสู่ห้วงสมองเขาราวกับมีชีวิต ลมปราณสายหนึ่งเริ่มเคลื่อนที่อย่างช้าๆ ทว่าน่าเสียดายที่ไม่นานนักก็สงบนิ่งลง

มีอะไรเด็ดๆ แล้ว หลินหว่านหรงรู้สึกยินดีปรีดา แม้ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจู่ๆ ถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้ แต่ก็ยังน่าชื่นชมกว่าเป็นภาพชุนกงล้วนๆ ก่อนหน้านี้ก็แล้วกัน

หลินหว่านหรงเก็บสมุดภาพนั้นให้เรียบร้อย ทันใดนั้นก็นึกขึ้นมาได้ ดึกขนาดนี้ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวพุ่งปราดออกไปเพียงลำพัง ซ้ำสภาพจิตใจยังไม่มั่นคงถึงขีดสุดอีก จะเกิดอันตรายอะไรหรือเปล่านะ? หลินหว่านหรงรีบสวมใส่เสื้อผ้าแล้วพุ่งออกไป

ตลอดทางไม่เห็นเงาของต่งเฉี่ยวเฉี่ยว หลินหว่านหรงรู้สึกร้อนใจ สำหรับสาวน้อยที่น่ารักและเชื่อฟังเช่นเฉี่ยวเฉี่ยวนี้ เขารู้สึกปวดใจจากใจจริง ถึงแม้จะเป็นเมียไม่ได้ ให้เป็นน้องสาวก็นับว่าเป็นเรื่องที่มีความสุขยิ่ง

แน่นอนว่าหากเป็นเมียได้ ดีที่สุดก็ให้เป็นเมียนี่ล่ะ

ครั้นใกล้ถึงบ้านเหล่าต่ง ในที่สุดหลินหว่านหรงก็เห็นเฉี่ยวเฉี่ยวกำลังคุดคู้อยู่มุมหนึ่ง สั่นเทิ้มไปทั้งตัว คล้ายกำลังร้องไห้

“เฉี่ยวเฉี่ยว——” หลินหว่านหรงรีบพุ่งปราดเข้าไปหา

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวได้ยินเสียงของเขาก็โผเข้าอ้อมอกเขาทันที ร้องไห้แล้วพูดว่า “พี่หลิน พี่หลิน ——”

“เฉี่ยวเฉี่ยว ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เป็นข้าที่ไม่ดี ข้ารังแกเฉี่ยวเฉี่ยว ข้าสมควรตาย ข้าต่ำช้า ข้าเลวทราม——” หลินหว่านหรงด่าไปพลาง แอบมองใบหน้าเฉี่ยวเฉี่ยวไปพลาง

จริงดังคาด ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวรีบเงยใบหน้านองน้ำตาขึ้นมาแล้วพูดว่า “ไม่ใช่เจ้าค่ะ ไม่ใช่ พี่หลิน ไม่ใช่ความผิดของท่าน เป็นเฉี่ยวเฉี่ยวที่ยั่วยวนท่าน เฉี่ยวเฉี่ยวเป็นสตรีที่ไร้ยางอาย——”

หลินหว่านหรงลอบผ่อนลมหายใจยาวๆ ที่แท้ก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวช่างเป็นหญิงสาวที่น่ารักและมีจิตใจดีจริงดังคาด นางปราศจากประสบการณ์ในด้านนี้เลยสักนิด เมื่อสัมผัสอย่างแนบชิดสนิทสนมในอ้อมกอดของหลินหว่านหรง หลังจากได้สติคืนมาสิ่งแรกที่ทำกลับเป็นการสำรวจตัวเอง หาคิดว่าเป็นหลินหว่านหรงที่กลั่นแกล้งนางไม่

“เฉี่ยวเฉี่ยว เป็นความผิดของพี่ใหญ่ พี่ใหญ่ไม่ควรแกล้งเจ้า——” ด้วยหนังหน้าของหลินหว่านหรงยากนักที่จะเป็นฝ่ายขอโทษก่อนสักครั้ง ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวทำให้เขาเกิดความคิดว่าตัวเองช่างต่ำช้าเสียจริงเป็นครั้งแรก

“เฉี่ยวเฉี่ยว ข้าจะต้องรับผิดชอบ——”

ยังไม่ทันพูดประโยคนี้จบ มือเรียวยาวของต่งเฉี่ยวเฉี่ยวก็ประกบลงบนปากเขา “พี่ใหญ่ อย่าพูดเลยเจ้าค่ะ ท่านอย่าพูดเลย ท่านเป็นดวงดาราบนสวรรค์ทั้งเก้าชั้น ส่วนเฉี่ยวเฉี่ยวเป็นเพียงหญ้ากระจ้อยร่อยซึ่งไม่มีค่าพอให้เอ่ยถึงบนโลกใบนี้ เฉี่ยวเฉี่ยวไม่อยากให้ท่านเสียใจภายหลังเจ้าค่ะ”

“เฉี่ยวเฉี่ยว ข้ายิน——”

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวน้ำตานองหน้า ถึงกระนั้นกลับกดปากเขาไว้แน่น “พี่ใหญ่ ท่านจงไปตามหาสิ่งที่เป็นของท่านซึ่งดีกว่านี้เถิดเจ้าค่ะ อย่าให้สูญเสียสิ่งที่ท่านต้องการไปเพราะข้า”

หลินหว่านหรงกอดนางในอ้อมอกแน่น น้ำตาของต่งเฉี่ยวเฉี่ยวพรั่งพรูไม่หยุด ถึงกระนั้นก็ไม่ให้เขาพูดออกมาสักคำเดียว

ในที่สุดจู่ๆ ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวก็คลี่ยิ้มออกมา เอ่ยเสียงแผ่วเบาขึ้นว่า “พี่ใหญ่ ไม่ใช่ว่าพรุ่งนี้ท่านก็ต้องไปตระกูลเซียวแล้วหรือเจ้าคะ?” ตอนนี้นางถึงจะปล่อยนิ้วที่กดอยู่บนริมฝีปากหลินหว่านหรงออก บนขนตายังคงมีหยดน้ำตาอยู่ โอษฐ์งามสีแดงสดและชุ่มชื้นขยับเขยื้อนเอื้อนเอ่ย งดงามจนยากจะบรรยาย

หลินหว่านหรงหัวเราะฮิฮะแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว แต่ก่อนที่จะไปตระกูลเซียวข้าต้องทำเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งก่อน”

“เรื่องใหญ่อันใดหรือเจ้าคะ?” ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวกล่าวด้วยความประหลาดใจ

“กินเฉี่ยวเฉี่ยวของข้าน่ะสิ——” หลินหว่านหรงกล่าวคล้ายจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม

ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวกล่าวด้วยความแง่งอนว่า “พี่ใหญ่ ท่านพูดจาเหลวไหลอีกแล้วนะเจ้าคะ”

หลินหว่านหรงมองนางด้วยสีหน้าจริงจัง “แม่นางน้อย ข้าจะ——”

“พี่ใหญ่——” ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวรีบหยุดยั้งเขา ดวงตาเปี่ยมล้นไปด้วยไอน้ำ รีบใช้มือน้อยปาดเบาๆ “หลังจากนี้ท่านยังมีโอกาสได้แตะต้องหญิงสาวที่ดีอีกมากมาย ท่านอย่าได้ละทิ้งโอกาสอันดีงามเพราะเฉี่ยวเฉี่ยวเลยเจ้าค่ะ”

“ละทิ้ง? ทำไมต้องละทิ้งด้วย?” หลินหว่านหรงกล่าวด้วยความประหลาดใจ “หรือบนโลกใบนี้บุรุษผู้หนึ่งจะสู่ขอภรรยาได้เพียงคนเดียว?”

“ท่าน!——” ต่งเฉี่ยวเฉี่ยวหงุดหงิดโมโห ทุบเขาไปครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงหมุนตัวแล้ววิ่ง

ที่แท้แม่หนูนี่ก็หึงเป็น หลินหว่านหรงหัวเราะร่าอย่างมีความสุข มองดูเงาหลังอันอรชรของนาง ความร้อนรุ่มพลุ่งพล่านอยู่ในใจ เฮ้อ ดูท่าคืนนี้จะต้องใช้นางทั้งห้าอีกแล้ว

เอ๋ เรายังไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะมีความรักเลยนี่นา กับเฉี่ยวเฉี่ยวเช่นนี้จะถือว่ามีความรักได้หรือไม่? เฮ้อ ล้มเหลว ล้มเหลว ถูกสาวตกเข้าให้แล้ว ใช่แล้ว เฉี่ยวเฉี่ยวยังไม่ได้บอกว่าชอบเราเลยนี่ ส่วนเราก็เหมือนจะยังไม่ได้บอกว่าชอบนางเหมือนกัน การถูกสาวตกเช่นนี้ช่างไม่ไหวเสียเหลือเกิน หลินหว่านหรงส่ายหน้าอย่างจนใจ คิดอย่างไร้ยางอาย

คืนนี้เขานอนหลับสนิทมาก ภาพชุนกงนั้นเขาพลิกอ่านต่อเนื่องหลายบท ช่างยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเพลย์บอยและหลงหู่เป้าจริงดังคาด ส่วนเขากับแม่นางทั้งห้าจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ นี่เป็นความลับสุดยอด นอกจากหลินหว่านหรงแล้วก็ไม่มีผู้ใดรับรู้อีก

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นหลินหว่านหรงยังนอนหลับอุตุอยู่บนเตียง เขาลืมตาขึ้นมา ก็พลันนึกได้ว่านับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปตนก็จะปราศจากอิสระแล้ว ซ้ำยังเป็นบ่าวที่ผู้ใดก็ใช้งานได้ของตระกูลเซียวอีก อารมณ์ซึ่งเดิมสุขสดชื่นพลันดิ่งลงถึงขีดสุด

เขาลุกจากเตียงอย่างหมดอารมณ์ สวมชุดยาวสีเขียวกับหมวกเล็กของบ่าวที่ตระกูลเซียวมอบให้เมื่อวานนี้ จากนั้นจึงยืนมองอยู่หน้าคันฉ่อง บ่าวผู้มีคิ้วดกตาโตหล่อเหลาสง่างามผู้หนึ่งก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า

แม้จะเป็นแค่บ่าวก็ยังหล่อมากขนาดนี้ เขาถอนหายใจด้วยความจนใจแล้วหมุนตัวไปล้างหน้าแปรงฟันอย่างรีบร้อนแล้วออกจากบ้านไป

ตลอดทางมีคนมองประเมินเขาอยู่ตลอด มีทั้งหญิงสาวและชายหนุ่ม ในสายตามีทั้งความชื่นชมและความหยามเหยียด

ที่ชื่นชมเขาย่อมเป็นคนยากจนพวกนั้น ชุดที่สวมใส่ตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมตัวอักษร “เซียว” บนหน้าอกของเขาก็เพียงพอต่อการแจ้งสถานะเขาแล้ว——เจ้าผู้นี้คือบ่าวผู้มีเกียรติแห่งคฤหาสน์ตระกูลเซียว

ส่วนที่หยามเหยียดเขาย่อมเป็นบัณฑิตพวกนั้น คนบ้านนอกคอกนาที่ไม่รู้จักตัวหนังสือสักตัว มันก็แค่สุนัขเฝ้าประตูของตระกูลเซียวเท่านั้นเอง จะมาแกว่งหาอะไร

แน่นอนว่ามีบางคนที่ริษยาท่าทางภูมิฐานผ่าเผยของหลินหว่านหรงด้วยเช่นกัน อวัยวะทั้งห้าบนใบหน้าเขาใช้ได้ รูปร่างก็ดีอีก ผิวพรรณสุขภาพดี ให้ความรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต เพราะเหตุนี้สาวน้อยสาวใหญ่เหล่านี้บางครั้งยังหันหน้ามามองเขาอีกด้วย นี่เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

ยอดเซลล์แมนทะลุมิติ: บทที่ 39 ตอนที่ 39