จารใจรัก: ส่วนที่ 1 บทที่ 011 ค้างแรม ตอนที่ 12
บทที่ 11 ค้างแรม
เมื่อออกจากโรงเตี๊ยม ทั้งสองก็เดินทางต่อทันที
เซี่ยฟางหวาคิดว่าตั้งแต่ออกจากเมืองหลวง ก็ยังหาเหตุผลที่ฉินเจิงตามนางไปม่อเป่ยไม่ได้ และก็ไม่เห็นว่ารอบๆ ตัวนางจะมีทหารคนไหนจ้องมอง จึงไม่ต้องรีบร้อนลงมือจัดการกับฉินเจิง เพื่อเลี่ยงการเกิดเรื่อง ดูเหมือนว่าคืนนี้ต้องหยุดพักด้วยกันกับเขา
เดินทางไประยะหนึ่ง ฉินเจิงก็กล่าวขึ้นมากะทันหันว่า “เจ้ามาขี่ม้า ข้าจะช่วยเจ้าบังคับรถ”
เซี่ยฟางหวาเงยหน้าเหลือบมองเขา ก่อนจะปฏิเสธว่า “ไม่รบกวนมือของท่านหรอกคุณชายรองผู้สูงส่ง”
ฉินเจิงหัวเราะเยาะ “เจ้าคิดว่าข้าอยากช่วยเจ้าบังคับรถหรือ ข้าแค่เหนื่อยและง่วง ไม่อยากขี่ม้าแล้ว ข้าอยากนอน”
เซี่ยฟางหวาชะงักไปชั่วขณะก่อนจะพูดว่า “หากท่านง่วงก็จ้างรถสักคัน รถของข้าน้อยบรรทุกสินค้าเต็มคันรถไม่มีที่ให้ท่านนอนหรอก”
“ชนบทนอกเมืองเช่นนี้จะมีรถที่ไหนให้ข้าจ้าง” ฉินเจิงปล่อยบังเหียนแล้วลงจากม้า ไม่ให้เซี่ยฟางหวาได้โต้แย้ง เขาเดินมาหน้ารถแล้วผลักนางลงไป ส่วนตัวเองขึ้นไปนั่งแทนที่นาง
เซี่ยฟางหวาฝืนใจยืนนิ่ง เห็นแค่ฉินเจิงพิงสินค้าและหลับตาไปแล้ว นางจนปัญญาไปชั่วขณะหนึ่ง ทำได้เพียงพาตัวเองขึ้นไปขี่ม้าแทนเขา คนทั่วไปหากเกลียดชัง สถานการณ์เช่นนี้คนอื่นก็ไม่รู้จะรับมือกับคนชั่วอย่างไรดี
ไม่นานนัก ฉินเจิงก็หลับไปบนรถ ศีรษะโยกไปตามแรงขยับของรถม้า
เซี่ยฟางหวาได้แต่รักษาฝีเท้าอยู่ห่างๆ ไม่ไกลไปจากรถม้า ช่วยเขาบังคับเส้นทางไม่อยากให้สินค้าบนรถต้องถูกเขาบังคับตกร่องน้ำไป
ฟ้ามืดแล้ว เดินทางมาได้อีกหนึ่งร้อยลี้ก็มาถึงเมืองแห่งหนึ่ง
เมืองนี้เจริญรุ่งเรืองกว่าเมืองเล็กๆ เมืองก่อนมาก แม้จะเป็นตอนกลางคืน แต่บนถนนยังเต็มไปด้วยผู้คน ร้านค้าหลายแห่งแขวนโคมไฟไว้บนที่สูง หญิงสาวที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหลากสีสันนั่งเรียกแขกอยู่บนเก้าอี้ ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นสถานที่แบบไหน ตั้งแต่โบราณมาสถานที่แบบนี้ก็ไม่เคยต้องกังวลว่าจะไม่มีลูกค้า
เซี่ยฟางหวาจอดรถม้าไว้หน้าประตูโรงเตี๊ยมเล็กๆ ที่ไม่สะดุดตา
ลุงผมหงอกออกมาจากข้างใน ถามอย่างงกๆ เงิ่นๆ ว่า “ท่านต้องการที่พักใช่ไหม กี่ท่าน”
“สองท่าน ห้องธรรมดาสองห้อง” เซี่ยฟางหวาตอบ
“ได้เลย ท่านตามข้ามา” ลุงชราพยักหน้าก่อนจะนำทาง
เซี่ยฟางหวาผูกเชือกบังเหียนม้าก่อนจะมาปลุกฉินเจิง “คุณชายรอง ตื่นเถอะ ถึงโรงเตี๊ยมแล้ว”
ฉินเจิงลืมตา อ้าปากหาวหวอด มองไปรอบตัวอย่างพิจารณาก่อนจะเลิกคิ้วถาม “เจ้าจะให้ข้าพักที่นี่หรือ”
“ข้าก็พักที่นี่” เซี่ยฟางหวาตอบ
ฉินเจิงโกรธเล็กน้อย “สถานที่ผุๆ เช่นนี้ ข้าไม่อยู่ที่นี่”
เซี่ยฟางหวาลองชั่งน้ำหนักห่อสัมภาระของเขาด้วยมือ “วันนี้ท่านใช้เงินไปห้าร้อยตำลึงแล้ว หากไม่อยู่ที่นี่ ท่านก็ไปหาที่อื่นเองเถอะ ข้าน้อยไม่ก้าวก่ายพระใหญ่เช่นท่าน”
ฉินเจิงราวกับโดนตอกหน้าหงาย ดวงตาเหมือนเม็ดไข่มุกถลึงมองเซี่ยฟางหวา
เซี่ยฟางหวาไม่สนใจเขา เดินไปหอบหญ้าแห้งสองกองที่อยู่ไม่ไกลไปป้อนม้า จากนั้นก็ปัดๆ เสื้อผ้าแล้วเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยม
ฉินเจิงยืนอยู่หน้ารถเป็นเวลานานก่อนจะขยับเท้าตามนางเข้าไปข้างใน
โรงเตี๊ยมไม่ใหญ่ มีลานเล็กๆ สองแถว ดูไม่ได้ชำรุดทรุดโทรมแบบที่เห็นภายนอก ในลานถูกกวาดจนสะอาด ท่านลุงนำทางพวกเขาทั้งสองคนไปยังห้องสองห้องข้างห้องโถงใหญ่ที่อยู่ในสุด เปิดประตูและให้พวกเขาดูสภาพข้างใน
เซี่ยฟางหวาพอใจ กล่าวกับท่านลุงว่า “รบกวนท่านทำอาหารง่ายๆ สองจานให้พวกเราด้วย แล้วก็เหล้าอุ่นๆ อีกหนึ่งกา”
“แค่สองจานจะไปพอได้อย่างไร เอามาสิบจาน เหล้าอีกสองกา อาหารต้องดีหน่อยนะ เหล้าก็ต้องแรงสักหน่อย” ฉินเจิงพอใจกับสภาพแวดล้อมที่สะอาดเรียบร้อยภายในห้อง และหันไปแก้คำพูดของเซี่ยฟางหวา
“จะฟังข้าหรือว่าท่าน” เซี่ยฟางหวาเหลือบตามองเขา
ฉินเจิงมองนางพลางเห็นภาพที่ว่า หากเจ้าไม่ฟังข้าก็ไปหาที่อื่น เขาแสดงความไม่พอใจก่อนจะหันกลับเข้าห้อง กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ดีว่า “เอาน้ำอุ่นมาให้ข้าด้วยหนึ่งถัง ข้าจะอาบน้ำ แค่เรื่องนี้เจ้าคงไม่คิดจะทารุณข้าด้วยหรอกนะ”
“ยังยืนยันตามที่ข้าสั่งอาหารไปเมื่อครู่ แล้วก็ขอน้ำอุ่นหนึ่งถังให้คุณชายข้าด้วย รบกวนท่านแล้ว” เซี่ยฟางหวาว่าตามเขา
ลุงพยักหน้าพลางหัวเราะเอิ๊กอ๊ากก่อนจะหันกลับไป
ไม่นานนัก คนงานรูปร่างสูงใหญ่ก็ยกถังน้ำอุ่นเข้าไปในห้องของฉินเจิง หลังจากนั้นก็จากไป
ฉินเจิงเอื้อมมือไปปลดเข็มขัดออก และตะโกนไปยังห้องข้างๆ ว่า “หวางอิ๋น มาปรนนิบัติข้าตอนอาบน้ำหน่อย”
เซี่ยฟางหวาทำเป็นไม่ได้ยิน
“หวางอิ๋น เจ้าหูหนวกหรือ” ฉินเจิงตะโกนอีก
“คุณชาย ข้าน้อยนอกจากฝึกสู้รบก็ไม่เคยปรนนิบัติผู้คน ถ้าหากตัวท่านเองยังปรนนิบัติตัวเองไม่ได้ ก็ตะโกนเรียกพี่ชายคนซื่อเมื่อครู่เข้ามาปรนนิบัติท่านสิ เขาเป็นลูกชายของลุงเจ้าของร้าน พละกำลังเยอะมาก” เซี่ยฟางหวายืนอยู่หน้าหน้าต่างในห้องของตัวเองพลางกล่าวอย่างไม่แสดงอารมณ์ใดๆ “รับรองว่าต้องปรนนิบัติท่านได้ดีแน่”
ฉินเจิงราวกับถูกตอกหน้าหงาย “ช่างมันเถอะ!”
เซี่ยฟางหวาหัวเราะเสียงเย็น ปิดหน้าต่างแล้วนั่งดื่มชาหน้าโต๊ะ
ฉินเจิงมองไปยังประตูก่อนจะถอดเสื้อผ้าแขวนไว้บนเก้าอี้ ปลายนิ้วเคาะขอบถังเบาๆ ก่อนจะเข้าไปในถังไม้
นอกจากเสียงน้ำภายในห้อง ก็ไม่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวอื่นอีก
หลังจากนั้นครึ่งชั่วยาม ฉินเจิงอาบน้ำเสร็จแล้วและเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าชุดใหม่ จากนั้นก็เดินไปเคาะประตูห้องข้างๆ
เซี่ยฟางหวาไม่เปิดก่อนจะพูดกับข้างนอกว่า “อีกประเดี๋ยวท่านลุงจะนำอาหารและเหล้าไปให้ท่านที่ห้อง คุณชายรองทานเสร็จก็รีบพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้พวกเราต้องออกเดินทางแต่เช้า”
“ข้าอยากอยู่กับเจ้า” ฉินเจิงกล่าว
ดวงตาของเซี่ยฟางหวาดุดันในพริบตาเดียว แต่น้ำเสียงกลับสงบ “คุณชายรองอย่าล้อเล่น ถึงแม้จะเป็นผู้ชาย ไม่มีข้อห้าม แต่ก็ต้องคำนึงถึงฐานะด้วย ฐานะของท่านกับข้าเหมือนฟ้ากับเหว จะอยู่ด้วยกันได้อย่างไร”
“ข้านอนที่บ้าน ในห้องจะมีคนเฝ้าดูแลยามค่ำ” ฉินเจิงตอบ “ฐานะของเจ้าก็มาเฝ้าดูแลยามค่ำให้ข้าแล้วกัน”
“แต่ตอนนี้ท่านไม่ได้อยู่ในบ้าน ออกเดินทางมาข้างนอกก็ต้องเรียบง่ายสักหน่อย หากคุณชายรองผู้สูงส่งทนรับความลำบากนี้ไม่ไหว ข้าน้อยคิดว่าตอนนี้ท่านกลับไปเมืองหลวงยังทัน” เซี่ยฟางหวากล่าวถากถาง
ฉินเจิงเงียบอยู่นาน ขณะที่เซี่ยฟางหวาคิดว่าเขาล้มเลิกความคิด ก็ได้ยินเสียงโมโหของเขา “หวางอิ๋น เพิ่งออกมาจากเมืองหลวงได้หนึ่งร้อยลี้ เจ้าก็ไม่นับว่าข้าเป็นบุคคลสำคัญแล้วใช่หรือไม่ ความกล้าหาญของเจ้ามาจากไหนกัน ถึงกล้าเหน็บแหนมข้า”
เซี่ยฟางหวาเงียบไปชั่วขณะ พยายามอย่างยิ่งที่จะให้น้ำเสียงของตนเองฟังแล้วนุ่มนวล “คุณชายรองอย่าโกรธเลย ข้าน้อยพูดตรงเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร ท่านอย่าโกรธเลย หากท่านไม่กล้าอยู่คนเดียว ก็ไปเรียกพี่ชายคนซื่อคนนั้นมาเฝ้ายามให้ท่าน ท่านลุงเปิดร้านทำการค้า จะต้องไม่ปฏิเสธความต้องการของท่านแน่นอน”
ฉินเจิงได้ยินก็โกรธจนถีบประตูห้อง
ประตูห้องส่งเสียงเคลื่อนไหวดังเอี๊ยดอ๊าดสองครั้ง แต่ยังคงปิดสนิทอยู่
เซี่ยฟางหวาจ้องประตูไม้พลางคิดว่าไม่รู้ว่าเท้าของเขาจะเจ็บหรือไม่ ถ้าจะให้ดีก็เจ็บจนตายไปเสีย
“ทางที่ดีเจ้าต้องรับรองว่าที่เรือนไม่มีหนู รับรองว่าห้องของข้าจะไม่มีหนูเข้ามา มิฉะนั้นพรุ่งนี้เช้าข้าจะกัดเจ้าให้ตายเลย” ฉินเจิงกล่าวประโยคนี้ออกมาก่อนจะกลับห้องตัวเองด้วยความโมโห
เซี่ยฟางหวากะพริบตาปริบๆ ที่แท้เขาไม่กล้าอยู่คนเดียวก็เพราะกลัวหนู
ถ้าอย่างนั้นนางจับหนูสักตัวโยนเข้าไปในห้องเขาดีหรือไม่
เรื่องนี้ต้องคิดทบทวนให้ดี
ท่านลุงยกอาหารสองชุดขึ้นมา อาหารหลากหลายกว่าที่เซี่ยฟางหวาบอกไว้มาก น้อยที่สุดก็มีเนื้อ มีปลา หลังจากฉินเจิงบำรุงร่างกายตัวเองเรียบร้อย ความโกรธก็คลายลง แต่เมื่อกลางวันเขานอนเยอะเกินไป ตอนค่ำจึงนอนไม่ค่อยหลับ ได้แต่นอนตาแข็งอยู่บนเตียงไม้ ฟังเสียงหายใจที่สม่ำเสมอของห้องข้างๆ เห็นได้ชัดว่าหลับสนิทมาก จึงอดไม่ได้ที่จะขบฟันกราม
ขบไปขบมา เขาก็หัวเราะออกมา หวางอิ๋นคนนี้ … เช่นนี้ … ถึงจะน่าสนใจ