ดวงใจอสุรา: ตอนที่ 011 ตอนที่ 11
ตอนที่ 11 คำยั่วยุของคุณหนูตวนมู่
มู่หรงชีชีทำเป็นไม่ได้ยินในสิ่งที่มู่หรงจวิ้นพูด นางยังคงรักษาภาพลักษณ์แกะน้อยของตัวเองไว้ ปล่อยให้มู่หรงซินเหลียนจูงมือตัวเองเดินเข้าศาลาหูซินอย่างว่าง่าย “คารวะพี่ใหญ่เจ้าค่ะ”
“หึ!” มู่หรงจวิ้นคลี่พัดออก เมินหน้าหนีมู่หรงชีชี ถือเป็นการตอบรับคำทักทายจากนาง “หากข้ารู้ว่ากำลังรอนาง ข้าคงไปหาเสี่ยวเถาหงของข้าที่หออี่หงไปแล้ว เสียเวลาจริงๆ!”
มู่หรงจวิ้นพูดออกมาเช่นนี้ มู่หรงซินเหลียนและมู่หรงชีชีต่างก็ไม่แปลกใจ
ในเมื่อเขาถือเป็นคุณชายจอมเสเพลที่ช่ำชองในเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ใช้ชีวิตสำมะเลเทเมา เขาชื่นชอบสาวงามเป็นที่สุด และสิ่งที่ชอบทำที่สุดก็คือมั่วสุมกับสาวงามเหล่านั้น
ด้วยความที่เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของตระกูลมู่หรง มู่หรงไท้จึงตามใจบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะไปฉุดคร่าหญิงสาวชาวบ้าน หรือไปพนันจนเป็นหนี้เป็นสิน ไม่ว่าเขาจะทำเรื่องเลวร้ายเพียงใด สุดท้ายแล้วมู่หรงไท้ก็จะคอยตามล้างตามเช็ดให้เขาเอง
ตั้งแต่มู่หรงชีชีกลับมาที่จวนอำมาตย์ ก็ถือเป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับมู่หรงจวิ้น ถึงแม้เขาจะหล่อเหลาไม่ต่างจากมู่หรงไท้สมัยหนุ่มๆ แต่ตาขาวที่มีสีเหลือง ขอบตาที่ดำคล้ำ และรูปร่างผ่ายผอม ต่างก็แสดงให้เห็นถึงความมักมากในกามของเขา
“เอ พี่สาม ท่านนี่ก็ชักช้าเสียจริงนะ” มู่หรงชิงเหลียนชำเลืองมองมู่หรงชีชี
คำว่า “พี่สาม” ที่มู่หรงชิงเหลียนพูดขึ้นมา ทำให้ทุกสายตาหันมาจับจ้องมู่หรงชีชี
สำหรับคุณหนูสามแห่งตระกูลมู่หรง หลายๆ คนได้ยินชื่อนางผ่านคำร่ำลือ แต่ไม่เคยที่จะได้เจอตัวจริงของนางสักครั้ง ในเมื่อไปอยู่สำนักแม่ชีมาห้าปี ไม่เคยปรากฏตัวในเมืองหลวง ด้วยเหตุนี้ในกลุ่มคุณหนูคุณชายบางกลุ่มจึงไม่เคยพบเจอมู่หรงชีชีมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่นางปรากฏตัวหลังจากกลับมาจากสำนักแม่ชี
เพียงแค่นางกลับมาที่เมืองหลวง ที่นี่ก็เต็มไปด้วยข่าวลือของนางเสียแล้ว ตอนนี้ได้เห็นตัวจริง ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะมองนางอย่างละเอียด อยากรู้ว่าหญิงสาวในข่าวลือนั้นรูปร่างหน้าตาเป็นเช่นไร
มู่หรงชีชีแค่เพียงถักเปียแบบเรียบง่าย สวมใส่ชุดสีฟ้าอ่อน ศีรษะปักด้วยปิ่นไม้ท้อธรรมดา และประดับประดาด้วยเครื่องประดับรูปดอกไม้เรียบๆ เพียงอันเดียว ถึงแม้หน้าตาจะงดงามสู้มู่หรงซินเหลียนและมู่หรงชิงเหลียนไม่ได้แต่ก็สุภาพเรียบร้อย มองไปก็สดใสดูเป็นธรรมชาติ กลับดูดีกว่าคุณหนูทั้งหลายที่เต็มไปด้วยเครื่องประดับอัญมณีมากมาย
“ข้าก็นึกว่าใครถึงมีหน้ามีตาขนาดนี้ ที่แท้คือคุณหนูสามนี่เอง!” ขณะนั้นเอง ก็มีน้ำเสียงเสียดสีดังขึ้นมา คนที่พูดขึ้นมาก็คือตวนมู่อีอีแห่งตระกูลตวนมู่
“เจ้านี่คงจะสูงส่งกว่าใครๆ สินะ ถึงให้ทุกคนต้องรอ หรือว่าคุณหนูสามกำลังดูถูกพวกเรา”
ตวนมู่อีอีพูดมาคำแรกก็ไม่คิดจะไว้หน้าใคร แต่ทุกคนกลับรู้ดีว่าเหตุใดนางถึงไม่ชอบหน้ามู่หรงชีชี
ตวนมู่อีอีคลั่งไคล้ในตัวหลงเจ๋อจิ่งเทียน ถึงขนาดที่เคยประกาศว่า “ถ้าจะแต่งงานนางต้องแต่ให้กับจิ้งอ๋อง” วันนี้เมื่อต้องมาเจอมู่หรงชีชีที่สู้นางไม่ได้สักทาง กลับได้เป็นว่าที่จิ้งหวางเฟย เจอกันครั้งแรกนางจึงอยากจะข่มขวัญเสียหน่อยะ
“ข้าผิดเองที่มาช้า ไม่ทราบว่าข้าต้องทำเช่นไรถึงจะทำให้คุณหนูเลิกโกรธแค้นข้าเล่า”
มู่หรงชีชีเพิ่งจะพูดจบ ก็มีคนที่รู้เรื่องทุกอย่างดีหัวเราะขึ้นมา
“โกรธแค้น” คำๆ นี้ถือว่าอธิบายความรู้สึกของตวนมู่อีอีได้ดีทีเดียว ไม่สามารถเป็นจิ้งหวางเฟยได้ นางย่อมโกรธแค้นเป็นธรรมดา ถึงได้หาเรื่องมู่หรงชีชีเช่นนี้ แค่คำว่า “โกรธแค้น” คำเดียว ก็สามารถบรรยายลักษณะ “สตรีถูกทิ้ง” ของตวนมู่อีอีได้อย่างพอเหมาะพอดี
“มู่หรงชีชี!”
ถูกผู้คนหัวเราะเยาะ ตวนมู่อีอีก็โกรธจนหน้าเขียว ในความคิดของนาง มู่หรงชีชีตั้งใจจะพูดเช่นนั้น ตั้งใจจะเสียดสีเหน็บแนมนาง นางเป็นถึงคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลตวนมู่ แต่กลับมาถูกคนไร้ประโยชน์อย่างมู่หรงชีชีเยาะเย้ย มันทำให้นางอับอายจนแทบทนไม่ไหว
“น้องหญิง มานั่งนี่......” ขณะที่ตวนมู่อีอีกำลังจะเอ่ยปากว่ากล่าวมู่หรงชีชี หลี่อวิ๋นชิงที่นั่งเงียบมาโดยตลอดก็ยิ้มให้มู่หรงชีชี ทำท่ายกแก้วสุราขึ้น “ปล่อยให้ข้ารอเสียตั้งนาน ควรถูกลงโทษด้วยการดื่มสามแก้ว เจ้าจะว่าเช่นไร”
หลี่อวิ๋นชิงเอ่ยปากช่วยเหลือ ถือว่าอยู่นอกเหนือความคาดหมายของทุกคน อย่างที่รู้ๆ กันว่าคุณชายใหญ่แห่งตระกูลหลี่คนนี้ดวงตาอยู่บนหน้าผาก ไม่มีใครอยู่ในสายตา คนที่เข้าตาเขาได้นั้นมีน้อยนัก ตอนนี้กลับมาช่วยพูดให้มู่หรงชีชี ความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้ดีถึงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
“ปล่อยให้ท่านพี่ต้องรอ ควรที่จะถูกลงโทษแล้ว”
มู่หรงชีชีรู้ว่าหลี่อวิ๋นชิงกำลังช่วยตนเอง นางจึงส่งยิ้มขอบคุณให้เขา จากนั้นก็หยิบกาสุราขึ้นมา เงยหน้าขึ้นริมฝีปากแดงอ้าออกเล็กน้อย เอียงกาปล่อยให้สุราค่อยๆ ไหลเข้าปาก
ยามนี้ แสงจันทร์สีเงินยวงตกระทบเรือนร่างของมู่หรงชีชี ดั่งชั้นหมอกมัวที่ปกคลุมไปทั่วทั้งตัว ช่างงดงามประดุจภาพฝัน ผู้คนรอบข้างเงียบสนิท ได้ยินเพียงแค่เสียงสุราที่ไหลลงคอ สาวงามคู่กับสุราดี แต่เดิมหน้าตาธรรมดาอย่างมู่หรงชีชีภายใต้บรรยากาศเช่นนี้กลับดูงดงามราวกับอยู่ในเทพนิยาย ทำให้ทุกคนต่างตกอยู่ในภวังค์
“คอแข็งไม่เบา!” เมื่อมู่หรงชีชีวางกาลง ซั่งกวานอู๋จี้ก็โห่ร้องออกมาเป็นคนแรก “คิดไม่ถึงว่าคุณหนูสามจะคอแข็งไม่แพ้บุรุษเลย”
ตระกูลซั่งกวานเป็นตระกูลแม่ทัพ นิสัยของซั่งกวานอู๋จี้ก็เลยโผงผางตรงไปตรงมา ดูเป็นคุณชายที่เด็ดเดี่ยวกล้าหาญ
ทหารดื่มสุราแน่นอนว่าชอบคนที่ดื่มแบบเต็มอกเต็มใจ มู่หรงชีชีเป็นเพียงสตรีแต่กลับไม่อิดออด ซั่งกวานอู๋จี้ยิ่งรู้สึกถูกชะตากับนางนัก
เมื่อเห็นว่าซั่งกวานอู๋จี้กล่าวชมมู่หรงชีชี สีหน้าของตวนมู่อีอีก็ยิ่งแย่ลงไปอีก “คอแข็งแล้วเป็นเช่นไร อย่างไรเสียก็เป็นแค่คนไร้ประโยชน์!” ตวนมู่อีอีถือว่ามีท่านอาเป็นตวนมู่ฉิงที่เป็นฮองเฮาคนปัจจุบัน จึงอวดดีกว่าคนอื่นๆ
คำพูดของตวนมู่อีอีทำให้ซั่งกวานอู๋จี้ต้องขมวดคิ้ว “คุณหนูตวนมู่ วิจารณ์คนอื่นซึ่งๆ หน้าเช่นนี้ มิใช่สิ่งที่ผู้ดีเขาทำกันหรอกนะ”
มู่หรงชีชีเมื่อเห็นว่าซั่งกวานอู๋จี้เอ่ยปากช่วยเหลือ นางก็ถึงกับต้องมองเขาในมุมใหม่ นางไม่รู้จักกับเขามาก่อน แต่เมื่อเห็นนางมีปัญหา เขากลับเข้ามาช่วย คนเช่นนี้คู่ควรที่จะคบเป็นมิตรสหาย
“เป็นคนไร้ประโยชน์หรือไม่ แค่ลองดูก็รู้แล้ว!”
ตวนมู่อีอีไม่กล้าเถียงกับซั่งกวานอู๋จี้ ต่อให้ท่านอาของนางเป็นฮองเฮา แต่ในเมื่อยังมีซั่งกวานเฟยเอียนเป็นพระพันปี นางที่เป็นน้องสาวแท้ๆ ของท่านปู่ของซั่งกวานอู๋จี้ เขายังเรียกนางว่า “ท่านย่า” ด้วยซ้ำ พระพันปีทรงรักเและเอ็นดูลูกหลานตระกูลซั่งกวานเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่ฮ่องเต้ยังไว้ใจตระกูลซั่งกวานเป็นอย่างมาก
ถึงแม้ตวนมู่ชีชีจะไม่กล้าโต้แย้งกับซั่งกวานอู๋จี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านางจะปล่อยมู่หรงชีชีไปง่ายๆ ลูกพลับให้เลือกขขยี้ลูกที่นิ่ม คนก็เช่นกัน จะหาเรื่องก็ให้เลือกคนที่อ่อนแอกว่า ในสายตาของนาง มู่หรงชีชีก็คือลูกพลับแสนจะนิ่มลูกนั้น “มู่หรงชีชี แน่จริงก็แข่งความสามารถพิเศษกับข้าสิ หากใครแพ้ก็ต้องยอมรับว่าตัวเองเป็นคนไร้ประโยชน์”
“เป็นความคิดที่ดี!” ก็เป็นหลี่อวิ๋นชิงอีกนั่นแหละที่เห็นด้วย “ข้าคนหนึ่งที่เห็นด้วยกับข้อเสนอของคุณหนูตวนมู่ แต่แค่การแข่งขันเพียงอย่างเดียวมันน่าเบื่อ ลงพนันกันหน่อยเป็นอย่างไรเล่า”
คำพูดของหลี่อวิ๋นชิงกระตุ้นให้บรรยากาศคึกคักขึ้นมา
ถึงแม้ตวนมู่อีอีจะเอาแต่ใจ แต่นางก็ถือเป็นหญิงสาวที่เก่งกาจนางหนึ่งในเมืองหลวง นางมีความสามารถ ตอนนี้นางแข่งขันความสามารถพิเศษกับคนไร้ประโยชน์อย่างมู่หรงชีชี แบบนี้ยังจะต้องแข่งกันอีกหรือ ผลจะเป็นเช่นไรแค่ดูก็รู้แล้ว