ค่ายรถยักษ์ใหญ่ยังไม่พร้อมก้าวสู่ EV จริงหรือ?

ค่ายรถยักษ์ใหญ่ยังไม่พร้อมก้าวสู่ EV จริงหรือ?
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

     ที่ผ่านมาผมพยายามนำเสนอข้อมูลในแง่มุมต่าง ๆ เกี่ยวกับรถขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งในต่างประเทศและในบ้านเรา เพราะเชื่อว่ามันจะก้าวขึ้นมาแทนที่รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปได้ในอนาคต ไม่วันใดก็วันหนึ่งครับ

     อย่างไรก็ดี หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจจากที่ประชุม COP26 หรือการประชุมสุดยอดด้านสภาพอากาศโลกเพื่อแก้ไขภาวะโลกร้อน ที่กลาสโกว์ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา คือทำไมมีค่ายรถแค่ 6 เจ้า ที่ยอมลงนามข้อตกลงเลิกผลิตรถใช้น้ำมันภายในปี 2040

     ผู้ผลิตรถยนต์ทั้ง 6 เจ้า ที่ตัดสินใจลงนามเลิกผลิตรถเครื่องยนต์สันดาปในอีก 19 ปีข้างหน้า ประกอบด้วย 1.ฟอร์ด 2.เจเนอรัล มอเตอร์ส (GM) 3.เมอร์เซเดส-เบนซ์ 4.วอลโว่ 5.จากัวร์-โรเวอร์ และ 6.บีวายดี (BYD ค่ายรถจีน) ที่น่าสังเกตคือไม่มีค่ายรถจากญี่ปุ่นเลยครับ

     โดยค่ายรถที่ยังไม่เอาด้วย มีทั้งพี่เบิ้มอย่างโตโยต้า, ฮอนด้า, นิสสัน (ปัจจุบันรวมกับเรโนลต์) และมาสด้า รวมถึงเจ้าตลาดรถยนต์อันดับ 1 ของโลกอย่าง เครือโฟล์คสวาเกน ที่มียี่ห้อรถในเครือร่วม 10 ยี่ห้อ เช่นเดียวกับ บีเอ็มดับเบิลยู ค่ายรถอันดับ 8 ของโลกจากเยอรมนี

     คำถามคือ ถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่ายี่ห้อรถที่ยังไม่ยอมลงนาม จะไม่เดินหน้าเรื่องรถ EV จริงหรือ คำตอบคือ “ไม่จริง” ครับ เพราะหากไล่ดูส่วนแบ่งการตลาดนับเฉพาะรถ EV ทั่วโลกปี 2020 แน่นอน Tesla มาอันดับหนึ่ง SAIC (บริษัทรถในจีน) มาเป็นที่สอง

ev_03

     ส่วนอันดับที่ 3 และ 4 คือ กลุ่มโฟล์คสวาเกน และกลุ่มนิสสัน-เรโนลต์ ตามลำดับ นั่นหมายความว่า บรรดาค่ายรถที่ยังไม่ลงนามเลิกผลิตรถใช้น้ำมันภายในปี 2040 ทั้งหมดล้วนพัฒนารถ EV กันหมดแล้ว และทำตลาดได้ดีด้วยในปัจจุบัน ซึ่งเหนือกว่าอีกหลายเจ้าที่ลงนามด้วยซ้ำไป

     โดยเฉพาะ โฟล์คสวาเกน ที่ลงทุนกับรถ EV ไปแล้วมหาศาล และวางแผนชัดเจนที่จะสร้างโรงงานรถพลังงานไฟฟ้า 6 แห่งในยุโรปให้แล้วเสร็จภายในปี 2030 ด้วยซ้ำไป แต่ด้วยความเป็นบริษัทใหญ่ เงื่อนไขที่จะเลิกผลิตรถใช้น้ำมันไปเลยทั่วโลก ผมคิดว่าคงเป็นไปได้ยากครับ

     ทว่าเหตุผลสำคัญที่ ทั้งโฟล์คสวาเกนและโตโยต้า อ้างว่ายังไม่สามารถลงนามได้ คือ พวกเขาไม่มีเวลาพอที่จะจัดการให้เรียบร้อยทั่วโลกภายในปี 2040 โดยเฉพาะปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ คือความพร้อมในการใช้ไฟฟ้าจากภูมิภาคต่าง ๆ ในแถบเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง

     มาถึงตรงนี้ก็นึกได้ถึงอนาคตรถ EV ในบ้านเราขึ้นมาได้ทันทีครับ เพราะจริง ๆ แล้วมีรถหลายยี่ห้อมากทั้งญี่ปุ่นและยุโรปที่อยากจะมาลงทุนตั้งโรงงานผลิตรถ EV ในบ้านเรา แต่ติดปัญหาและขั้นตอนหลายประการ ขณะที่มาตรการลดภาษี EV ก็มีแต่หลักการ ยังไม่เคาะออกมาเสียที

     ฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจครับ ว่าเหตุใดค่ายรถดังหลายยี่ห้อ ถึงยังไม่กล้าสัญญาว่าจะเลิกผลิตรถใช้น้ำมันในภาย 19 ปี มันคือเหตุผลเรื่องธุรกิจล้วน ๆ ครับ ซึ่งหนึ่งในประเทศที่ติดปัญหา ผมคิดว่าก็อยู่แถว ๆ นี้เสียด้วย ทุกท่านคิดเหมือนผมไหมครับ

ผู้เขียน: ธันยเดช เกียรติศิริ

กำลังโหลดข้อมูล