5 สิ่งควรเช็คก่อนขับรถในวันฝนตก

5 สิ่งควรเช็คก่อนขับรถในวันฝนตก
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     ฝนตกย่อมคู่กับรถติดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะช่วงเย็นหลังเลิกงานในกรุงเทพฯ ดังนั้น เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยยามฝนตก เรามีข้อแนะนำ 6 ประการเพื่อช่วยให้ขับขี่ได้อย่างสบายใจขึ้นครับ


1.ตรวจเช็คไฟส่องสว่าง

     ผู้ขับขี่ควรหมั่นตรวจเช็คหลอดไฟรอบคันอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า, ไฟท้าย, ไฟเลี้ยว, ไฟถอยหลัง, ไฟตัดหมอก ฯลฯ หากมีหลอดไหนชำรุด ก็ควรรีบเปลี่ยนทันทีเมื่อมีโอกาส เพราะสัญญาณไฟรอบคันถือเป็นความปลอดภัยขั้นพื้นฐานของรถเลยทีเดียว

 

2.ตรวจเช็คใบปัดน้ำฝน

     โดยปกติในช่วงหน้าร้อน เราก็ไม่จำเป็นต้องเปิดที่ปัดน้ำฝนกันอยู่แล้ว เมื่อเข้าสู่หน้าฝนปุ๊ป ความเสื่อมของยางปัดน้ำฝนก็จะกลายเป็นปัญหาทันที ดังนั้น หากเป็นไปได้ควรเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนทุกๆ 1 ปี เพราะอากาศร้อนอบอ้าวของเมืองไทย จะทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนก็แค่ไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น

 

3.ตรวจเช็คเครื่องยนต์

     สามารถตรวจสอบได้ด้วยการเช็คปริมาณของเหลวต่างๆในห้องเครื่องยนต์ ทั้งน้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์, น้ำมันเบรก ฯลฯ รวมถึงตรวจสอบรอยรั่วของซีลเครื่องยนต์ โดยดูว่ามีคราบน้ำมันเกาะอยู่บริเวณผนังห้องเครื่องยนต์หรือไม่

 

4.ตรวจเช็คสภาพเบรกและช่วงล่าง

     ผ้าเบรกและน้ำมันเบรกควรเปลี่ยนที่ระยะทาง 50,000 กม. หรือไม่ควรเกิน 2 ปี โดยควรเช็คระดับน้ำมันเบรกทุกสัปดาห์ ส่วนช่วงล่างนั้นให้ดูที่ยางหุ้มแร็ค, ยางหุ้มเพลาและโช็คอัพ หากมีรอยฉีดขาดหรือมีคราบน้ำมันรั่วซึมควรเปลี่ยนทันที เพราะโคลน หิน ดิน ทรายจะเข้าไปทำความเสียหายได้ง่าย เวลาที่เราขับลุยน้ำ

 

5.ตรวจเช็คสภาพยางรถยนต์

     ยางรถยนต์ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อการขับขี่ในหน้าฝนมากที่สุด ผู้ขับขี่จึงต้องตรวจเช็คยางให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ โดยอายุการใช้งานของยางไม่ควรเกิน 2 ปี หรือที่ระยะทางประมาณ 50,000 กม. และควรสับเปลี่ยนยางรถยนต์ที่ระยะทาง 10,000 กม. โดยยางที่ดีจะต้องไม่แข็ง และมีความลึกดอกยางมากกว่า 2 มิลลิเมตรขึ้นไป

 

     ที่มา Roojai.com