ชูมาร์คเกอร์ ...เจ้าพ่อแบดบอย..ตลอดกาล?

ชูมาร์คเกอร์ ...เจ้าพ่อแบดบอย..ตลอดกาล?

    ในที่สุดก็จบลงด้วยดีกับเรื่องราวของมิเชล ชูมาร์คเกอร์ ที่ไปเบียดกับอดีตเพื่อนร่วมทีม รูเบน มาเชลโล่ จนเกือบทำให้เกิดอุบัติในสนามที่ฮังการี่ แม้จะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่ชูมี่ก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากเพื่อนนักแข่งร่วมสนามคนอื่นๆ อย่างหนัก และไม่ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นไปโดยตั้งใจหรือไม่ แต่ดูจากเหตุการณที่ผ่านมาในวงการแข่งฟอร์มูลล่าร์วัน ของนักขับชาวเยอรมันผู้นี้ก็ดูท่าว่ามันไม่ได้สวยงามนัก

 

มาคู 1990

ชื่อเสียงในความแบดบอยของชูมาร์คเกอร์เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางว่า เขาเป็นคนที่คุณไม่ควรยุ่งด้วยเมื่ออยู่ในสนาม และพิษสงความระห่ำของเขาก็เริ่มครั้งแรกที่การแข่งขัน มาคู กรังปรีช์ รายการแข่งขันที่ถือว่าเป็นเพชรเม็ดงามของการแข่งขันรถอินดี้คาร์ และเป็นรายการที่จำเป็นต้องชนะหากใครอยากก้าวเข้ามาเป็นดาวดวงใหม่ในการแข่งขันฟอร์มูลล่าวัน

ชูมาร์คเกอร์รู้เรื่องนี้ดีในขณะที่เขากำลังนำเป็นจ่าฝูงในรอบสุดท้าย ที่เส้นทางอาชีพแข่งขันรถสูตร1 มารออยู่ตรงหน้าอีกไม่กี่อึดใจ แต่ข้างหลังเขาถูกตามจี้ติดมาโดยแฮ็คคินเนน ที่มาเร็วกว่าและกำลังจะแซงเขา ชูมาร์คเกอร์ ปิดกันไม่ให้แฮ๊คคินเนนแซง ส่งให้รถเสียหลักชนเข้ากำแพงทางซ้าย ส่วนชูมี่ก็คว้าชัยชนะรับธงตราหมากรุกแล้วก้าวมาสู่วงการขับรถสูตร 1

 

ซิลเวอร์สโตน 1994

ประวัติความรุนแรงของชูมี่ ว่างเว้นไปนานกว่า 3 ปี จนกระทั่งปี 1994 ในการแข่งขัน บริติช กรังด์ปรีช์ คราวนั้นชูมี่มีคะแนนนำในตารางอยู่ที่ 37 คะแนนและทำตำแหน่งในรอบคัดอยู่ในตำแหน่งที่ 2 แต่ว่าพอวิ่งในรอบจัดตำแหน่งเข้ากริดสตาร์ก่อนการแข่งขันชูมี่กลับไปขับแซงรถของ เดม่อน ฮิล ถึง 2ครั้ง และเมื่อเริ่มการแข่งขันทีมก็ได้รับแจ้งให้ ชูมี่เข้ามารับการลงโทษ Stop and Go

ชูมี่ไม่สนใจคำสั่งดังกล่าวและยังขับอยู่ในสนาม จนรอบที่ 13 เขาก็ถูกตีธงดำแต่ก็ยังไม่กลับเข้ามารับการลงโทษ และพยายามสร้างความได้เปรียบในสนาม เนื่องจากการเข้าไปทำโทษจะทำให้เขาตกไปอยู่ในอันดับกลาง ในที่สุดหลังจากผ่านไป 27 รอบ ชูมาร์คเกอร์ก็เข้ามาไถ่บาป แต่ถึงเวลานั้นเขาก็มีเวลาเหลือเฟือพอที่จะกลับเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่ 2 ชูมี่ถูกตัดสิทธิในภายหลังจากการกระทำของเขาและถูกแบน 2 สนาม ก่อนที่จะได้กลับมาขับในเบลเยี่ยมกรังปรีช์ แต่รถของเขาก็ไม่ผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมเลยไม่ได้ลงแข่ง

 

อัลดีเลท 1994

การไม่ผ่านรอบคัดเลือกและหายตัวไปจากการแข่งขันของชูมี่ ทำให้เดม่อน ฮิล มีคะแนนตามขึ้นมาทัน และเมื่อการแข่งขันโค้งสุดท้ายประจำปีเดินทางมาถึงออสเตรเลีย ชูมาร์คเกอร์ก็พบว่าเขามีแต้มห่างจากฮิล เพียงคะแนนเดียวเท่านั้น ท่ามกลางการแข่งขันในสนามที่ถูกกดดันจากทีมวิลเลี่ยม ชูมี่เกิดเสียสมาธิและเข้าเบียดกำแพงที่โค้งก่อนจะกลับมาในสนามโดยมีฮิลตามอยู่กระชั้นชิดทางด้านหลัง และเมื่อฮิลพยายามเบียดแซง ชูมี่ก็หักพวงมาลัยหา ส่งให้รถชูมี่โชว์สตั๊นท์ 2 ล้อชนกำแพง ส่วนฮิลในตอนหลังพบว่าปีกนกบนได้รับความเสียหายอย่างหนักและไม่สามารถแข่งขันต่อได้

 

สปา ฟรอนคอร์แชมป์ 1995

เริ่มบ่อยไปหน่อยในการโชว์ด้านมืดของชูมาร์คเกอร์ จนคนภายนอกทั้งที่ชอบและไม่ชอบเขาต่างไม่มั่นใจว่าเขาเป็นยังไงกันแน่ ในการแข่งขันเบลเยี่ยมกรังด์ปรีช์ปี 1995 เขาสตาร์ทอยู่ในอันดับที่ 16 หากต้องการชนะการแข่งขันสนามนี้ดูเหมือนออกจะไกลเกินเอื้อมไปสักหน่อย

ชูมี่อาศัยช่วงฝนตกช่วงกลางกลางแข่ง ที่ทุกคนต่างเข้าพิทเปลี่ยนยางเป็นยางฝน ทำอันดับกระเตื้องขึ้นมาด้วยยางสลิคธรรมดาที่ติดรถตั้งแต่เริ่มการแข่งขัน ไม่นาน ชูมาร์คเกอร์ก็โดนฮิลที่เข้าพิทเปลี่ยนยางแล้วกลับมาตามตูดอีกครั้ง และฮิลก็น่าจะแซงชูมี่ได้แต่ก็โดนบังไลน์ จนผ่านไป 1 รอบสนาม ที่เป็นการขับเคี่ยวระหว่างและก็กลายเป็นชูมี่ มาพลาดท่าหลังทางตรงยาวที่พยายามหักเลี้ยวเข้าไลน์แต่ก็โดนฮิลแซงขึ้นมา จนต้องขับรถลงหญ้าแต่ก็กลับเข้ามาแข่งขันต่อได้

 

 

ฮิลให้สัมภาษณ์หลังจบการแข่งขันว่า “ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องที่รับได้ F1 ไม่ใช่การแข่งขันรถโกคาร์ท ผมคิดว่าบางเรื่องเราก็น่าจะรับได้บางเรื่องก็ไม่” ซึ่ง FIA เห็นด้วยทำให้ชูมี่โดนลงโทษแบน 1 สนาม

 

เจเรซ1997

หลังจากปีแรกที่หนักหน่วงกับการย้ายมาอยู่กับทีมเฟอร์รารี่ ชูมาร์คเกอร์ก็เดินทางมาสู่หน้าประตูชัยตำแหน่งแชมป์โลกหลังจากที่ไม่ได้มีโอกาสงามๆอย่างนี้ตั้งแต่ 1979 แม้ในปี1994 เขาจะมีโอกาสด้วยแต้มที่ห่างเพียง 1 คะแนน อีกครั้งที่เขากลยุทธ์ที่เคยใช้ได้ผลกับฮิลมาแล้วมาใช้ ในขณะวิลเลนนิวพยายามจะเบียดแซงจากทางโค้งด้านใน แต่คราวนี้กลายเป็นชูมาร์คเกอร์ที่ต้องออกจากการแข่งขัน ส่วนวิลแข่งต่อได้แต่ก็มีปัญหากับระบบช่วงล่างตลอดการแข่งขัน

 

มอนทรีออล 1998

ถึงครั้งนี้จะไม่มีการลงโทษ แต่ก็เป็นเรื่องที่ถือว่าเลวร้ายเหมือนกัน ชูมาร์คเกอร์ออกจากพิทเลยด้วยความเรี้ยวกราดในศึกแคนาดากรังปรีช์ จนทาง FIA ต้องกฏใหม่ขึ้นมา หลังจากเข้าพิทตรวจเช็คตามปกติ ชูมาร์คเกอร์ก็นำรถออกจากพิทเลนและหักเลี้ยวขวาเข้าเส้นทาง ที่มีเฟรทเซ่นกำลังขับมา และไม่มีทางเลือกให้นักขับจากทีมวิลเลี่ยมมากนีก จนต้องยอมถูกกระแทกและหมุน ต้องออกการแข่งขันไป

 

นูเบิร์กริง 2001

มาถึงตอนนี้กลยุทธของชูมาร์คเกอร์เป็นที่รู้กันในหมู่นักแข่ง แต่มีเพียงไม่กี่คนที่คิดว่าเขากล้าพอที่จะลองกับน้องชายของเขา ราฟ ชูมาร์คเกอร์ เหตุการณ์ครั้งนั้นก็คล้ายๆกับล่าสุดที่เกิดขึ้นกับรูเบนที่สนามฮังการี่กรังปรีช์ที่ผ่านมา เมื่อชูมี่บล๊อกน้องชายให้ไปอยู่กับกำแพงพิทจนเกือบเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง

 

 

เอวัน ริง 2002

นี่เป็นเรื่องที่มีการโต้เถียงกันมากในเส้นทางนักขับอาชีพของชูมาร์คเกอร์ แต่เรื่องหนึ่งที่ดูเหมือนจะโทษเขาไม่ได้เกิดขึ้นในศึกออสเตรเลียกรังด์ปรีช์ เมื่อทีมเฟอร์รารี่สั่งให้รูเบน มาเชลโล้ที่ร่วมอยู่ในทีมขณะนั้นปล่อยให้ชูมาร์คเกอร์ขึ้นนำ และหลังจบการแข่งขันทั้ง 2 ยังไงก็ยืนอยู่ในตำแหน่งโพเดี้ยม ด้วยความที่ชูมาร์คเกอร์มีแต้มมากพอที่จะทำให้เขาได้รับชัยชนะอยู่แล้ว มันเลยเป็นการตอกย้ำถึงภาพลักษณ์นักขับที่ไม่ดีและเช่นเดียวกับในปี 1998 เหตุการณ์ครั้งนี้นำไปสู่กฏข้อใหม่ที่บังคับใช้ในวงการ F1

 

โมนาโค 2006

ตำแหน่งหัวแถวในการแข่งบนถนนมอนติคาโลดูจะมีค่ามากที่สุดในปฏิทินการแข่งขันทุกรายการ ในปี2006 ที่นี่กลายเป็นสนามประลองที่เล็กมาก เมื่อเหลือเพียงอีก 1 รอบสนาม ชูมาร์คเกอร์นำอลอนโซ่ อยู่ข้างหน้า แต่ในช่วงกลางสนามแข่งขันก็ดูเหมือนว่าชูมาร์คเกอร์ไม่ได้ทำเวลาดีกว่าอลอนโซ่เสียเท่าไร และในขณะที่พยายามเร่งทำเวลาปรากฏว่า ชูมี เลือกไลน์ผิดในโค้งสุดท้ายและเลี้ยวไม่พ้นเกือบชนกำแพงต้องจอดรถคาที่โค้งนั้น แม้ไม่ได้มีความผิดร้ายแรงมากมายอะไร แต่ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเขาวางมิดอลอนโซ่หรือเปล่า

 

โมนาโค 2010

กลับมายังสนามเดิมหลังจาก 4 ปีที่แล้ว ชูมาร์คเกอร์ถูกตั้งข้อคำถามจากนักข่าวมากมายจากเหตุการณ์เมื่อ 4 ปีก่อน และในสนามนี้ ในช่วงปลายการแข่งขันมีเหตุรถ 2 คันชนกัน ทำให้ Safety ต้องออกมานำซึ่งหมายถึงว่าห้ามนักแข่งแซงกัน แต่เมื่อมีประกาศว่าเซฟตี้คาร์ได้ออกไปแล้ว เพื่อให้มาร์คเว็บเบอร์ที่นำเข้าสู่เส้นชัย ปรากฏว่า ชูมาร์คเกอร์ก็เบียดแซงอลอนโซ่ในโค้งสุดท้าย จากเหตุการณ์นี้เขาถูกทำโทษเป็นเวลา 20 วินาที และถูกตัดแต้มการแข่งขัน

 

เป็นอย่างไรบ้างกับความแบดบอย ของนักขับเยอรมันคนนี้ที่ล่าสุด เป็นที่กล่าวขานอีกครั้งหลังเบียดกับรูเบนมาเชลโล่ ที่สนามฮังการี่เมื่อ 2สัปดาห์ที่ผ่านมาเราคงต้องดูกันต่อไปว่า นักขับคนนี้จะมีอะไรตื่นเต้นให้เราได้ชมกันในปีนี้อีก

 

ข้อมูลจาก ESPNF1.com

ภาพจาก Getty image