ปัญหาสุขภาพหลังคลอด ที่คุณแม่ควรเตรียมรับมือ

ปัญหาสุขภาพหลังคลอด ที่คุณแม่ควรเตรียมรับมือ

ปัญหาสุขภาพหลังคลอด ที่คุณแม่ควรเตรียมรับมือ เกี่ยวกับ ตั้งครรภ์

S! Women

สนับสนุนเนื้อหา

อาการคนท้อง มักเป็นอาการที่มักเกิดขึ้นตอนตั้งครรภ์ ซึ่งแม่ท้องหลายคนเผชิญกันอย่างมากมายเลยทีเดียว แต่ในช่วงหลังคลอดก็มีอาการอีกหลายอย่างที่คุณแม่จะต้องเตรียมรับมือ ไปดูค่ะว่ามีอาการใดบ้าง

1.ปวดมดลูก และอึดอัดบริเวณจุดซ่อนเร้น

เนื่องจากหลังคลอดยังเป็นช่วงที่มดลูกยังมีขนาดใหญ่อยู่ ยอดมดลูกจะยังอยู่ที่ระดับสะดือส่งผลทำให้เวลาเดินคุณแม่จึงรู้สึกว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างโยกเยกอยู่ภายในท้อง และเจ็บที่บริเวณเหนือขาหนีบ เพราะเป็นตำแหน่งที่มดลูกยึดเกาะกับกระดูกเชิงกราน จึงทำให้รู้สึกเจ็บเวลาเดิน อีกทั้งยังลุกเดินไม่สะดวกอีกด้วย

นอกจากนี้ มดลูกจะเกิดการหดรัดตัวเพื่อขับเอาน้ำคาวปลาให้ไหลออกมาช่วง 3-4 วันแรก ซึ่งน้ำคาวปลาจะมีสีแดงสด เมื่อเวลาผ่านไป 1-2 สัปดาห์ก็จะเป็นสีแดงจางๆ และเมื่อผ่าน 1 เดือนไปแล้วจึงจะมีสีใสๆ โดยน้ำคาวปลานั้นจะถูกขับออกมาพร้อมกันกับที่ขนาดมดลูกเริ่มเล็กลง จึงทำให้ในช่วงเดือนแรกหลังคลอด คุณแม่จะรู้สึกมีอาการไม่สบายตัวนัก เฉอะแฉะ อึดอัด ปวดท้องน้อยและเกิดความกังวลได้ตลอดเวลา

รับมืออย่างไร?

แนะนำให้ลูกกินนมแม่ เพราะจะช่วยเร่งให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น เมื่อลูกน้อยดูดนมร่างกายจะเกิดการหลั่งฮอร์โมนมากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก จึงช่วยในการขับน้ำคาวปลา แม้ว่าจะปวดท้องน้อย แต่นี่ก็คือวิธีการทางธรรมชาติที่จะทำให้คุณแม่มีรูปร่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อย่างรวดเร็ว เพราะจะทำให้น้ำหนักลดลงโดยเร็วนั่นเอง

  • เอนหลังเพื่อพักผ่อนคลาย โดยนอนพักท่าตะแคงซ้าย ซึ่งจะช่วยให้เลือดไปหล่อเลี้ยงมดลูกได้ดียิ่งขึ้น
  • ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ โดยเฉพาะน้ำอุ่นเพื่อกระตุ้นเลือดให้ไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น จะช่วยบรรเทาอาการปวดท้องน้อยลงได้
  • ควรหมั่นเปลี่ยนผ้าอนามัยอยู่บ่อยๆ เพราะน้ำคาวปลาอาจทำให้เกิดการระคายเคืองที่จุดซ่อนเร้น ทำให้เกิดความอับชื้นและคันได้

2.ร่างกายอ่อนเพลีย

คุณแม่หลังคลอดที่ร่างกายอ่อนเพลียส่วนมากมักเกิดจากการนอนพักผ่อนน้อย เพราะจะต้องคอยตื่นมาดูแลลูกในเวลากลางดึกอยู่บ่อยๆ โดยจะต้องคอยให้นม เปลี่ยนผ้าอ้อม อีกทั้งยังมักระแวงอยู่เสมอว่าลูกจะตื่นมาร้องตอนไหน ส่วนตอนกลางวันก็จะต้องทำงานบ้าน ทำอาหาร จึงทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและเกิดความเครียดง่าย

รับมืออย่างไร?

คุณแม่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ลูกกำลังปรับตัวกับการเปลี่ยนโลกใบใหม่ ไม่ต้องคอยรับอาหารจากสายสะดืออีกต่อไปแล้ว โดยลูกจะตื่นทุก 2 ชั่วโมง และตื่นกลางดึกบ่อยครั้ง ให้คุณแม่เข้าใจว่าทุกครั้งที่ลูกตื่นก็คือ ช่วงเวลาที่จะได้กระตุ้นน้ำนม ทำให้น้ำนมไหลออกมาได้ดีขึ้นและมีปริมาณเยอะขึ้นอย่างเพียงพอกับการเลี้ยงเจ้าตัวเล็ก แถมยังเป็นช่วงเวลาอันแสบอบอุ่นระหว่างแม่ลูกที่จะได้โอบกอดปลอบโยนลูกในยามร้องไห้ ทำให้เกิดความรัก ความผูกพันที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

3.ท้องผูก

ฮอร์โมนในช่วงตั้งครรภ์จะยังส่งผลต่อร่างกายคุณแม่หลังคลอดอยู่อีก 2 เดือน จึงทำให้ลำไส้เกิดภาวะขี้เกียจทำงาน ยิ่งช่วงให้นมลูกด้วยแล้ว ร่างกายจะยิ่งสูญเสียน้ำไปกับการสร้างน้ำนม และหากคุณแม่ดื่มน้ำน้อยด้วยแล้วก็จะยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาท้องผูกได้ง่ายยิ่งขึ้น

รับมืออย่างไร?

คุณแม่ควรดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ โดยดื่มวันละ 2-3 ลิตร พร้อมกับกินผักผลไม้ที่มีกากใยสูง เช่น มะละกอ ส้ม กล้วย เพื่อช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดียิ่งขึ้น ก็จะช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้

ในช่วงตั้งครรภ์ อาการคนท้องก็เกิดขึ้นด้วยกันได้หลายอย่าง แต่หลังคลอดก็มีอาการหลายอย่างที่เกิดขึ้นตามมาเช่นกัน หากคุณแม่หลังคลอดท่านใดมีปัญหาเหล่านี้ ก็อย่าลืมรับมือดังที่เราแนะนำกันนะคะ

เรื่องล่าสุดของหมวด ผู้หญิงอยากรู้

ดูหมวด ผู้หญิงอยากรู้ ทั้งหมด