เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย พระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยชั่วกาล

แม่ท้องเขินหนักมาก!!! รักแร้ดำ คอดำ ทำยังไงดี

แม่ท้องเขินหนักมาก!!! รักแร้ดำ คอดำ ทำยังไงดี

แม่ท้องเขินหนักมาก!!! รักแร้ดำ คอดำ ทำยังไงดี เกี่ยวกับ รักแร้ดำ

th.theasianparent.com

สนับสนุนเนื้อหา

ผิวพรรณยามตั้งครรภ์เกิดการเปลี่ยนแปลงมีผลมาการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนของร่างกายแม่ท้อง ไม่ว่าจะเป็นรักแร้ดำ คอดำ ขาหนีบดำ หรืออะไรดำๆ ก็ตาม แต่ร่องรอยเหล่านี้จะเริ่มหายไปและเจือจางลงหลังจากที่คลอดแล้ว แต่ในระหว่างนี้คุณแม่อาจจะกังวลใจ

มาค่ะ มาดูแลสุขภาพผิวพรรณด้วยวิธีการง่าย ๆ ทำได้ไม่ยากและไม่เป็นอันตรายต่อแม่และทารกน้อยในครรภ์กัน

สาเหตุที่คนท้องมีสีผิวที่ดำคล้ำกว่าเดิม แถมบางบริเวณมีสีดำจนทำให้ขาดความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นรักแร้ดำ คอคำ  หรือแม้แต่ในร่มผ้า เช่น ขาหนีบ เรียกว่า บางคนดำได้ใจจริงๆ ค่ะ สาเหตุของอาการดำๆ เหล่านี้ คือ

1.เพราะฮอร์โมนในระหว่างการตั้งครรภ์เกิดการเปลี่ยนแปลง มีการสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน และฮอร์โมนเอสโตรเจนมากขึ้น รวมไปถึงมีฮอร์โมนใหม่ที่สร้างจากรกขึ้นมาคือ hCG

2.ระดับของฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นนี้ ร่างกายของคุณแม่แต่ละคนก็มีการตอบสนองกับร่างกายที่แตกต่างกัน ซึ่งก็ส่งผลให้ผิวของคุณแม่เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ มีรอยดำ คล้ำ หรือสีเข้มขึ้น โดยเฉพาะผิวบริเวณรักแร้ ตามข้อพับ ขาหนีบ และหัวนม และนอกจากนี้คุณแม่บางคนยังมีใบหน้าที่มัน หมองคล้ำอีกด้วย

3.ร่องรอยดำคล้ำในบริเวณต่างๆ นั้น โดยปกติจะหายได้เองภายหลังจากที่คลอดลูกแล้ว ดังนั้น คุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลใจ และไม่ควรไปหาซื้อยามาใช้ทาเองเป็นอันขาด เพราะตัวยาบางตัวที่ช่วยทำให้ผิวขาว มีผลต่อเสียต่อลูกในครรภ์โดยตรง

ดังนั้น คุณแม่ควรอดทนรอ เมื่อเวลาผ่านไป ความดำคล้ำจะค่อยๆ จางลง จนกลับสู่ปกติ หรือหากจะเดินทางออกไปนอกบ้าน ก็เลือกเสื้อผ้าที่ปกปิดมิดชิดบริเวณผิวที่คล้ำเพื่อช่วยพรางสายตาได้ค่ะ

Tip ดีๆ : หลากวิธีดูแลผิวพรรณยามตั้งครรภ์

เมื่อผิวดำคล้ำเช่นนี้ เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่เลยค่ะ  แต่อย่ากังวลใจไปเลยนะคะ หลังคลอดทุกอย่างจะค่อยๆ กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ช่วงเวลาตั้งครรภ์แบบนี้ มาลองใช้วิธีดูแลผิวพรรณยามตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย ทั้งผิวหน้าและผิวกาย

ผิวหน้าแม่ท้องต้องดูแล

จุดด่างดำบนใบหน้าในช่วง 4 – 6 เดือน แม่ท้องมักจะมีจุดเล็กๆ สีน้ำตาลบนบริเวณใบหน้า แม้ว่ารอยด่างดำเหล่านี้ปกติจะลบเลือนไปหลังจากที่คลอดทารกน้อยแล้ว  แต่ก็มีข้อควรระวัง คือ ระวังการสัมผัสรังสีอัลตร้าไวโอเลตซึ่งเป็นตัวกระตุ้นเม็ดสีผิว ดังนั้น พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ปกป้องผิวด้วยการทากันแดด ใส่หมวก หรือกางร่ม ก็จะช่วยได้บ้างนะคะ มาดูกันว่า ผิวหน้าของคุณแม่แต่ละประเภท จะดูแลอย่างไรดีให้ปลอดภัยในช่วงตั้งครรภ์

1.ผิวธรรมดา

ทำความสะอาดผิวหน้าด้วยการล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า และสบู่อ่อน ๆ ในตอนเช้าและเย็น  อาจใช้น้ำนมล้างหน้าควบคู่ไปด้วยก็ได้ ควรล้างหน้าและเช็ดเบา ๆ ประจำทุกวันจะทำให้ผิวไม่แห้ง และใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิว  เพราะระหว่างตั้งครรภ์ ผิวหนังของคุณแม่อาจแพ้ง่าย หรือแพ้ส่วนผสมบางชนิด ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่าย หาซื้อได้ตามร้านขายยา และควรขอคำแนะนำจากเภสัชกรเพื่อความปลอดภัยนะคะ

2.ผิวแห้ง

ตามปกติแล้วคนท้องจะมีผิวที่แห้งขึ้น  ควรเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวด้วยการใช้ครีมเพื่อป้องกันผิวแห้งในตอนเช้าและตอนเย็น  ในหน้าหนาวอากาศจะแห้งมากกว่าปกติ  การดูแลผิวด้วยการล้างหน้าด้วยสบู่ล้างหน้าวันละ 1 – 2 ครั้งก็เพียงพอ สบู่ที่เลือกใช้ควรเป็นสบู่อ่อน ๆ หรือสบู่สำหรับผิวมันที่มีส่วนผสมของ oil จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง  หลังล้างหน้าแล้วควรใช้ครีมบำรุงผิวทาบาง ๆ นอกจากนี้  การดื่มน้ำมาก ๆ วันละ 7 – 8 แก้ว  จะช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังของแม่ท้องได้

3. ผิวผสม

สำหรับคุณแม่ที่มีผิวผสม เป็นผิวที่แห้งและมีความันเป็นจุด ๆ  มักจะมีความมันบริเวณ T-ZONE  ได้แก่  บริเวณหน้าผาก จมูกและคาง วิธีที่ดีที่สุด คือ  การดูแลแต่ละส่วนอย่างถูกต้อง ในบริเวณที่มีผิวมันควรใช้กระดาษเช็ดทำความสะอาด และทาน้ำยากระชับรูขุมขน  ส่วนบริเวณที่มีผิวแห้งให้ใช้ครีมบำรุงผิวเพื่อให้มีความชุ่มชื้นแก่ผิวที่แห้ง

4. ผิวมัน

สภาพผิวมันจะมีการเปลี่ยนแปลงได้บ่อยตามสภาพอากาศ ทำให้บางครั้งเกิดสิว ผดผื่น ขึ้นได้ จนกระทั่งคลอดควรขอคำแนะนำจากคุณหมอในเรื่องการใช้ยารักษาสิวและผดผื่น ทำให้หน้ามันลดลง  การทายากระชับรูขุมขนบนใบหน้าให้เล็กลงจะทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น

แม่ท้องรู้ไว้ ปลอดภัยแน่นอน

– การใช้ยารักษาสิวแม่ท้องต้องระมัดระวังอย่างมากและต้องปรึกษาคุณหมอก่อนเสมอ เพราะยารักษาสิวบางชนิดมีอันตรายต่อทารกในครรภ์อาจถึงขั้นพิการได้ ไม่ว่าจะเป็นยารักษาสิวในรูปแบบรับประทานหรือทาภายนอก

– โดยเฉพาะยารักษาสิวกลุ่มกรดวิตามินเอหรือเรตินอยด์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการแบ่งเซลล์ของทารก ทำให้มีรูปร่างผิดปกติ อวัยวะพิการอย่างรุนแรง เช่นความผิดปกติของกะโหลกศีรษะ ใบหน้า หัวใจ และระบบประสาทส่วนกลาง

เทคนิคการรักษาสิวแบบไม่ต้องพึ่งยาสำหรับแม่ท้อง

1. ล้างหน้าวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและไขมันส่วนเกินบนในหน้าออกด้วยน้ำสะอาดและสบู่ที่มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ เช่น สบู่เด็ก หรือผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีฤทธิ์เป็นกลาง หลังจากนั้นเช็ดให้แห้ง

2. การล้างหน้าแรงๆ และขัดหน้าไม่ได้ช่วยทำให้อาการสิวดีขึ้น  อาจทำให้มีการระคายเคืองผิวได้

3. อย่าแกะหรือบีบสิว เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อและทิ้งรอบแผลเป็นบนในหน้า

4. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางบนในหน้าจนกว่าสิวจะหายดี

5. หากสามารถทำได้ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำและแชมพูที่เป็น non-comedienne หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดสิว หรือใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะลดอาการระคายเคืองผิวลงได้

6. ถ้าคุณแม่เป็นคนผมมัน ควรรวบผมเก็บให้เรียบร้อย อย่าให้ผมตกลงมาถูกใบหน้า หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เช่น น้ำมันใส่ผม มูส เจล สเปรย์ และดูแลเส้นผมให้สะอาดอยู่เสมอ

แม่จ๋ารู้หรือไม่ว่า

– โยเกิร์ต เป็นน้ำนมอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยบำรุงผิวช่วยให้ผิวหน้าผุดผ่อง

– งา มีน้ำมันอยู่ในตัวทำให้ผิวลื่น ลดการระคายเคือง

– น้ำมันมะกอก ช่วยหล่อลื่นเคลือบผิวให้ชุ่มชื้น

– เกลือ อุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ ช่วยสมานผิว

– มะนาว เป็นกรดอ่อนๆ ช่วยให้ ผิวหยาบกร้านนุ่มนวลขึ้น

– น้ำผึ้ง ช่วยบำรุงผิว

Face  Scrub  : ขัดหน้าอย่างไรไม่ให้ผิวหม่นหมอง

– ผลิตภัณฑ์สครับสำหรับผิวหน้ามัน จะมีเนื้อละเอียดนุ่ม และส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเติมน้ำหอม เพราะอาจทำให้แพ้ได้ และควรเลือกชนิดที่เหมาะกับผิวหน้าคุณ

– ความถี่ในการสครับผิวหน้าที่เหมาะกับประเภทผิว คือ ผิวแห้ง-ผิวบอบบางแพ้ง่าย เดือนละ 2 ครั้ง ส่วนผิวมัน-ผิวผสมอาทิตย์ละ 1 ครั้ง

ขั้นตอนการขัดผิวหน้า

–  เวลาขัดผิวหน้า ให้ทำความสะอาดผิวก่อนแล้วซับหมาด ๆ จากนั้นใช้นิ้วนางและนิ้วกลางนวดวน ๆ เป็นวงกลมอย่างเบามือ จากบริเวณกลางหน้าไปที่วงหน้า เช่น จากกลางหน้า-ข้างแก้มหน้าผากไปที่ขมับ และอย่าลืมสครับมาที่คอและต้นคอด้วย โดยเน้นขัดผิวบริเวณ T-ZONE หน้าผาก จมูก คาง ซึ่งมีความมันสูงและมีสิวเสี้ยนเยอะ ยกเว้นบริเวณดวงตาซึ่งเป็นจุดบอบบาง

– หลังจากขัดผิวและล้างผิวให้สะอาดแล้ว อย่าลืมตบท้ายการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อกระชับรูขุมขนทุกครั้ง จากนั้นก็บำรุงผิวตามปกติ

Body  Scrub : ขัดผิวอย่างไรไม่ให้หม่นหมอง

– ผลิตภัณฑ์สครับสำหรับผิวตัว เนื้อจะค่อนข้างหยาบและมักเติมน้ำหอมหรือกลิ่นต่างๆ เวลาใช้จะได้สบายผ่อนคลายไปในตัว

– ปกติขัดผิวเดือนละ 2 ครั้ง กำลังดี แต่ถ้าชอบจะขัดอาทิตย์ละครั้งก็ได้ไม่เสียหายแต่อย่างใด

ขั้นตอนการขัดผิวตัว

เวลาจะขัดตัวให้ขัดก่อนอาบน้ำตอนผิวแห้งโดยใช้นิ้วและฝ่ามือนวดวนเป็นวงกลม อย่ากดหรือออกแรงมากเกินไป ขัดผิวจากปลายเท้ามาที่ต้นขา ลำตัวมาที่อก ปลายแขนมาที่หัวไหล่ อย่าลืมเน้นบริเวณที่แห้งกร้าน เช่น  บริเวณข้อศอก ตาตุ่ม หัวเข่า และเท้า เป็นพิเศษด้วย เสร็จแล้วอาบน้ำอุ่นให้สบายตัวแล้วตบท้ายด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง และอย่าลืมทาครีมบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยนะคะ

ข้อควรรู้  Scrub สำหรับแม่ท้อง

– ระหว่างตั้งครรภ์ผิวของคุณแม่อาจจะบอบบางแพ้ง่ายเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นอาจจะต้องขัดตัวขัดหน้าด้วยความเบาไม้เบามือ และหากเกิดอาการผิดปกติ  หรือระคายเคืองอาจจะต้องงดไปก่อน ไว้หลังคลอดแล้วค่อยมาขัดผิวให้สดใสอีกครั้งก็ได้คะ

– ส่วนผิวช่วงรักแร้ ขาหนีบที่คุณแม่กังวลว่าจะเป็นรอยดำ ก็ไม่ต้องไปขัดถูให้ถลอกเพราะผิวจะแสบลอกได้   ร่องรอยดำคล้ำเหล่านี้มาจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน หลังคลอดแล้วก็จะค่อย ๆ จางหายไปเองนะคะ คุณแม่ใจเย็น ๆ

ได้ทราบถึงสาเหตุของผิวดำคล้ำในตั้งครรภ์แล้วนะคะ  ว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนของร่างกาย  ซึ่งหลังจากคลอดแล้วอาการต่าง ๆ เหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นเองค่ะ  แม่ว่าจะมีรอยดำคล้ำเกิดขึ้นคุณแม่สามารถดูแลผิวพรรณในยามตั้งครรภ์ได้อย่างปลอดภัย ตามวิธีการที่ได้บอกไว้

ร่วมบอกเล่าและแชร์ประสบการณ์ในช่วงตั้งครรภ์   คลอดบุตร รวมถึงการเลี้ยงดูทารกน้อย  เพื่อเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวอื่น ๆ กันนะคะ  หากมีคำถามหรือข้อสงสัย ทางทีมงานจะหาคำตอบมาให้คุณ

อ้างอิงข้อมูลจาก

เอกสาร  ดูแลแม่ตั้งครรภ์  โรงพยาบาลเปาโลเมมโมเรียล

เรื่องล่าสุดของหมวด ผู้หญิงอยากรู้

ดูหมวด ผู้หญิงอยากรู้ ทั้งหมด