เกือบตายเพราะ “เสพติดการออกกำลังกาย” ด้านมืดที่หลายคนคาดไม่ถึง

เกือบตายเพราะ “เสพติดการออกกำลังกาย” ด้านมืดที่หลายคนคาดไม่ถึง

เกือบตายเพราะ “เสพติดการออกกำลังกาย” ด้านมืดที่หลายคนคาดไม่ถึง เกี่ยวกับ ออกกำลังกาย

Workpoint TV

สนับสนุนเนื้อหา

หญิงสาวชาวสหรัฐร่างกายพัง ไร้เพื่อน ไร้แฟน เพียงเพราะชอบออกกำลังกาย ชอบมากจนกลายเป็นเสพติด

ในขณะที่หลายภาคส่วนพยายามรณรงค์ให้คนในสังคมหันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ แต่หญิงสาวชาวสหรัฐคนหนึ่งกลับเคยเผชิญกับด้านมืดจากการออกกำลังกายทุกวันจนกลายเป็น “การเสพติด” เธอชื่อ Katherine Schreiber ปัจจุบันอายุ 28 ปีเป็นนักเขียนและครูสอนโยคะอยู่ที่นิวยอร์ก

Katherine เล่าว่าเธอเริ่มรู้สึกไม่ชอบรูปร่างของตัวเองตั้งแต่ตอนอยู่ชั้นประถม บางครั้งรู้สึกแย่ถึงขั้นไม่อยากไปโรงเรียนเพราะคิดว่าตัวเอง “ดูทุเรศ” เกินไป แล้วเธอก็ค้นพบวิธีรับมือกับเรื่องนี้ นั่นคือการออกกำลังกาย สมัยเรียนมัธยมปลาย เธอเข้ายิมสัปดาห์ละสองครั้ง จากนั้นก็ถี่ขึ้นจนกลายเป็นวันละสามครั้ง นอกจากจะโหมออกกำลังกายแล้ว เธอยังจำกัดปริมาณอาหารจนป่วยเป็นโรคการกินผิดปกติและต้องเข้ารับการบำบัด แต่กลับไม่มีใครทักหรือมองว่าการออกกำลังกายของเธอเป็นเรื่องผิดปกติ จนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัยและเข้าทำงานที่นิตยสารแห่งหนึ่ง

Katherine เล่าว่าเธอยังคงเข้ายิมวันละสามเวลาเหมือนเดิม คือช่วงเช้าก่อนเข้างาน ช่วงพักเบรคกลางวัน แล้วก็หลังเลิกงาน ชีวิตของเธอดำเนินอยู่อย่างนี้โดยไม่ได้ผิดสังเกตถึงความผิดปกติที่ค่อย ๆ ก่อขึ้นจนกระทั่งเกิดภาวะ “ร่างพัง” นั่นคือรอบเดือนขาดไปสองปี หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท และกระดูกหักเพราะล้าจากการออกกำลังกายมากเกินไป

 

นอกจากการเสพติดการออกกำลังกายของเธอจะส่งผลร้ายต่อสุขภาพแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับคนรอบข้างด้วย เธอกลายเป็นคนไม่มีสังคม ไม่มีเพื่อน ไม่มีแฟน เพราะเธอไม่มีเวลาที่จะพบปะพูดคุยหรือสังสรรค์กับใคร ไม่อยากออกไปไหนกับใครหรือทำอะไรที่จะขัดขวางการไปยิม แรกๆ เธอปฏิเสธไม่คิดว่าการออกกำลังกายเป็นต้นเหตุของสารพัดปัญหา แต่สุดท้าย ก็ยอมรับและเข้ารับการบำบัดเมื่อปี 2558 จึงรู้ว่าที่เป็นอย่างนี้ทั้งหมดเพราะ “เสพติดการออกกำลังกาย”

 
ดร. Heather Hausenblas ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวจาก Jacksonville University กล่าวว่าหลายคนพูดว่าอยาก “ติด” ออกกำลังกาย แต่การออกกำลังกายก็อาจกลายเป็นความผิดปกติได้ถ้าหากว่ามากเกินไป แม้ทางการแพทย์ ภาวะเสพติดการออกกำลังกายจะไม่ถูกจัดให้เป็นความผิดปกติทางจิต แต่สัญญาณและอาการต่าง ๆ ไม่ได้ต่างจากภาวะเสพติดบุหรี่หรือแอลกอฮอล์ นั่นคือรู้สึกว่าอยากออกกำลังกายมากขนาดหักห้ามใจไม่ได้และจะรู้สึกหงุดหงิด เครียดหรือถึงขั้นโกรธเกรี้ยวถ้าไม่ได้ออกกำลังกาย และไม่ว่าจะออกกำลังกายมากแค่ไหนก็รู้สึกว่าไม่พอ ถ้าใครเกิดความรู้สึกแบบนี้ อย่าได้นิ่งนอนใจ

แต่ถึงอย่างนั้น เป้าหมายของการบำบัดไม่ใช่การให้เลิกออกกำลังกายไปเลยเพราะถึงยังไงการออกกำลังกายก็ให้ผลดีต่อสุขภาพ แต่เป็นการทำให้ผู้ป่วยรู้จักความพอดี สามารถควบคุมตัวเองได้ เวลานี้ Katherine ก็ยังคงออกกำลังกายทุกวันเหมือนเช่นเคยแต่ครั้งละประมาณ 45 นาทีเท่านั้นและจะไม่กดดันตัวเองจนเกินไป รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ของตัวเองให้คนอื่นๆ ได้ตระหนักถึงภัยจากการออกำลังกายที่หลายคนคาดไม่ถึง

เรื่องล่าสุดของหมวด ผู้หญิงอยากรู้

ดูหมวด ผู้หญิงอยากรู้ ทั้งหมด