เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย พระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยชั่วกาล

SangSom ชวนบินลัดฟ้าไปชมคอนเสิร์ต เบิร์ด เอกชัย เจียรกุล ณ Carnegie Hall มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

SangSom ชวนบินลัดฟ้าไปชมคอนเสิร์ต เบิร์ด เอกชัย เจียรกุล ณ Carnegie Hall มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

SangSom ชวนบินลัดฟ้าไปชมคอนเสิร์ต เบิร์ด เอกชัย เจียรกุล ณ Carnegie Hall มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับ sangsom

SangSom ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของสโลแกน “คนไทย...ตั้งใจทำอะไรไม่แพ้ชาติใดในโลก” ล่าสุดปล่อยแคมเปญ “SangSom presents คนไทย...ตั้งใจทำอะไรไม่แพ้ชาติใดในโลก Road to Carnegie Hall” การแข่งขันบรรเลงดนตรีสากล Solo แบบ Free Choice Music เฟ้นหาคนไทยผู้ชนะเลิศเหรียญทองเพียง 2 ท่าน เท่านั้น ที่จะได้บินลัดฟ้าไปชมการแสดงคอนเสิร์ตของ เบิร์ด เอกชัย เจียรกุล เจ้าของแชมป์นักกีตาร์คลาสสิกระดับโลก แบบติดขอบเวที ณ Carnegie Hall มหานครนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมร่วมสร้างประสบการณ์สุดยูนีค 7 วันที่คุณจะไม่มีวันลืม ไปกับ SangSom คนไทย...ตั้งใจทำอะไรไม่แพ้ชาติใดในโลก

วันนี้เราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ เบิร์ด เอกชัย เจียรกุล แชมป์กีตาร์คลาสิกชาวไทย ซึ่งเขาจะมาเผยเคล็ดลับในการมุ่งสู่เป้าหมายความสำเร็จให้ได้รู้โดยทั่วกัน

1. เบิร์ด คิดว่าความสำเร็จเกิดขึ้นได้เพราะปัจจัยอะไรบ้าง

เบิร์ด: โดยหลักๆ แล้วปัจจัยความสำเร็จของผมมีประมาณ 3-4 ข้อหลักๆ อันแรกคือ
ผมมีเป้าหมายชัดเจน เป้าหมายผมรู้ว่าผมอยากเป็นนักกีตาร์ระดับโลก ผมรู้ว่าผมอยากเป็นอะไร?

ต่อมาอันที่สอง ผมกำหนดระยะทางของเป้าหมายผม ตั้งเป้าหมายไว้ชัดเจนเลยว่า 30 ปีผมจะต้องได้แชมป์นักกีตาร์คลาสสิกระดับโลก ซึ่งตรงนี้ผมก็ได้มาตอนอายุ 27 ปี

อันที่สามคือ ผมไม่หยุดทำแม้จะเจออุปสรรค ถึงแม้ระหว่างทางผมจะผิดหวังมาตลอด ได้ที่สองบ้าง ตกรอบบ้างแต่ผมก็ไม่หยุดแข่ง เพราะผมเชื่อเสมอว่า การมีอุปสรรคข้างหน้าคือบทพิสูจน์ของเรา

ข้อสุดท้ายอันที่สี่ ผมเชื่อว่าอะไรสิ่งทุกอย่างที่ขึ้นเดินได้เพราะความตั้งใจจริงของเรา ซึ่งมันก็ย้อนไปที่สโลแกนของแสงโสมที่บอกว่า คนไทย...ตั้งใจทำอะไรไม่แพ้ชาติใดในโลก หากคุณมีความมุ่งมั่นตั้งใจจริงคุณก็ประสบความสำเร็จได้ทุกอย่าง

2. คิดอย่างไรที่คนชอบพูดว่าเรามีพรสวรรค์มากกว่าคนอื่น และอยากบอกอะไรกับพวกเขาบ้าง

เบิร์ด: พรสวรรค์ของผมในการอยากเป็นนักกีตาร์คือความพยายามล้วนๆ ตั้งแต่เด็กๆ ผมเองเป็นคนขี้อายมากๆ ครับ ไม่กล้าขึ้นเวที ไม่กล้าออกไปหน้าห้อง แต่สุดท้ายแล้วชีวิตของผมก็มาลงเอยด้วยการกลายมาเป็นนักกีตาร์คลาสสิก
ที่ต้องเล่นคนเดียวบนเวทีมีคนดูเป็นพันมันต่างกันสิ้นเชิง ผมไม่มีพรสวรรค์ด้านการแสดงเลย แต่ผมก็พัฒนาได้ด้วยการซ้อมบ่อยๆ เพื่อเป็นการลบปมด้อยตัวเองให้ได้ นี่เป็นตัวอย่างที่สามารถบอกเราได้ว่า พรแสวงสำคัญกว่าพรสวรรค์

3. เบิร์ดมีแรงบันดาลใจจากอะไรที่ทำให้มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ได้ตามที่ตั้งใจ

เบิร์ด: ผมว่าเป็นแรงผลักดันและความกดดันจากหลายๆ ด้าน แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นอุปสรรคเท่าไร? ผมกลับเอาแรงกดดันเหล่านั้นมาเป็นพลังต่อสู้ให้ผมประสบความสำเร็จ ตัวผมโชคดีที่มีผู้ใหญ่ทาง แสงโสม ไทยเบฟมาเป็นสปอนเซอร์คอยให้กำลังใจ คอยเชื่อมั่น สิ่งเหล่านี้คือองค์ประกอบหลักๆ ที่ทำให้ผมมุ่งมั่นและทำความฝันของผมให้เป็นจริง

4. ใน 1 สัปดาห์มีวันไหนที่เบิร์ดไม่เล่น หรือ ซ้อมกีตาร์บ้างไหม .. ซ้อมทุกวันไม่รู้สึกเบื่อบ้างหรือ

เบิร์ด: ตัวผมเองซ้อมหนักทุกวัน แต่ในหนึ่งอาทิตย์ผมจะมี 1 วันสำหรับพักผ่อน หลังจากซ้อมหนักมาตลอด การที่เราซ้อมหนักๆ ก็ดีครับ แต่ต้องมีหนึ่งวันที่ต้องหยุดเพื่อผ่อนคลาย การซ้อมกีตาร์ทุกวันผมไม่เคยเบื่อเลยครับ ต่อให้เป็นเป็นแชมป์ผมก็ต้อง ซ้อม ซ้อม และก็ซ้อมอยู่ครับ เพื่อพัฒนาทักษะให้ดีขึ้นต่อไป ( อมยิ้ม)

5. ถ้าเบิร์ดบังเอิญได้คุยกับคนที่กำลังท้อ ในการฝึกเล่นกีตาร์จะให้กำลังใจเขา หรือจะแนะนำเขาอย่างไร

เบิร์ด: ถ้าเป็นเรื่องของการฝึกเล่นกีตาร์ ผมว่ามันต้องมีอุปสรรคบ้าง ตัวผมเองก็เหมือนกัน เจอปัญหาเวลาซ้อม มันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะข้ามมันไปได้ยังไง

บางคนพอท้อแล้วก็หยุดทำ มันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร แต่บางคนท้อ เขากลับให้เวลากับตัวเอง หยุดพักแล้วกลับมาซ้อมใหม่มันก็สามารถทำให้เราก้าวต่อไปได้

มีหลายคนที่ประสบความสำเร็จ ยกตัวอย่างเช่น Thomas Alva Edison กว่าเขาจะประสบความสำเร็จในประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆเป็น 1,000 ชิ้น เขาต้องทดลองทำกว่าหมื่นครั้ง เขาต้องล้มเหลวเป็นหมื่นครั้ง ตัวผมเองก็เอาหลักการนี้มาใช้ ซึ่งมันก็จริงอย่างเขาว่า กว่าจะประสบความสำเร็จมันก็ต้องผ่านอุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา

6. มีเทคนิคอะไรพิเศษที่ทำให้สามารถเล่นกีตาร์เก่งได้เร็วๆ ไหม

เบิร์ด: ส่วนตัวคืออยู่บนพื้นฐานของการเล่นดนตรี นั่นคือต้องเล่นให้ถูกวิธีซึ่งหลายๆ คนอาจไม่รู้เรื่องวิธีการฝึกซ้อม หากเป็นนักดนตรีจริงๆ มันต้องฝึกให้ถูกวิธี ไม่ใช่ว่าคุณซ้อมเยอะ แต่คุณซ้อมมั่วๆ อันนั้นมันก็ไม่เกิดประโยชน์ เราต้องซ้อมในสิ่งที่เกิดประโยชน์และใช้เวลาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะบางทีนอกจากเข้าใจแล้ว เวลาก็เป็นสิ่งสำคัญ

7. นอกจากเพลงคลาสิกที่ต้องเล่น และ ซ้อมแล้ว เบิร์ดชอบฟังเพลงแนวไหนบ้างในชีวิตประจำวัน

เบิร์ด: ผมฟังทุกเพลงทุกแนวนะ ไม่ว่าจะเป็นเพลงป๊อป หรือแจ๊ส ส่วนตัวแล้วชอบหมด เพราะเพลงเหล่านี้มันมีอิทธิพลกับนักดนตรี ทำให้จินตนาการได้เยอะ

8. เบิร์ดมาถึงจุดนี้แล้ว คิดว่าเป็นจุดที่สูงสุดของตัวเองหรือยัง .. อนาคตข้างหน้าอยากทำอะไร

เบิร์ด: มันเป็นจุดสูงสุดของความฝันเมื่อก่อน หลังจากเราได้ตั้งเป้าหมายและทำมันสำเร็จแล้ว แน่นอนคนเราก็ต้องมีเป้าหมายใหม่และทำความฝันต่อไป ในส่วนของผมตอนนี้ ผมถือว่าในการแข่งขันกีตาร์คลาสสิกมันสุดยอดแล้วและคงไม่มีรายการอื่นแล้ว แต่เป้าหมายของผมคือการนำสิ่งนี้ส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนคนไทยต่อๆ ไป อยากเห็นนักดนตรีระดับโลกเกิดขึ้นอีกเยอะๆ อยากเห็นคนไทยชนะการแข่งขันรายการใหญ่หลายๆ คน ไม่เฉพาะผมคนเดียว ผมเชื่อว่าแรงบันดาลใจที่ผมทำมันจะทำให้ประเทศมีนักดนตรีคลาสสิกระดับโลกเกิดขึ้นมามากมายนี้คือความฝันของผม

9. เล่าถึงงาน Carnegie Hall ที่ไปมาครั้งแรกให้ฟังหน่อย เบิร์ดตื่นเต้นไหม

เบิร์ด: เคยไปผ่านๆ เคยไปดูคอนเสิร์ตมาแล้วครั้งนึงเมื่อตอนเด็กๆ เคยเห็น Carnegie Hall ผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ มันเป็นความฝันวัยเด็กก็ดีใจที่ได้เข้าไป มันดูยิ่งใหญ่อลังการมาก

10. แล้วงาน Carnegie Hall ที่กำลังจะถึงนี้ตื่นเต้นหรือเปล่า เตรียมอะไรไปฝากแฟนเพลงบ้าง

เบิร์ด: ตื่นเต้นมากครับ เพราะ Carnegie Hall จะมีนักวิจารณ์ดนตรีเก่งๆ ไปดูเยอะมาก ทุกๆ คนจะอยู่ที่นั่น ถ้าเราเล่นดีโอกาสที่จะมีคนติดต่อเข้ามา พูดง่ายๆ คือมีคนจ้างงานก็จะเยอะมาก ในขณะที่เราเล่นไม่ดี เราก็จะเป็นที่จดจำในสิ่งที่ไม่ดีด้วยเช่นกัน การเตรียมตัวของผมคือซ้อมเยอะเท่าที่จะทำได้ เตรียมตัวให้พร้อม

สำหรับครั้งนี้ผมมีเพลงพิเศษซึ่งเป็นเพลงพระราชนิพนธ์มาเล่นให้ฟัง นอกจากนั้นยังมีเพลงแต่งขึ้นมาพิเศษเพื่อการแสดงที่ Carnegie โดยเฉพาะ จากนักประพันธ์ชาวอักกฤษ ชื่อ Steve Goss ซึ่งผมจะนำมาเล่นที่นี่เป็นครั้งแรกในโลก

รู้จักตัวตนของ เบิร์ด เอกชัย เจียรกุล แชมป์กีตาร์คลาสสิกชาวไทย กันมากขึ้นแล้ว ถึงเวลาที่คุณจะ เริ่มค้นหาตัวตน คิดค้นท่วงทำนองในแบบของตัวเอง แล้วคุณอาจจะเป็นผู้โชคดีที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ที่หาซื้อไม่ได้...แต่ด้วยความตั้งใจและความสร้างสรรค์ล้วนๆ สัมผัสประสบการณ์แบบ Money Can’t Buy Experience ที่มหานครนิวยอร์ค แหล่งรวมแรงบันดาลใจ ชื่นชมบรรยากาศใน Carnegie Hall สถานที่อันทรงเกียรติ ที่ศิลปินหลายท่านใฝ่ฝันถึงและกว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ ต้อง ซ้อม ซ้อม และก็ซ้อม

การแข่งขันบรรเลงดนตรีสากล Solo แบบ Free Choice Music เปิดรับสมัครการแข่งขันรอบแรก ตั้งแต่วันนี้ สิงหาคม – 20 กันยายน 2558 และประกาศผลการแข่งขันรอบสุดท้าย ในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2558 โอกาสมาถึงแล้ว ร่วมบินลัดฟ้าไปกับเราคลิกดูรายละเอียดกติกาเพิ่มเติมพร้อมดาวน์โหลดใบสมัครและส่งผลงานการประกวด ที่ได้ www.thesangsom.com/roadtocarnegie #SangSomเชื่อว่า “คนไทย...ตั้งใจทำอะไรไม่แพ้ชาติใดในโลก”

[Advertorial]

เรื่องล่าสุดของหมวด เรื่องที่ผู้ชายไม่ควรพลาด

ดูหมวด เรื่องที่ผู้ชายไม่ควรพลาด ทั้งหมด