เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย พระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยชั่วกาล

ถ้าคุณเปลี่ยน 5 Mindset นี้ ชีวิตคุณจะประสบความสำเร็จ!

ถ้าคุณเปลี่ยน 5 Mindset นี้ ชีวิตคุณจะประสบความสำเร็จ!

ถ้าคุณเปลี่ยน 5 Mindset นี้ ชีวิตคุณจะประสบความสำเร็จ! เกี่ยวกับ mindset

Pepperrr

สนับสนุนเนื้อหา

ถ้าคุณรู้สึกว่าทุกวันนี้การดำเนินชีวิตของคุณทำให้คุณไม่ค่อยมีความสุข การงานไม่ราบรื่น อุปสรรคเต็มไปหมด สิ่งที่หวังไว้ไม่สมหวัง ความสำเร็จที่ตั้งเป้าหมายไว้ไม่บรรลุผล คุณเริ่มมีอารมณ์หงุดหงิด เพราะทำอะไรออกไปก็ไม่ถูกใจทั้งตัวเองเเละคนรอบข้างไปหมด คุณเริ่มอยากเเก้ไข เเต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน เพราะชีวิตมันวุ่นวาย มีข้อบกพร่องเต็มไปหมด

เมื่อความล้มเหลวบังเกิด คนที่เป็นนักสู้ เมื่อล้มเเล้วต้องรีบลุก พลาดเเล้วต้องรีบตั้งหลักเริ่มต้นใหม่ เขาจะคิดเสมอว่าการเปลี่ยนเเปลงครั้งนี้จะเป็นการเปลี่ยนเเปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่จะนำพาความสำเร็จมาให้ เมื่อใจมาเเล้ว คุณจะเริ่มเกิดคำถามว่า... เเล้วเราจะเริ่มต้นจากตรงไหน? เริ่มยังไงดีหล่ะ? เปลี่ยนเเปลงอะไรบ้างหล่ะ? เราเเนะนำว่าก่อนที่จะเปลี่ยนอะไรๆที่มันเเย่ๆ คุณจะต้องเปลี่ยน mindset ตัวเองซะก่อน ถ้าคุณมี Mindset ที่เป็นบวก อารมณ์เเย่ๆในเชิงลบของคุณจะค่อยๆลดลง ความหงุดหงิดเจ้าอารมณ์ลดลง ทำให้คุณเดินสู่ความสำเร็จได้อย่างมีพลัง มีชีวิต มีวัญญาณ

เเล้ว Mindset ที่ว่านี้มันคืออะไร? ... Mindset คือ ทัศนคติ เเละกระบวนการทางความคิด ที่คุณใช้ในการมองโลกที่คุณอาศัยอยู่ กล่าวง่ายๆก็คือปรับความชอบ นิสัย กระบวนการคิด เเบบคนที่สำเร็จนั่นเอง เพราะถ้าอยากสำเร็จ เราเองก็ต้องมี Mindset เเบบคนที่เค้าประสบความสำเร็จ ถูกต้องมั้ยคะ

ทีนี้มาดูกันว่าเราจะปรับ Mindset อย่างไร ทำตามทีละข้อเลยค่ะ

1. หยุดเปรียบเทียบ

คุณต้องหยุดเปรียบเทียบเดี๋ยวนี้เลย เพราะเมื่อคุณเริ่มกระบวนการเปรียบเทียบเมื่อไหร่ ผลลัพธ์ของมันก็คืออารมณ์เชิงลบออกมาทันที เช่น คุณอาจจะเห็นคนที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับคุณ หรืออายุน้อยกว่าคุณ หรือไม่ก็เพื่อนบ้านคุณ ประสบความสำเร็จในการงานใหญ่โต มีบ้านหลังใหญ่ มีรถยนต์ หลายคันจอดเรียงรายกันอยู่หน้าบ้าน ในขณะที่ตัวคุณเองยังต้องเช่าบ้านอยู่ ขี่มอเตอร์ไซด์ตากฝน

เมื่อคุณเริ่มกระบวนการคิดเช่นนี้ ลองถามตัวเองดูซิว่าคุณรู้สึกเช่นไร? สิ่งที่ได้น่าจะเป็นความน้อยเนื้อต่ำใจ ห่อเหี่ยว หมดเรี่ยวเเรง กำลังใจ ใช่มั้ยหล่ะคะ บางคนเลวร้ายกว่านั้นคือ ไป "อิจฉา" เค้าอีก

วิธีคิดที่ถูกต้องคือ เราต้องชื่นชมเเละยินดีในความสำเร็จของผู้อื่นต่างหากหล่ะ เเล้วเอาเค้าเป็นเเบบอย่าง ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องสำเร็จให้ได้เหมือนเค้า ศึกษาวิธีการ เเล้วเริ่มรีบลงมือทำ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ไม่ต้องรีบเร่ง ฉลองให้กับความสำเร็จทีละขั้น รักษากำลังใจไว้ให้ตลอดเส้นทางการเดินสู่เป้าหมายค่ะ อารมณ์เชิงบวกของคุณจะมาเต็มเลยทีนี้

 
2. ทุกอย่างไม่จำเป็นต้อง Perfect

การนิยมความสมบูรณ์เเบบ (Perfectionism) เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณพลาดโอกาส เเละเป็นตัวกีดกันความสำเร็จ ทำไมน่ะเหรอ?

ลองคิดดูสิคะว่า มีใครทำอะไรสำเร็จ สมบูรณ์เเบบ ตั้งเเต่ครั้งเเรกมั้ยหล่ะ? ถ้ามีก็คงน้อยเต็มทีใช่มั้ยคะ ถ้าโอกาสผ่านมาคุณไม่รีบคว้าไว้ เพียงเพราะคุณคิดว่าคุณไม่มีความสามารถพอที่จะทำให้มันสมบูรณ์เเบบได้ คุณคิดผิดเเล้วค่ะ

สมมุติว่าคุณได้รับโอกาสให้นำเสนอนวัตกรรมที่คุณคิดค้นขึ้นมาต่อนักลงทุน เพราะมีคนเห็นคุณค่าของมันว่ามันน่าจะมีประโยชน์ เเต่คุณปฏิเสธโอกาสนี้ไป เพียงเพราะว่าคุณคิดว่ามันยังไม่เพอร์เฟค คุณคิดว่าคุณทำถูกต้องมั้ย ? สำหรับดิฉันคิดว่านั่นคือการพลาดโอกาสอย่างเเรง

คนที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายบนโลกคือนักฉกฉวยโอกาส เมื่อโอกาสผ่านมาเค้าจะรีบความไว้ ผลลัพท์จะเป็นเช่นไรไม่ว่ากัน ขอให้ "ทำมันให้ดีที่สุด" เพราะเรายังมีโอกาสเเก้ไขภายหลัง เเก้ไปเรื่อยๆ ทีละขั้น สนุกกับการเผชิญกับอุปสรรค จนกว่ามันจะเพอร์เฟคนั่นเองค่ะ

3. หาหลักฐานเสริมความคิด

ไม่ว่าคุณจะเชื่อมั่นว่าสิ่งที่คุณกำลังจะทำนั่นคุณทำได้ หรือไม่ได้ คุณจะต้องหาหลักฐานมาสนับสนุนความเชื่อของคุณเสมอ เพื่อไม่ให้คุณมีความมั่นใจในตัวเองมากเกินไปจนประมาท หรือดูถูกตัวเองมากเกินไป ทั้งที่สิ่งนั้นคุณเองก็พอจะทำได้

ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่คุณพรีเซนต์งาน คุณสังเกตเห็นผู้ฟังนิ่งเงียบ มันอาจทำให้คุณคิดไปเองว่า การนำเสนอของคุณไม่น่าสนใจ น่าเบื่อ การคิดเช่นนั้นมันทำให้คุณเกิดอาการฝ่อ คุณต้องมั่นใจในข้อมูลที่เตรียมมา เเละมองโลกในเเง่ดี เพราะการที่ผู้ฟังเงียบ อาจเป็นเพราะข้อมูลของคุณที่เตรียมมามันดี น่าสนใจจนทำให้พวกเค้าต้องนั่งคิดกันอย่างเงียบๆก็ได้

4. ให้นิยามความหมายใหม่ของคำว่า "ผิดพลาด"

หลายคนไม่กล้าเสี่ยง ทำเรื่องใหม่ๆที่ท้าทาย เพียงเพราะกลัวคำว่า "ผิดพลาด" กลัวจนไม่กล้าออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง อย่าลืมค่ะว่า "ความกลัว" คือตัวหยุดยั้งความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เเละความสำเร็จใหม่ๆชั้นดีเลยทีเดียว

ดังนั้นให้คุณนิยามคำว่า "ผิดพลาด" ใหม่เดี๋ยวนี้เลย ให้รู้จักมันในนามว่า "บทเรียน" ก็เเล้วกันค่ะ เเล้วคุณอย่าได้กลัวบทเรียน เพราะทุกครั้งที่คุณผิดพลาด ก็หมายถึงคุณได้เรียนรู้จักบทเรียนหนึ่งบท ยิ่งบทเรียนนั้นราคาเเพงเท่าไหร่ คุณยิ่งจำได้ขึ้นใจใช่มั้ยค่ะ สู้ๆค่ะ อย่ากลัวบทเรียน

5. หยุดสนใจเรื่องของคนอื่นมากเกินไป

คุณต้องเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุดค่ะ เพราะไม่มีใครรู้จักตัวคุณดีเท่ากับตัวของคุณเอง คุณทำอะไรควรเเคร์ความรู้สึกของคนอื่น เเต่ในเรื่องความคิด การตัดสินใจ ความสนใจ คุณต้องเป็นตัวของตัวเองที่สุด "คุณควรสนใจในสิ่งที่คุณควรสนใจ เเละเลิกสนใจในสิ่งที่คุณไม่ได้สนใจ" ค่ะ

อย่าลืมว่าในสังคมที่คุณอาศัยอยู่นั้น คนที่รายล้อมอยู่รอบตัวคุณมีหลายพ่อพันธุ์เเม้ นิสัยใจคอหลากหลายรูปเเบบ มีทั้งคนที่ยินดีกับคุณ เเละคนที่ค่อยอิจฉาคุณไม่เลิก ดังนั้นคุณต้องหนักเเน่น กับความคิดตัวเอง เพราะสิ่งที่คุณทำออกไปไม่ว่าจะดีเเค่ไหน ในสายตาของคนที่อิจฉาคุณก็คิดว่ามันไม่ดี เเละเเสดงความคิดเห็นในเชิงลบเสมอ ถ้าคุณไม่หนักเเน่น มั่นใจ โอนเอียงไปตามกระเเสความคิดของคนเหล่านั้น คุณเองก็จะห่อเหี่ยว เเละยากที่จะประสบความสำเร็จค่ะ

ดังนั้นจงจำไว้ว่า "อย่าให้ใครมามีอำนาจการตัดสินใจเหนือคุณ เเละสิ่งที่คุณตัดสินใจจะต้องไม่ทำให้ใครเดือดร้อน"

การเปลี่ยน Mindset นี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของความสำเร็จ เริ่มต้นดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ขอให้คุณเริ่มปรับเปลี่ยน Mindset ทีละน้อย เเล้วคุณจะทึ่งถึงการเปลี่ยนเเปลงอย่างมหาศาลในชีวิต ไม่เชื่อลองดูค่ะ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ mindset

เรื่องล่าสุดของหมวด Work

ดูหมวด Work ทั้งหมด