เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย พระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยชั่วกาล

หนุ่มอ้วนเปลี่ยนตัวเอง จากน้ำหนัก 133 เหลือ 69 กก.

หนุ่มอ้วนเปลี่ยนตัวเอง จากน้ำหนัก 133 เหลือ 69 กก.

หนุ่มอ้วนเปลี่ยนตัวเอง จากน้ำหนัก 133 เหลือ 69 กก. เกี่ยวกับ ลดความอ้วน

S! Men

สนับสนุนเนื้อหา

วันนี้มีตัวอย่างของคนที่ลดน้ำหนักประสบความสำเร็จมาฝากอีกแล้ว คราวนี้เป็นคิวของหนุ่มน้อยหน้าใสวัยทีน หนุ่มคนนี้เปลี่ยนน้ำหนักตัว 133 ให้เหลือแค่ 69 กก. ในเวลาเพียงแค่ปีครึ่งเท่านั้น เขาทำได้ยังไงตามมาครับ

เมื่อพูดถึงเรื่องของการลดความอ้วนแล้ว เชื่อว่ามีเพื่อน ๆ หลายคนที่กำลังพยายามอย่างหนัก เพราะนอกจากเรื่องของสุขภาพที่อาจจะย่ำแย่ลงแล้ว ยังมีเรื่องของความมั่นใจในตัวเอง ที่ทำให้คนมีแรงฮึดลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง เอาง่าย ๆ ถ้าเราอ้วนมาก ๆ ผู้หญิงที่ไหนจะมอง หรือบางคนเคยโดนแฟนเก่าเทเพราะรูปร่างมาแล้วก็มี ! นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เราอยากจะผอมสักครั้งในชีวิต เราลดน้ำหนักจาก 133 กก. เหลือ 68 กก.ใช้เวลา 1ปี5เดือน(ตอนนี้เราอายุ18) โดยที่ไม่พึ่งยาลดน้ำหนัก!" (แต่เราอาจจะกินอาหารเสริมบ้าง)


ต้องบอกก่อนเลยว่าเราเป็นคนอ้วนแต่เด็กและไม่คิดว่าตัวเองจะลดน้ำหนักได้ด้วย แม้ว่าทางครอบครัวจะบอกให้ลดหลายครั้ง แต่ก็ไม่สนใจ แถมยังเป็นคนที่มีความสุขกับการกินมากอีกต่างหาก ทว่าการเห็นตัวเองในกระจกบ่อย ๆ มีคนทักว่าอ้วนบ้าง ไปไหนก็มีแต่คนถามเรื่องน้ำหนักบ้าง ทักนู้นทักนี้ อย่างนี้ไม่ดี อย่างนู้นก็ทำไม่ได้ อ้วนแล้วเดินไม่ได้เป็นภาระครอบครัว เสื้อผ้าก็หายากsizeยิ่งใหญ่ยิ่งราคาแพง สาวไม่มอง ยิ่งทำให้รู้สึกหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ สิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนให้ผมเริ่มลดน้ำหนักอย่างจริงจัง แต่ก่อนที่จะลงมือออกกำลังกาย บอกเลยว่าลองมาหมดแล้วได้ก็พยายามมาหลายครั้งตั้งแต่ ม.1-ม.3 ก็พยายามลดแล้วก็เลิกมาตลอดเพราะหยุดกินไม่ได้ ทั้งยาลดความอ้วนกับอาหารเสริมที่ว่าดี ก็กลับไม่เห็นผลเท่าที่ควร แม้น้ำหนักจะลดไป 3-4 กิโลกรัม แต่พอหยุดกิน น้ำหนักก็ขึ้นมาเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ


วิธีลดน้ำหนักของเรานั้น สิ่งที่ทำเป็นอันดับแรกคือการตั้งเป้าหมาย100 กิโลกรัม จากนั้นก็งด หวาน มัน ทอดไปเลย โดยในช่วงเดือนแรกเป็นอะไรที่ทรมานมาก คล้ายกับหักดิบเลิกติดยาเลยอ่ะ แต่บอกเลยว่า ห้ามอดอาหารเด็ดขาด!! มันทำให้เรากลับมาโยโย่ได้เพราะถึงเวลาที่ทนไม่ไหวตะบะแตกรับรองกินแหลกน้ำหนักขึ้นมากกว่าเก่าแน่ๆ ซึ่งเราเข้าใจผิดอยู่ช่วงนึงที่เราอดมากเกินเพราะใช้วิธีจากในเน็ตกินแต่แตงโมเช้าเย็นจริงๆแล้วมันเป็นวิธีลดเร่งด่วนสำหรับคนไม่อ้วนมากแค่อวดนิดๆ

ต่อมาก็ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่กันไป โดยเข้าฟิตเนสแถวบ้านช่วงแรกเราไปตั้งแต่เลิกเรียน 15.00-19.00 น.เป็นประจำ แล้วแต่บ้างทีเลิกช้าเลิกเร็วก็แล้วแต่เพราะเราเรียนช่าง โดยช่วงแรกเราอ้วนมากวิ่งไม่รอดเลยจะเดินเร็วเป็นหลักประมาณ 30 นาที และปั่นจักรยานจ นค่อย ๆ เพิ่มความเร็วและพัฒนาเป็นการวิ่ง จนกลายเป็นเน้นวิ่งมากกว่า แต่ก็ทำสลับกันไป รวมถึงฝึกท่าออกกำลังกายที่เจอบนอินเทอร์เน็ตและพวกลุงๆในฟิตเนสช่วยสอน ถ้าวันไหนเบื่อเข้าฟิตเนส ก็จะชวนเพื่อนไปวิ่งสนามกีฬาตามสวนสุขภาพ ว่ายน้ำนานๆที บางคนเขาเข้าคอร์สต่างๆ แต่เรางบน้อยก็ทำตามที่ตัวเองไหวส่วนมากจะอยู่ในฟิตเนสและสนามฟุตบอลที่มีพื้นที่วิ่งแยกให้หน้าฟิตเนศ(ฟิตเนสเราอยู่ในเทศบาล) และเล่นเวทเราจะเน้นเวทมากเพราะเราอ้วนมากและช่วงแรกลดเร็วไปจึงทำให้ผิวหนังย้วย เลยเล่นหนักมากกเพื่อให้กล้ามโตขึ้นช่วยกระชับผิวหนัง จนน้ำหนักลงมาเหลือ98 กิโลกรัม

และก็เล่นไปเรื่อยๆ จนน้ำหนักเหลือ88 กิโลกรัม บอกเลยย้วยมากกกก และไปต่อที่75กิโลกรัม แต่เราไม่เคยเล่นหน้าท้องเลยแพคเลยไม่มีให้เห็นเลยจากเสื้อsize 4xl เหลือ L เอว54 เหลือ36

ส่วนในเรื่องการกิน เราหาข้อมูลเกี่ยวกับโภชนาการการกินจากอินเทอร์เน็ตเช่นกัน จากนั้นไม่ว่าจะกินอะไร ก็จะนับแคลอรีไม่ให้เกิน 2,000 แคลอรีต่อวัน เวลาเข้าร้านอาหารตามสั่ง ก็สั่งผัดไม่ใส่น้ำมันๆ หรือกินสุกี้ที่เน้นแต่กับและผัก และได้ศึกษาจนเราเริ่มทำอาหารคลีนกินเองบ้าง เพราะเรารู้ว่าควรใส่อะไรลงไปและทำมากินเองตลอดจนถึงตอนนี้แต่ก็ถ้าไม่ว่างจริงก็ต้องพึ่งอาหารข้างนอกบ้าน แต่ก็ส่วนใหญ่จะกินเป็นข้าวมันไก่เพราะคลีนมากแค่เราสั่งไม่ใส่หนังขอเนื้อล้วนๆ จากคนที่เคยกินไม่สนอะไรเลยตอนนี้มองเห็นของกินพวกนี้ก็ไม่อยากจะกินแล้วเพราะมันจะทำให้ตัวเองกลับไปจุดเดิม


ไม่เพียงแค่นั้นเรายังเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของตัวเอง ห้ามใจไม่กินของจุบจิบ งดอาหารจำพวกแป้ง ของทอด ของมัน ของหวาน อาหารรสเค็ม และน้ำอัดลม รวมถึงพยายามลดอาหารมื้อหนักอย่างบุฟเฟ่ต์ด้วย แต่ไม่ใช่เลิกกินเลยนะเราจะมีกินหลุดสัปดาห์ล่ะ 1 ครั้ง ต่อ 1มื้อ และวันนั้นจะต้องออกกำลังกายหนักสุดเพื่อเป็นการรีเฟรชระบบเผาผลาญให้กลับมาเหมือนเดิมเหมือน หรือจะไว้ทำในช่วงที่ต้องกินจริงๆกับเพื่อนหรือครอบครัวนับตั้งแต่เริ่มลดน้ำหนักจากวันแรกจนเวลาผ่านไป 1 ปี 5 เดือน จากเดิมทีเคยหนักถึง 133 กิโลกรัม ตอนนี้ลดลงเหลือประมาณ 68 กิโลกรัม สรุปว่าน้ำหนักหายไป 65 กิโลกรัมเลยทีเดียว ! เอวปัจจุบัน29 รอบอก38 และเราได้เพิ่มท่าในการสร้างกล้ามหน้าท้องและตารางฝึกเวทหนักขึ้นจนเริ่มเห็นกับเขาแล้วแต่อาการย้วยมันก็ยังหลงเหลืออยู่ แต่ถ้าอยากให้หายก็คงต้องผ่าตัดออกแล้ว(ไว้ค่อยทำงานมีเงินล่ะกัน555)

ถึงทุกคนที่อยากลดความอ้วน ทุกอย่างมันเริ่มที่ตัวเอง อย่างน้อยสักครั้งในชีวิตที่ได้ผอมเหมือนกับคนอื่นเขา และให้คิดว่าทำเพื่อสุขภาพและอนาคตของเรา ต้องใจแข็งให้มาก ๆ ห้ามยอมแพ้ ต้องสตรองเข้าไว้ครับ เราเชื่อว่าทุกคนทำได้แน่นอน(เนื้อหาบางส่วนเราก็ลอกเขามาบ้างขี้เกียจพิมพ์เองหมดแต่ก็ดัดแปลงส่วนของเรา)

เรื่องล่าสุดของหมวด Extreme

ดูหมวด Extreme ทั้งหมด