หนุ่มออฟฟิศเปลี่ยนตัวเอง จากเอว 44 เหลือ 34 นิ้ว

หนุ่มออฟฟิศเปลี่ยนตัวเอง จากเอว 44 เหลือ 34 นิ้ว

หนุ่มออฟฟิศเปลี่ยนตัวเอง จากเอว 44 เหลือ 34 นิ้ว เกี่ยวกับ ลดน้ำหนัก

S! Men

สนับสนุนเนื้อหา

หนุ่มออฟฟิศแบ่งปันเรื่องราวเปลี่ยนแปลงตัวเองโดยลดน้ำหนักจาก 114 กก. เหลือ 78 กก. เขาทำได้ยังไงวันนี้หนุ่มเบนจะมาบอกทั้งวิธีคิด วิธีกิน รวมถึงการออกกำลังด้วย

มาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับอย่างแรกเลยผมขอแนะนำตัวเองก่อนนะครับ ผมชื่อว่าเบนครับอายุ 27 ปี เป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาในต่ำแหน่ง marketing แล้วก็เคยเป็น gamer มาก่อน เริ่มแรกเดิมที่ผมเป็นคนที่อ้วนมากครับน้ำหนักที่หนักที่สุดที่เคยกล้าชั่งประมาณ 114 กิโลกรัม เอว 44 (แต่อาจจะหนักมากกว่านั้นครับไม่กล้าชั่งต่อ)

ตอนนั้นเป็นเกมเมอร์ครับเรียกได้ว่าวันนึงนั้งอยู่กับคอมมากว่า 12 ชั่วโมง ชีวิตวนลูปมากครับตื่นมา นั้งเล่นเกมตั้งแต่เช้ายันตี 2-3 อาหารการกินก็ตามภาษาเกมเมอร์ทั่วไปครับโดยเฉพาะ มาม่า ดึกๆหน่อยก็ฟาสต์ฟู้ด ตามแต่จะอยากกิน จนน้ำหนักพุ่งไปแตะ 114 กก. ไม่เคยคิดว่าชีวิตตัวเองบกพร่องอะไรจนกระทั่งเลิกกับแฟนเก่า เพราะผมไม่ได้มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่งสักที จนเป็นโอกาสอันดีที่คิดว่าต้องได้เวลาเปลี่ยนแปลงตัวเองสักทีครับ ดังนั้นเราก็ออกกำลังกายแบบงูๆ ปลาๆ กินแบบงูๆ ปลาๆ จนกระทั่งน้ำหนักกลับไป 100 กก. เอวตอนนั้นประมาณ 42 นิ้ว มาวันหนึ่งได้เข้าไปทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งแถวบ้าน ตอนนั้นคิดว่าตัวพอแล้วเพราะได้งานทำแล้วไม่ได้อยากจะลดน้ำหนักต่อ

แต่ก็มีจุดเปลี่ยนเข้ามาอีกครั้ง นั้นคือมีลูกค้าหลายคนทักมาว่าบริษัทนี้เขารับหมูเข้ามาทำตำแหน่ง marketing ด้วยหรอ ตอนนั้นโมโหมากเลยครับ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเขาพูดถูก ประกอบกับตอนนั้นป่วยบ่อยมากครับ (เป็นโรคหอบ) เลยคิดว่าเราต้องลดน้ำหนักจริงจังอีกรอบแล้ว (ภาพ ณ ตอนนั้นครับ)

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ผมค่อนข้างจริงจังมากเลยครับเราหาข้อมูลจากหลายที่มากแต่ข้อมูลหลักๆ มาจาก พี่จอร์จ Rubsarb และ พี่ฟ้าใส fitjunction ครับ เริ่มจากออกกำลังกายโดยการเดินรอบหมู่บ้านวันละ 30-45 นาที หลังเลิกงาน เผื่อปรับสภาพร่างกายตัวเองก่อนครับประมาณ 2 อาทิตย์ หลังจากนั้นก็เริ่มหาฟิตเนสแถวบ้านเข้าครับ ตอนแรกผมเริ่มออกกำลังกายแบบ Full body ก่อนครับ คือไปฟิตเนสอาทิตย์ละ 5 วันเล่นมันทุกส่วน อก แขน ไหล่ หลัง ขา

 

ช่วงแรกผมก็ยกได้ไม่หนักหรอกครับ ยกได้น้ำหนักได้น้อยกว่าผญบางคนที่ฟิตเนสอีก อายมากแต่ก็กัดฟันสู้ต่อครับ ผมออกกำลังแบบนั้นมาประมาณ 1 เดือนครับ จนคิดว่าร่างกายตัวเองพร้อมแล้วผมจึงเริ่มเล่นแยกส่วน และปรับลด ตารางยกเวทเหลือแค่สัปดาห์ละ 4 วัน พัก 1วัน ผมใช้ตารางออกกำลังกายของ Planforfit ครับ หลังจากยกเวทตามตารางด้านล่างเสร็จ ผมจะคาร์ดิโอวันละ 45-1 ชั่วโมงครับสูตรของผมก็คือเดินชัน 12-15 เร็ว 4.5-5 เดินปล่อยมือครับ

รายละเอียดตาม Link : http://planforfit.com/

มาดู Part อาหารกันดีกว่าครับ

หลักๆ เลยผมจะให้คุณแม่ช่วยซื้ออกไก่มาแช่ไว้ในตู้เย็นครับหลังกลับมาจากทำงานผมจะนำมาผัดกะเพรา , ลาบอกไก่ ,หรืออกไก่ผัดผงกระหรี่โดยผมจะใช้สเปรย์น้ำมันปรุงอาหารทั้งหมดนะครับเพื่อลดปริมาณไขมันที่จะเข้าไปสู่ร่างกายให้มากที่สุดครับโดยยังรับไขมันดีจากแหล่งอื่นนะครับเช่น ถั่วอัลมอนด์ , เนยถั่ว แต่ผมชอบไก่ทอดมากครับผมจะมี cheat meal อาทิตย์ละ 1-2 มื้อแต่ก็ไม่ได้ cheat แบบเต็มที่นะครับก็ยังลอกหนังออกก่อนเพื่อไม่ให้รู้สึกผิดมากจนเกินไปนักครับ

มาดูพัฒนาการน้ำหนักของผมดีกว่า (ผมเริ่มถ่ายหลังจากเริ่มออกกำลังกายมาได้แล้วเดือนกว่าๆนะครับ) ผมจะพยายามชั่งน้ำหนักตัวเองทุกอาทิตย์นะครับ เพื่อเป็นกำลังใจให้ตัวเอง และไม่ชั่งทุกวันเพราะไม่อยากไปโฟกัสหรือเครียดกับตรงนั้นมากจนเกินไปครับ โดยเฉลี่ยแล้วน้ำหนักผมจะลดอาทิตยละ 0.4-0.8 กิโลกรัมแล้วแต่อาทิตย์นั้นผมคุมอาหารหรือออกกำลังกายเข้มข้น มากแค่ไหนครับ แต่ที่ลดแน่ๆ คือไขมันลงทุกอาทิตย์

มาดูผลลัพธ์ของผมกันดีกว่าครับ

บทสรุปของเรื่องลดน้ำหนักของผมยังไม่จบนะครับ เพราะตอนนี้ผมสูง 170 แต่น้ำหนักยัง 78-79 อยู่ เป้าหมายคือ 70 กิโล และอยากมี sixpack ครับ ผมก็ยังปฏิบัติตัวเองเหมือนตอนแรกที่เริ่มลดน้ำหนักครับ เพียงแต่ว่าช่วงนี้เริ่มมีปล่อยกินตามใจปากมากขึ้นเล็กน้อยยังให้ cheat meal กับตัวเองทุกอาทิตย์ และมากกว่าความสุขที่สามารถเอาชนะใจตัวเองได้ก็คือผมมีความสุขกับชีวิตที่เปลี่ยนไปมาก จากเดินหากางเกงยีนส์สวยๆใส่ยากมากเพราะปกติเขาทำถึงแค่เอว 38 ตอนนี้ผมสามารถใส่กางเกงยีนส์ เอว 34 ได้แล้วครับ สุขภาพก็ดีขึ้นมากๆ และนี้คือเรื่องราวเอว 10 นิ้วที่หายไปของผมครับ

ติดตามSanook! Men

อัพเดตเทรนด์แฟชั่น สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายได้ที่นี่

เรื่องล่าสุดของหมวด Extreme

ดูหมวด Extreme ทั้งหมด