นั่งคุยกับ 'เอส-กันตพงศ์' ผ่านชีวิต 4 มุม

นั่งคุยกับ 'เอส-กันตพงศ์' ผ่านชีวิต 4 มุม

นั่งคุยกับ 'เอส-กันตพงศ์' ผ่านชีวิต 4 มุม เกี่ยวกับ เอส กันตพงศ์

In Magazine

สนับสนุนเนื้อหา

บทของ ‘หลวงเดชบริรักษ์’  จากละครพีเรียดเรตติ้งดี ‘ลิขิตริษยา’ ถือเป็นบทที่ท้าทาย เอส-กันตพงศ์ บำรุงรักษ์ เพราะพลิกบทบาทสู่ด้านดาร์กครั้งแรก ก่อนที่เขาจะได้รับบท ‘ธนา’ ในละครพีเรียด ดราม่าเข้มข้นเรื่อง ขมิ้นกับปูน งานนี้เจ้าตัวถึงกับออกปากแซวตัวเองว่าเป็นพระเอกสายพีเรียดไปแล้ว


จากใจ เอส
"เราไม่ได้ปลดล็อคแค่เรื่องของการแสดง แต่ปลดล็อคชีวิตด้วย พอปลดล็อกได้ทำให้เราเป็นคนจริงๆ มากขึ้น"

มุมแบบพระเอกพีเรียด
     "ปกติผมได้เล่นบทผู้ชายเพอร์เฟกต์ พอเล่นเรื่อง ลิขิตริษยา บทมันดาร์กๆ เพราะโดนของซึ่งผมอยากเล่น เป็นการพลิกบทบาทครั้งแรก ไม่กลัวคนเกลียดเลย ผมว่าคนดูเข้าใจแม้ว่าเวลาไปกินข้าวจะมีคนต่อว่าที่มีเมียเยอะ หรือคนอินมากจนว่าทำไมคุณหลวงโง่ขนาดนี้ (หัวเราะ) ผมดีใจนะเพราะถ้าไม่มีคนด่าแสดงว่าเราเล่นไม่ถึงบทบาท ผมถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เป็นมาสเตอร์พีซที่สุดเท่าที่ผมเคยเล่นมา
     "ส่วนในละครเรื่อง ขมิ้นกับปูน บทมีความเป็นมนุษย์จริงๆ คือมีรักโลภโกรธหลง เรื่องนี้มีความยากคือพี่ธง (ธงชัย ประสงค์สันติ) ให้บทเหมือนเป็นกลอน แต่เราต้องพูดเป็นภาษาพูดแบบคนในสมัยนั้นแล้วเราต้องพูดให้ติดปาก ความยากอีกอย่างคือเราเล่นในเจนเนอเรชั่นที่ 3 คือพอเป็นเราเล่น ธนาต้องรักกับ ปัทมา (แสดงโดยกรีน-อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล) ซึ่งพี่ธงจัดโปรแกรมเร่งรัดให้คือพอผมเจอน้องกรีนก็บังคับให้ผมกอดน้องกรีนทุกครั้ง เพราะในเรื่องเรารู้จักและรักกันมา 10 กว่าปี ซึ่งมันช่วยได้เยอะ 
     "สิ่งที่ผมเรียนรู้จากพี่ธงอีกอย่างคือ เราอ่านบทจำให้ขึ้นใจแล้วพอมาหน้าเซ็ตก็ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ แล้วอินไปกับอารมณ์นั้น วิธีนี้ทำให้เราเล่นได้ง่ายขึ้น"

มุมใหม่ที่อยากลอง
     "ผมต้องขอบคุณช่องที่ให้โอกาสและหวังว่าจะมีโอกาสดีๆ แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ในบทบาที่แตกต่างกันออกไป คือบ้านเรามองว่าพระเอกต้องเป็นคนดี แต่ฝรั่งไม่มีคำว่าพระเอก มีแค่นักแสดงนำฝ่ายชายหญิง ซึ่งนักแสดงนำอาจจะเป็นบทคนไม่ดีก็ได้ คือมีความเป็นมนุษย์ ส่วนละครที่อยากเล่นคือบู๊ของพี่เวอร์(โอลิเวอร์) เขามีความเรียล มีความเป็นภาพยนตร์คือพระเอกโดนต่อยได้ปางตายได้ อยากลองครับ เพราะตอนนี้เหมือนมาทางสายพีเรียด ก็ดีใจนะครับ ผมเชื่อว่าในช่องเราผมหน้าพีเรียดสุด มีความเป็นไทยมาก สมัยนี้หายากครับ (หัวเราะ)
     "ที่อยากเล่นบู๊เพราะผมชอบยิงปืนอยู่แล้ว ยิงมาตั้งแต่เด็กแต่อาจจะไม่ได้ยิงบ่อย แต่มันเหมือนคนขี่จักรยาน คือถ้าเราเป็นแล้วก็จะจำได้ แล้วคุณพ่อชอบสะสมปืนเพราะชอบมาก ผมว่ามันเป็นกีฬาที่ต้องมีสมาธิ เวลาเหนี่ยวไกต้องนิ่ง ลืมหายใจไปเลย ตอนยิงใจต้องว่าง ไม่คิดอะไร มันเป็นกีฬาที่เล่นแล้วได้เรื่องสมาธิ และประสาทสัมผัสมันก็ดีขึ้น นอกจากนี้ผมไปฝึกมวยเพิ่ม และเล่นกีฬาฟันดาบสากลอยู่แล้ว เลยคิดว่าเรามีพื้นฐานเล่นบู๊ได้"

 
มุมมองชีวิตแบบเอส
     "จนถึงทุกวันนี้ผมไม่ได้ดูละครเรื่องแรกของผมเลย ไม่กล้าดู รับตัวเองไม่ได้เพราะเล่นเป็นธรรมชาติ เป็นต้นไม้ เป็นหินมาก (หัวเราะ) เพราะเราไม่เข้าใจว่าการแสดงคืออะไร จนเรื่องที่ 2-3 ก็ยังไม่เก็ท ต้องขอบคุณครูแอ้ว (สุกัญญา นาคสนธิ์) เพราะพี่เอ (ศุภชัย) ให้มาสอนการแสดงผม ครูมีวิธีจิตวิทยาครับ ก็มาคุยจนรู้ว่าเราเป็นคนยังไง รู้ว่าเราเป็นพวกเพอร์เฟกชั่นนิสต์ ชีวิตเราไม่เป็นธรรมชาติ อยู่ในกรอบตลอด เขาไซโคพูดจนเราร้องไห้น้ำตาแตก วันนั้นที่เราทะลุกำแพงและปลดล็อคตัวเอง สิ่งที่ครูบอกคือความไม่มีกรอบ อยากร้องก็ร้องออกมา เราไม่ได้ปลดล็อคแค่เรื่องของการแสดง แต่ปลดล็อคชีวิตด้วย พอปลดล็อกได้ทำให้เราเป็นคนจริงๆ มากขึ้น โกรธได้ไม่ผิดแค่ต้องรู้วีธีควมคุม แล้วชีวิตเราก็สบายขึ้นเมื่อไม่มีกรอบ แต่ไม่ได้หมายความว่าทำสิ่งที่ไม่ดี ก็แค่เป็นเราที่แฮปปี้ขึ้น จากตรงนั้นมาตรงนี้ 5 ปี เราเห็นความต่างในการแสดงของเราเยอะครับ"

มุมมองบนวงการ
     "งานในวงการทำให้ผมรู้จักมิติของคนมากขึ้น รู้จักคนทุกรูปแบบจริงๆ บางทีไม่คิดว่าจะมีคนแบบนี้อยู่ เวลาเราเจอคนไม่ดีแรกๆ ก็หงุดหงิดรับไม่ได้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราแค่เลือกที่จะเดินออกมา แต่นี่มันไม่สามารถเดินออกมาได้ ก็ทำให้เราฉลาดที่จะอยู่กับมันมากขึ้น ใช้ธรรมะที่เราศึกษามาดูแลตัวเอง เวลาอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ชอบ มันเหมือนเอาเพชรไปโยนในตมก็เป็นเพชรอยู่ดี มันไม่ได้กลายเป็นตม แต่ถ้าเราไปคิดว่ามันคือตมแล้วไปรู้สึกแย่กับตมที่อยู่รอบๆ มันก็หมองเปล่าๆ เราแค่ปรับตัวให้เข้าใจว่ามันคือความคิดที่แตกต่างกัน พยายามมองให้เป็นโพสิทีฟทุกเรื่องแม้แต่เรื่องไม่ดี เช่น พยายามมองว่าทำให้เราแข็งขึ้น ทำให้เราต้องเก่งขึ้น ถ้าเรามองมันเป็นปัญหาเป็นความทุกข์ มันก็ทุกข์ ถ้ามองมันเป็นปัญหาแล้วมองหาทางออกก็จะมีทางออก เวลามีปัญหาผมมักคิดว่ามันเป็นเกม ซึ่งเลเวลที่สูงขึ้นมันก็ยากขึ้นเรื่อยๆ เราสนุกกับการได้อัพเลเวล ไม่งั้นก็เล่นแต่เลเวล 1 เท่ากับชีวิตก็อยู่ที่เดิม แต่ถ้าเราพยายามอัพมันไปเรื่อยๆ แก้ไขไปเรื่อยๆ เราก็เก่งขึ้นเอง"

ติดตามSanook! Men

อัพเดตเทรนด์แฟชั่น สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายได้ที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ เอส กันตพงศ์

เรื่องล่าสุดของหมวด Work

ดูหมวด Work ทั้งหมด