เจมส์ ฮันต์ สุดยอดเพลย์บอยนักแข่งแห่งยุค 70

เจมส์ ฮันต์ สุดยอดเพลย์บอยนักแข่งแห่งยุค 70

เจมส์ ฮันต์ สุดยอดเพลย์บอยนักแข่งแห่งยุค 70 เกี่ยวกับ เจมส์ ฮันต์

Workpoint TV

สนับสนุนเนื้อหา

ก่อนที่จะเป็นตำนานนักแข่งรถ F1 ที่เลื่องชื่อด้านปาร์ตี้แห่งยุค 70 เจมส์ ฮันต์ มีพรสวรรค์ในกีฬาหลายประเภทมาก่อน

 ภาพจาก formula1.com

ในช่วงวัยเด็ก เขาเป็นนักกีฬาคริกเก็ตของทีมโรงเรียน และเป็นโกลฟุตบอลอยู่ 2 ปี ตอนอายุ 12 ได้เข้าแข่งขันเทนนิสทัวร์นาเมนต์ และเอาชนะเด็กอายุ16 ปีสู่รอบสุดท้ายได้ หลังจากนั้นได้เข้าแข่งขันเทนนิสจูเนียร์วิมเบอร์ตัน และยังเล่นสควอช รวมถึงกอล์ฟอีกด้วย

ฮันต์เป็นเด็กฉลาดและเรียนรู้ไว หลงใหลในสัตว์และนก เขาอยากเป็นหมอเมื่อเติบโตขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว

แต่ภายใต้ความฉลาดของเขากลับมีความเป็นขบถแสดงตัวออกมาอยู่เสมอ เขาแก่แดดเกินอายุ อยากโตเกินไว ริสูบบุหรี่ตอนอายุ 10 ขวบ เป็นคนอารมณ์ร้อน เอาแต่ใจตนเอง และมีแนวโน้มที่จะวนเวียนอยู่กับอบายมุขตั้งแต่เริ่มเป็นวัยรุ่น

เหมือนกับฟ้าลิขิตให้เขาได้พบกับสิ่งที่จะยึดเป็นอาชีพ ฮันต์ได้ขับรถครั้งแรกจากการลองขับรถแทรกเตอร์ในฟาร์มที่เวลล์ในช่วงวันหยุดพักผ่อนของครอบครัว โดยมีเจ้าของฟาร์มเป็นผู้ฝึกสอน ซึ่งทำให้เขาหลงใหลการขับรถมาตั้งแต่นั้น

เขาได้ใบขับขี่หลังวันเกิดปีที่ 17 จนกระทั่งช่วงอายุ 18 เขาเดินทางไปบ้านเพื่อนที่เป็นคู่หูตีเทนนิสของตน พี่ชายของเพื่อนคนนั้นเป็นนักแข่งรถ และพาฮันต์ไปชมการแข่งขันซึ่งได้ครอบงำจิตใจเขาไปในที่สุด จนเขาเบนเข็มชีวิตจากการเป็นหมอมาสู่การมุมานะที่จะเป็นนักแข่งรถให้ได้

เจมส์ ฮันต์ เริ่มต้นอาชีพนักแข่งด้วยการตระเวนแข่งไปทั่วและก้าวเข้าสู่สนาม F3 จนลีลาการแข่งของเขาไปเข้าตาทีม Hesketh ในเพียงเวลาไม่นาน ฮันต์มีลีลาการขับรถแข่งที่มักจะหาข้อได้เปรียบจากช่องโหว่ของถนน จนได้รับฉายาว่า “ฮันต์จอมสับราง” จนลีลาการขับขี่แบบท้ามรณะของเขาได้พาเขาเข้าสู่การแข่งขัน F1 ในปี 1973 ก่อนจะมาร่วมทีม McLaren ในช่วงปลายปี 1975

เขาฉลาด เขาขี้เกียจ และเขาเก่งเกินใคร

ในขณะที่คนอื่นเพียรซ้อม หมั่นจดจำเส้นทางการแข่งขัน และตั้งสมาธิก่อนแข่ง แต่ฮันต์กลับแหกคอกกฏเกณฑ์ที่ใครๆ ทำกัน ช่วงเวลา 2 สัปดาห์ก่อนการแข่งของเขาจะล้อมรอบไปด้วยแอลกอฮอล์ กัญชา และโคเคนกับเพื่อนๆ โขยงใหญ่อย่างไม่แคร์สิ่งใด

เขากล้าหาญยามอยู่หลังพวงมาลัยตอนแข่ง เท้าเหยียบคันเร่งจมมิดอย่างไม่แคร์สภาพอากาศและความคดเคี้ยวของถนน ฮันต์ทุ่มเทให้การแข่งทุกครั้งราวกับจะเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในสนามจึงตักตวงความสุขในทุกนาทีที่มีโอกาสไขว่คว้า

เขาขึ้นชื่อเรื่องการมีเซ็กซ์ก่อนลงสนามแข่ง มีเรื่องเล่าว่า ในตอนเช้าตรู่เมื่อนักออกแบบหนุ่มได้เข้าไปในอู่รถเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนแข่ง เขาพบฮันท์ในชุดนักแข่งที่กองอยู่บนข้อเท้า และกำลัง “ขับขี่” สาวญี่ปุ่นอยู่อย่างออกรส ฮันต์หัวเราะลั่นเมื่อเจอผู้บุกรุก และขโยกสาวเจ้าต่อไปอย่างไม่สนใจสิ่งรบกวน จนนักออกแบบคนนั้นต้องรีบหนีออกไปเองด้วยความอับอาย

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ฮันต์ก็ออกมาจากอู่ และเดินไปรอบๆ ก่อนที่จะดำเนินพิธีกรรมก่อนการแข่งขันด้วยการอ้วกออกมาเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยตามแบบฉบับส่วนตัว และออกไปคว้าชัยชนะมาให้ทีมที่ตนสังกัด

ในปีแรกภายใต้สังกัดทีม McLanren ฮันต์ได้รับชัยชนะแรกจากการแข่งขัน World Championship ไปในปี 1976 ในการแข่งขันที่ 4 ของฤดูกาลสเปนแกรนด์กรังปรีซ์ แต่ถูกตัดสิทธิ์ในการแข่งขันด้วยเหตุผลว่า รถของเขามีความกว้างเกินกำหนดไป 1.8 เซนติเมตร แต่กลับได้ชัยชนะครั้งนั้นคืนมาหลังการอุทธรณ์

ฮันต์มีชื่อเสียงในทางที่ไม่ดี ทั้งเรื่องที่เป็นเสือผู้หญิง อารมณ์ร้อน ไม่เกรงใจใคร เป็นจอมเจ้าชู้ที่หมกมุ่นอยู่กับเซ็กซ์ และแอลกอฮอล์อย่างเปิดเผย
 

แต่ทั้งนี้เขากลับมีเสน่ห์ดึงดูดใจสาวๆ และสปอนเซอร์ด้วยราศีของซูเปอร์สตาร์ขบถที่ฉายแสงบนตัวเขา และการเข้าร่วมแข่งขัน F1 ก็ทำให้เขามีชื่อเสียงและเงินทองมากมาย จนทำให้เขาสามารถใช้ชีวิตวนเวียนอยู่กับความชอบเหล่านี้ได้อย่างสบายยิ่งนัก

เขามีความสัมพันธ์กับบรรดาสาวงามหลายคน เลือกที่จะปรากฎตัวในงานสังคมในสภาพไม่สวมรองเท้าและกางเกงยีนส์ ชื่นชอบการดื่มพอๆ กับการใช้โคเคน และกัญชา โดยปกติแล้วผู้คนจะพบเขาได้ที่ไนต์คลับ และดิสโก้เธค และมักใช้ชีวิตไปกับการปาร์ตี้พอๆ กันกับชีวิตในสนามแข่ง

ครั้งหนึ่ง ในช่วงสองสัปดาห์ก่อนแข่งที่ประเทศญี่ปุ่น ฮันต์ได้จัดปาร์ตี้ส่วนตัวร่วมกับบรรดาสจ๊วร์ต และแอร์โฮสเตสของสายการบินบริติชแอร์เวย์สที่โรงแรมที่เขาพัก ก่อนที่จะลากสาวๆ แอร์โอสเตสทั้ง 33 คนที่เขาเชิญมาร่วมงานขึ้นเตียงแบบสลับคู่วนเวียนกันอยู่ในทุกค่ำคืนตลอดสองสัปดาห์ก่อนที่การแข่งจะเริ่มต้นขึ้น

 

โดยเฉพาะวันสุดท้ายก่อนที่จะแข่ง ฮันต์บอกว่าเขานอนกับสาวๆ แอร์โฮสเตสทีเดียวพร้อมกันถึง 2 คน อีกทั้งเขายังอ้างอีกว่า เขาเคยผ่านประสบการณ์กับสาวๆ มาแล้วกว่า 5,000 คน ซึ่งยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์เพลย์บอยของเขาให้เป็นที่จดจำมากขึ้น และเขาก็ดูจะไม่แยแสแต่อย่างใด แม้ว่าเขาจะแต่งงานแล้วกับนางแบบสาว ซูซี มิลเลอร์ ก็ตาม

เป็นที่รู้กันดีว่า คู่แข่งตลอดกาลของ เจมส์ ฮันต์ คือ นิกกี้ เลาด้า (ที่เรื่องราวของพวกเขาถูกถ่ายทำเป็นภาพยนตร์เรื่อง Rush ในภายหลัง) แม้จะเป็นคู่แข่งกันก็ตามที แต่คนทั้งสองก็นับถือกันเป็นเพื่อน และเคยเช่าแฟลตในลอนดอนอยู่ด้วยกันในช่วงเริ่มต้นอาชีพนักแข่ง F1

ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เลาด้าพูดถึงฮันต์ไว้ในหนังสือชีวประวัติของตนไว้ว่า "ฮันต์เป็นคนที่เปิดเผยและซื่อสัตย์ต่อพระผู้เป็นเจ้า"

เขานับถือในการเป็นคนเลือดร้อนของฮันต์ ความกล้าหาญ และภาพลักษณ์ซูเปอร์สตาร์ของฮันต์ที่เขาไม่มี ในขณะเดียวกัน ฮันต์เองก็อิจฉาความสามารถในการวิเคราะห์ ความเข้มงวดกวดขัน และความมีวินัยอันสูงลิ่วของเลาด้าด้วยเช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าต่างชื่นชมกันและกัน และต่างเป็นส่วนสะท้อนในสิ่งที่ตนขาดหายไป

หลังจากเกษียณอายุจากการเป็นนักแข่งในปี 1979 ฮันต์ได้เริ่มต้นอาชีพใหม่ในการเป็นนักวิจารณ์ฝีปากกล้าของรายการ Grands Prix ของ BBC โดยเป็นผู้ให้ข้อมูลเชิงลึกในแวดวงแข่งรถ และมีคำวิจารณ์อันเจ็บแสบชนิดบาดรูทวารจนริดสีดวงแตกกระจายไว้สำหรับนักแข่งที่ยังไม่มีความพยายามที่มากพอ

ฮันต์เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจในวัย 45 ปี ปิดตำนานนักแข่งเพลย์บอยที่โลกรักไปในปี 1993 เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นนักแข่งรถที่ยอดเยี่ยมในตำนานจาก the Motor Sport Hall of Fameเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2014 ดาเนียน สมิธ บรรณาธิการนิตยสาร Motor Sport magazine กล่าวถึงฮันท์ไว้ว่า

“เจมส์ ฮันต์ อยู่ในฐานะฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่ เขาเป็นคนที่อยู่เหนือใครๆ ในสังเวียนแข่งรถ เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงสู่การเป็นอัจฉริยะระดับโลก และเป็นสัญลักษณ์ในช่วงปี 1970 ซึ่งแม้ว่าคุณจะไม่ใช่แฟนๆ นักแข่งรถ แต่คุณก็รู้ว่าเจมส์ ฮันต์ คือใครอย่างแน่นอน“

ส่วนประโยคเด็ดที่เจมส์ ฮันต์ กล่าวทิ้งไว้ที่ใครๆ ก็ลืมไม่ลงซึ่งครอบคลุมถึงชีวิตเพลย์บอยนักแข่งของเขาไว้ได้อย่างครบถ้วน คือคำพูดของเขาที่ว่า “เซ็กซ์คืออาหารเช้าของแชมป์เปี้ยน”

บทความโดย Referee No.4

เรื่องล่าสุดของหมวด Work

ดูหมวด Work ทั้งหมด