เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย พระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยชั่วกาล

ทอล์คเรื่องใต้สะดือ ล้วงดูประวัติศาสตร์ติดเรท

ทอล์คเรื่องใต้สะดือ ล้วงดูประวัติศาสตร์ติดเรท

ทอล์คเรื่องใต้สะดือ ล้วงดูประวัติศาสตร์ติดเรท เกี่ยวกับ ถุงยาง

gqthailand

สนับสนุนเนื้อหา

เปิดมาด้วยหัวข้อเรื่องใต้สะดือติดเรทแถมยังต้องล้วงดูอีก คงจะพูดเรื่องอะไรไปไม่ได้นอกจาก ‘เรื่องอย่างว่า’ แต่ครั้งนี้ไม่ได้มาพูดในมุมที่เราคุ้นเคยหรือรู้จักทั่วๆ ไป เพราะจะเล่าถึงประวัติศาสตร์ใต้ร่มผ้าย้อนไปตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษจนมาถึงปัจจุบัน ใครจะรู้ว่าเมื่อหลายร้อยพันปีก่อนบรรพบุรุษของเราก็มีเรื่องใต้สะดือที่ติดเรทจนน่าตกใจ บางเรื่องอาจจะแปลกประหลาดอัศจรรย์กว่าคนในยุคปัจจุบันด้วยซ้ำ

กว่าจะเป็น ถุง-ยาง

เพราะเป็นสิ่งที่ใช้สวมใส่อวัยวะเพศเพื่อป้องกันโรคติดต่อและช่วยคุมกำเนิด ที่สำคัญถูกผลิตขึ้นจากยางพารา มันจึงถูกเรียกว่า ถุง - ยาง - อนามัย ในยุคนี้ถุงยางเป็นสิ่งที่หาซื้อง่ายใช้คล่อง แถมราคายังไม่แพง แต่ก่อนที่ถุงยางจะหาซื้อได้สะดวกและสวมใส่ได้ง่ายแบบทุกวันนี้ มันมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานย้อนไปหลายพันปีก่อนคริสตกาล มันเคยถูกผลิตจากวัตถุดิบหลากหลายประเภทจนเราคาดไม่ถึงว่าของแบบนี้ก็เอามาสวมใส่กับอวัยวะเพศได้ด้วย

ในอิยิปต์โบราณ นอกจากถุงยางจะป้องกันโรคและระงับการตั้งครรภ์แล้ว ถุงยางยังถูกเอามาสวมใส่อวัยวะเพศเพื่อป้องกันแมลงมีพิษโดยเฉพาะงูและแมงป่อง มาที่ฝั่งเอเชีย ประเทศจีนใช้ลำไส้เล็กของแกะและผ้าไหมกันน้ำมาตัดเย็บถักทอด้วยมือจนเป็นถุงยาง จะพูดว่าถุงยางเป็นงานคราฟท์ในยุคนั้นก็คงจะไม่ผิด ส่วนญี่ปุ่นใช้วัตถุดิบจากส่วนประกอบของกระดองเต่าและเขาสัตว์

ถุงยางที่ยืดหยุ่นและดูไม่น่ากลัวเมื่อต้องสวมใส่กับอวัยวะส่วนนั้นเพิ่งจะถูกคิดค้นขึ้นในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมในปี 1860  ต้องยกความดีความชอบให้กับ Charles Goodyear นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันที่เริ่มนำยาง (Rubber) มาผ่านกระบวนการทางเคมีเพื่อให้เกิดความแข็งและสามารถยืดหยุ่นได้มาผลิตถุงยาง แต่ในยุคนั้นถุงยางผลิตมาแต่ไซส์ใหญ่ แถมยังแข็งและหนาเหมือนกับยางรถ และมักจะถูกรียูสใช้ใหม่จนกว่าจะขาด

ถุงยางอนามัยที่สะดวกต่อการใช้งานจริงๆ เกิดขึ้นในปี 1920 ผลิตโดยวัสดุที่เรียกว่า ลาแท๊กซ์ (Latex) เป็นยางชนิดหนึ่งที่คงทนและยืดหยุ่นกว่ายางแบบเดิม ถุงยางจากลาแท๊กซ์ถือเป็นต้นแบบของถุงยางในปัจจุบัน ถุงยางอนามัยถูกใช้อย่างแพร่หลายไปทั่วโลกในช่วงปี 1990 เพื่อใช้ป้องกันเอดส์ ซึ่งเป็นโรคกระบาดรุนแรงในยุคนั้น

จากกระดองเต่า ลำไส้เล็ก พัฒนามาสู่ยางและลาแท็กซ์ที่สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น ล่าสุดถุงยางได้ถูกพัฒนาให้มีฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลายในการใช้ นอกจากจะไม่ขัดอารมณ์แล้วยังถูกออกแบบมาให้สร้างบรรยากาศใหม่ๆ มีตั้งแต่ ผิวเรียบและบางจนแทบไม่รู้สึกเวลาสวมใส่ แบบผิวขรุขระและเป็นหัวเกลียว หรือแบบส่งกลิ่นเวลาใช้งานที่มีให้เลือกหลากหลาย  ทั้งกลิ่นกาแฟ กลิ่นเมลอน ฯลฯ

การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง

การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง หรือที่เรียกย่อๆ ว่า ‘การช่วยตัวเอง’ เป็นกิจกรรมที่ธรรมดาสามัญของผู้ชายในปัจจุบัน และเชื่อว่าผู้หญิงหลายๆ คนก็เช่นกัน ที่บอกว่าปัจจุบันเพราะในยุคสมัยหนึ่ง การช่วยตัวเองเคยตกเป็นข้อถกเถียงในทางเสียๆ หายๆ อยู่หลายหน เช่น ในศาสนาคริสต์และอิสลามเคยมองและยังมองว่าการช่วยตัวเองเป็นบาป ในยุคหนึ่งเชื่อว่าการที่ผู้ชายช่วยตัวเองบ่อยๆ จะทำให้ตาบอดและเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ  

ถึงแม้การช่วยตัวเองจะเป็นเรื่องต้องห้าม แต่ในยุคกลางที่ประเทศฝรั่งเศส การออกมาสำเร็จความใคร่กลับเป็นการแสดงออกถึงพลังทางเพศ เป็นที่รู้กันว่าการหย่าถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายของยุโรปในยุคนั้น แต่มีเหตุผลหนึ่งที่ศาลจะยอมให้เกิดการหย่าขึ้นได้นั่นคือ การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ชายผู้ถูกกล่าวหาจะต้องพิสูจน์ตัวเองต่อศาลว่าอวัยวะส่วนนั้นยังใช้การได้ดีอยู่ด้วยการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองจนกว่าศาลจะพอใจ

ความจริงแล้วการสำเร็จความใคร่เป็นสิ่งที่บรรพบุรุษของเราค้นพบมานานแล้วว่าสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่เรื่องสมัยใหม่หรือเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมา หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุถึง 28,000 ปี เป็นหินที่ถูกขัดจนมีลักษณะคล้ายดิลโด้ ถูกค้นพบที่ถ้ำ Hohle Fels ประเทศเยอรมัน นอกจากนี้ยังพบภาพวาดทั้งชายหญิงกำลังสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองจำนวนมากที่ถูกเขียนขึ้นในยุคก่อนประวัติศาสตร์ แต่โดยส่วนมากมักจะเป็นภาพวาดของผู้ชาย ในวัฒนธรรมกรีกก็เชื่อว่าการช่วยตัวเองเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ถึงกับมีนักปรัชญาออกเชิญชวนให้คนออกมาสำเร็จความใคร่ในที่สาธารณะ

ปัจจุบันการช่วยตัวเองถูกทดสอบว่าช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและถือเป็นการผ่อนคลายที่ทำให้ร่างกายปลดปล่อยความเครียดออกมา มันจึงไม่ใช่เรื่องให้โทษและเป็นเรื่องต้องห้ามภายใต้เงาของศาสนาอีกต่อไป

ความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสิ่งไร้ชีวิต

ในยุคหลังสมัยใหม่ (Post-Modern) หรือช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของมนุษย์ว่าจะสามารถมีความสัมพันธ์ทั้งทางกายและทางใจกับสิ่งที่ไม่มีชีวิตได้หรือไม่ เช่นความสัมพันธ์ที่คนมีให้กับหุ่นยนต์และสิ่งของ แม้ประเด็นนี้จะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดอย่างจริงจังในยุคนี้ แต่เรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสิ่งไม่มีชีวิตเกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่ยุคประวัติศาสตร์

ก่อนที่ญี่ปุ่นจะผลิตตุ๊กตายาง บรรพบุรุษของเราใช้รูปปั้นสตรีในการระบายความใคร่แทนมาก่อน ในยุคกรีกมีการจดบันทึกว่าพบชายกำลังพยายามมีความสัมพันธ์ทางกายกับรูปปั้นคิวปิด และในปี 1877 มีรายงานว่ามีการจับกุมชาวสวนคนหนึ่งขณะกำลังพยายามทำเช่นนั้นกับรูปปั้นวีนัส

ส่วนในปัจจุบัน หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อของ Davecat ชายชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่กับตุ๊กตายางถึง 3 ตัว ก เขามีความสัมพันธ์ทั้งทางกายและทางใจกับตุ๊กตาของเขา ตุ๊กตายางแต่ละตัวถูกผลิตออกมาเป็นพิเศษตามที่เขาออกแบบไว้ โดยตุ๊กตาตัวแรกมีชื่อว่า Sidore Kuroneko เป็นตุ๊กตาที่เป็นภรรยา ส่วนอีกสองตัวชื่อ Elena และ Muriel อยู่ในบ้านในฐานะเป็นเพื่อนสนิท (หรือกิ๊ก) ของเขา

และในอนาคตอันใกล้นี้ เราคงเห็นหุ่นยนตร์ที่ถูกผลิตมาเพื่อรองรับกิจกรรมทางเพศโดยเฉพาะ หรือเรียกสั้นๆ ว่า Sex Robot กำลังถูกพัฒนาขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ตัวหุ่นมีลักษณะเหมือนคนทั้งผิวหนังที่อ่อนนุ่มและยังให้สัมผัสอุ่น รวมถึงยังมีลมหายใจเพื่อความสมจริงอีกด้วย

เรื่อง: K.bott

ภาพ: www. petticoatsandpistols.com, www.therooster.com, whysoangry.ca, www.flickriver.com

เรื่องล่าสุดของหมวด Play

ดูหมวด Play ทั้งหมด