เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย พระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยชั่วกาล

พิริยะ กุลกาญจนาชีวิน The Power of Story

พิริยะ กุลกาญจนาชีวิน The Power of Story

พิริยะ กุลกาญจนาชีวิน The Power of Story เกี่ยวกับ พิริยะ กุลกาญจนาชีวิน

นิตยสาร 247

สนับสนุนเนื้อหา

“ผมเชื่อว่าการให้ความรู้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้”

ประโยคนี้เป็นหนึ่งในถ้อยคำสนทนาระหว่างเรากับ ‘พิริยะกุล กาญจนาชีวิน’ Story Curator หนุ่มและผู้ร่วมก่อตั้ง ‘Glow : Power of Story’ บริษัทที่จัดอีเวนต์และงานเสวนาดีๆที่ส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านเรื่องราวของคนที่พิริยะและทีมงานคัดสรรแล้วว่าเรื่องราวของเขาน่าสนใจเกินกว่าจะปล่อยผ่านและจะมีประโยชน์มากหากเรื่องราวนั้นถูกส่งออกไปเขาได้แรงบันดาลใจการจัดงานเสวนานี้หลังเคยเป็นEvent Managerให้กับ TEDxChiangMaiงานเสวนาระดับโลกที่ได้รับสิทธิ์จาก TED Talks ให้จัดขึ้นที่เชียงใหม่หลังจากจบงาน TEDxChiangMaiเขารู้สึกว่าตัวเองสนุกกับงานที่ทำหลังจากนั้นพิริยะมีโอกาสทำงานกับTEDxBangkokอีกครั้งยิ่งตอกย้ำความมั่นใจในตัวเองว่าเขาอยากจะทำอะไรโดยมีความเชื่อมั่นว่า ‘พลังของเรื่องราว’ จะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ไม่ต้องมองหาผลลัพธ์ที่ไหนไกลว่าพลังของเรื่องราวจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ไหมอย่างน้อยที่สุดเรื่องราวที่เขาพบเจอ ก็เปลี่ยนเป็นพลังให้พิริยะกล้าเดินไปยังเส้นทางสายที่เขาเลือก

หลังเรียนจบผมได้ทำงานกับTEDxChiangMai ในฐานะ Event Manager เมื่อปี 2014 ซึ่งเราได้เรียนรู้กระบวนการการจัดอีเวนต์ที่เป็นมืออาชีพจริงๆพอกลับมากรุงเทพฯเราได้งานประจำที่หนึ่งแต่ตอนกลางคืนผมก็ทำงานเป็นส่วนหนึ่งในทีมTEDxBangkokด้วยถึงเป็นงานที่ไม่ได้เงินแต่เรามีความสุขมากเราสามารถคุยกับใครก็ได้ได้รู้ชีวิตของคนๆหนึ่งตั้งแต่เกิดมาจนชีวิตตกตะกอนเกิดเป็นความรู้ที่สะสมในชีวิตแล้วได้ส่งต่อเรื่องราวนี้ให้กับคนอื่นๆซึ่งมันมีพลังมากเลยนะและการที่เราได้คุยกับคนที่เราเชิญมาขึ้นเวที ได้ทำงานร่วมกับผู้พูด (speaker) ที่เก่งๆ แล้วเขารับฟังไอเดียเราเพื่อนำไปปรับปรุงก่อนจะพูดบนเวทีทั้งที่เราเป็นเด็กจบใหม่ผมดีใจมากเลยนะ

การเป็นส่วนหนึ่งของ TEDxBangkok เหมือนเป็นพื้นที่ให้ปล่อยของ หลังจากนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองอยากทำอะไรแบบนี้บ้างเรารู้จักกับเพื่อนคนหนึ่งที่ทำ TEDx มาด้วยกันและทำงานที่เดียวกันชื่อป่าน (ปิยพัทธ์ปฏิโภคสุทธิ์) คุยกันก็ถูกคอเลยชวนมาเปิดบริษัท Glow : Power of Story’เมื่อตุลาคมปีที่แล้ว บริษัทเรารับจัดอีเว้นท์ทอล์คเพื่อการเปลี่ยนแปลงซึ่งตามนิยามและความเชื่อของเรามันจะเป็นอีเว้นท์ที่มีการเปลี่ยนแปลงและมีความหมายเราอยากทำงานที่ได้ทั้งรายได้และให้ความหมายแก่คนอื่นด้วยงานแรกเป็นงาน Creative Citizen Talk ของกลุ่ม CreativeMOVEซึ่งเราก็ได้เจอคนที่หลากหลายเยอะมากและเริ่มเห็นตัวตนของสิ่งที่เราทำชัดขึ้นเหมือนได้ช่วยสนับสนุนคนที่มีของได้เล่าเรื่องของพวกเขาให้ชัดขึ้นก็ตรงกับชื่อบริษัทว่า Glow ซึ่งเปรียบเสมือนว่าความสว่างที่แต่ละคนมีเราจะช่วยทำให้มันชัดขึ้น ใครที่มีแสงเราจะไปช่วยขัดให้มันวาวขึ้น

สิ่งที่ผมทำเรียกว่า ‘Story Curator’ รูปแบบงานก็คล้ายกับ Curator ในพิพิธภัณฑ์หรือหอศิลปะที่คอยเลือกคอลเลคชั่นงานมาจัดแสดงเราทำงานคล้ายกันแต่เปลี่ยนสถานที่มาอยู่บนเวทีโดยหน้าที่ผมก็เริ่มตั้งแต่คิดคอนเซ็ปต์งานเช่นหากเราอยากสร้างงานเสวนาสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งก็ต้องไปค้นคว้าข้อมูลก่อนว่าคนที่เป็นมะเร็งเขามีปัญหาอะไรและอะไรที่เราสามารถช่วยอะไรเขาได้จากนั้นจึงเริ่มหาผู้พูดที่สามารถสร้างพลังจากเรื่องราวของตัวเองแล้วส่งต่อแรงบันดาลใจไปยังคนอื่นได้ซึ่งในกระบวนการหาคนพูดนั้นผมก็ต้องไปสัมภาษณ์ชีวิตเขาไปรับรู้ปัญหาพูดคุยเรื่องมุมมองชีวิตเขาแล้วเราจะเลือกเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อคนฟังภายในระยะเวลาประมาณ 10-15 นาทีโดยเราทำหน้าที่ช่วยเขาฝึกพูดช่วยเขาซ้อมพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์จนถึงขึ้นตอนสุดท้ายคือดันตูดเขาออกไปยืนบนเวทีเลย (หัวเราะ) นั่นแหละที่เป็นงานของเรา

ตอนนี้เรากำลังทำโครงการสำคัญให้กับ ‘มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ’อยู่ งานนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนของบริษัทเหมือนกันเพราะตอนแรกผมมองว่าเราเป็นนักจัดอีเว้นท์ทอล์คแต่พอมาทำจริงๆเราไม่ได้อินกับการจัดอีเว้นท์เราอินกับ ‘เรื่องราว’ ผมได้รับการติดต่อจากพี่ๆทีมงานมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯให้จัดงานนี้ขึ้นมา แต่โจทย์คือเขาไม่อยากให้ทำอีเว้นท์ทอล์คแต่อยากให้ทำอย่างไรก็ได้ให้คนเข้าใจประเด็นเรื่องปัญหาหมอกควันภูเขาหัวโล้นว่าเกิดจากอะไรกันแน่ที่เราเข้าใจกับความเป็นจริงมันต่างกันเยอะแล้วจะทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่เข้าใจเรื่องนี้เแล้วก็เปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องทางทีมงานให้ผมคิดเรื่องราวเป็นลักษณะทริปให้เลือกชีวิตคนๆหนึ่งแล้วนำมาเล่าให้คนรุ่นใหม่เข้าใจประเด็นได้มากที่สุดให้เกิดความรู้สึกที่เขาอยากกลับไปสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริงๆโดยเราเลือกที่จะพาคนไปที่จังหวัดน่านก่อนสำหรับทริปแรกประมาณเดือนพฤษภาคมอยากเชิญคนที่เป็นกระบอกเสียงได้ร่วมทริปนี้จะได้เห็นชาวบ้านเขาอยู่ยังไง จะแก้ไขปัญหาได้ในโมเดลไหนบ้าง ซึ่งตอนนี้ก็เร่งทำอยู่

สิ่งที่ทำถือว่ายังใหม่มาก จึงต้องมาเน้นเรื่องการสื่อสารหรือทำ Branding ให้เยอะขึ้นกว่าเดิมผมไม่ได้เรียน Marketing มาพอรู้ว่าเราใหม่ทำให้ต้องเร็วมากในการที่จะเรียนรู้ตลอดเวลาผมยอมรับว่าเราโง่ตลอดเวลาเวลาไปคุยกับ speaker ผมจะเป็นคนที่โง่ที่สุดเสมอเวลาเราคุยงานกับลูกค้าเราจะไม่แอ๊บว่าเราเป็นมืออาชีพหรือไม่เคยผิดพลาดแต่จะแสดงให้รู้ว่าเราเป็นตัวเราแล้วก็พร้อมที่จะเรียนรู้ไปกับคุณฉะนั้นงานทอล์คมันเป็นงานที่ออกใบสั่งที่ออกมาแล้วไปวางแปะเลยคงไม่ได้แต่เราต้องมาเชื่อมโยงกับตัว speaker กับลูกค้าเองกับตัวเราเองด้วยดังนั้นความเป็นคนพร้อมที่จะเรียนรู้เป็นสิ่งที่สำคัญที่ทำให้เราเรียนรู้ได้เร็วและเติบโตตลอดเวลา

มีเรื่องโจ๊กเรื่องหนึ่งที่ผมเคยฟังแล้วขำ นั่นคือ “เมืองไทยมีดีทุกอย่างเลยน้ำดินธรรมชาติเสียอย่างเดียวคือคนไทย” แต่พอได้มาเป็น Story Curator ผมกลับไม่ขำกับโจ๊กนี้แล้วเพราะจริงๆคนไทยทุกคนมีของเยอะมากแต่คนทุกคนมองไม่เห็นเรายังขาดเวทีขาดพื้นที่สื่อพื้นที่ในการปล่อยเรื่องราวพวกนี้ยังมีไม่พอผมเลยอยากสร้างเวทีแบบนี้ไปเรื่อยๆหรือถ้ามีคนอื่นมาช่วยสร้างเวทีแบบเราก็ได้มันน่าจะช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรๆได้อีกมากมายในสังคม

My Profile
การศึกษา : โครงการจีนศึกษา วิทยาลัยนานาชาติปรีดีพนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อาชีพ : Story Curator และหนึ่งในผู้ก่อตั้ง ‘Glow : Power of Story’

After Work
ช่วงนี้ไม่มีเวลาพักผ่อนเท่าไหร่ กลับบ้านก็ตีสองแล้ว (หัวเราะ) แต่ถ้าว่างจริงๆ ผมจะชอบนอนอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน บ้านผมอยู่ใกล้ทะเลอากาศดีมาก ก็จะเอาเก้าอี้มาตั้งแล้วก็นอนอ่านหนังสือชิลๆ

เรื่องล่าสุดของหมวด Work

ดูหมวด Work ทั้งหมด