เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย พระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยชั่วกาล

เรื่องควรรู้ในการสัมภาษณ์ สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ

เรื่องควรรู้ในการสัมภาษณ์ สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ

เรื่องควรรู้ในการสัมภาษณ์ สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ เกี่ยวกับ ผู้ชาย

www.ejobeasy.com

สนับสนุนเนื้อหา

ทุกองค์กรล้วนต้องการคนดีมีความสามารถ ซื่อสัตย์ และมีคุณสมบัติพิเศษบางประการ ที่เป็นประโยชน์กับการทำงาน และการทำงานร่วมกับผู้อื่น หรือถ้าหากเป็นตำแหน่งตั้งแต่หัวหน้าขึ้นไป ก็จะต้องมีศักยภาพด้านการปกครองบังคับบัญชาผู้ที่อยู่ในความรับผิดชอบของตน

วิธีการและคำถามในการสัมภาษณ์งานที่จะนำมาเป็นแนวคิดให้กับผู้หางาน ซึ่งจะนำเสนอต่อไป ล้วนเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ เพื่อให้ได้รับการคัดเลือกเข้าทำงาน แนวคิดนี้มาจากวิธีและคำถามในการสัมภาษณ์งานของบริษัทซัมซุง ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักกันทั่วไป ปัจจุบันคงไม่มีใครไม่รู้จัก บริษัทนี้ซึ่งมีสัญชาติเกาหลี ที่แซงหน้าคู่แข่งจนก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์นำระดับโลก ทั้งที่ประมาณสิบปีก่อนหน้านี้ ซัมซุง ยังเป็นเพียงแบรนด์เล็กๆที่มีส่วนแบ่งการตลาดเพียงน้อยนิด จนทำให้คนสงสัยว่าอะไรทำให้ซัมซุงกลายเป็นผู้ชนะในทุกวันนี้

นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ได้นำวิธีและคำถามในการสัมภาษณ์งานของบริษัทซัมซุงมาเป็นข้อคิดของผู้ที่จะเข้ารับการสัมภาษณ์ เพื่อให้มีการเตรียมตัว ทัศนคติในการตอบคำถาม ที่ถูกต้องและถูกใจผู้สัมภาษณ์ จนได้รับการคัดเลือกตามที่ปรารถนา
คำว่า "รู้เขา-รู้เรา" เป็นเหตุเป็นผลอย่างยิ่งที่จะทำให้คุณได้รับการคัดเลือก


ผู้สัมภาษณ์มีแนวคิดอย่างไรในการสัมภาษณ์
ผู้หางานที่เข้ารับการสัมภาษณ์ หลายคนมักจะคิดว่าการสัมภาษณ์คือการสอบอย่างหนึ่ง จึงคิดว่าถ้าผ่านการสอบได้ก็จะได้ทำงานในบริษัทนั้น จริงอยู่ที่ด้านหนึ่งของการสัมภาษณ์คือการสอบ แต่ถ้าคิดเพียงแค่นี้โอกาสผิดหวังก็มีมากทีเดียว เพราะคุณไม่รู้ว่าผู้สัมภาษณ์คิดอะไร และคุณควรพูดหรือแสดงความคิดเห็นอย่างไร จึงจะเข้าตากรรมการ
จริงอยู่ผู้สัมภาษณ์แต่ละคน จะมีเกณฑ์แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นความกระตือรือร้น ความทะเยอทะยานหรือจิตวิญญาณแห่งการท้าทาย ฯลฯ แต่ไม่ว่าพวกเขาจะมีเกณฑ์อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนั้นก็เพื่อตอบโจทย์ข้อสอบที่จะคัดเลือกคือ
-อันดับแรกจะต้องเป็น "คนน่าเชื่อถือ" เพราะคงไม่มีบริษัทใดต้องการรับคนขี้โกหก แอบอ้างผลงานคนอื่นและไม่ซื่อสัตย์เข้ามาทำงาน ไม่ว่าคนคนนั้น จะเก่งสักแค่ไหนก็ตาม
-อันดับที่สอง คือ "ศักยภาพการทำงาน" บริษัทกับพนักงานเกี่ยวข้องกันด้วยสัญญาเกี่ยวกับแรงงาน จึงต้องดูคนคนนั้นสามารถทำตามสัญญานั้นได้หรือไม่

ดังนั้นหากคุณรู้ถึงจุดมุ่งหมายสำคัญสองประการดังกล่าวของผู้สัมภาษณ์ คุณย่อมตั้งรับได้ถูกต้อง เพราะหากไม่รู้ในเรื่องนี้ อาจจะทำให้คุณไม่ได้รับการคัดเลือกก็ได้
เช่น ถ้าคุณเริ่มคุยโตโอ้อวด เพราะอยากจะโฆษณาจุดแข็งของตนเองแล้วละก็ จะส่งผลร้ายต่อคำถามข้อแรก "คุณเป็นคนน่าเชื่อถือหรือไม่" ยิ่งถ้าคุณคุยถึงเรื่องที่ไม่เป็นเหตุเป็นผลด้วยแล้วละก็ ทุกอย่างคือว่า "จบ"

บางครั้งผู้สัมภาษณ์อาจจะถามว่า "ช่วยบอกข้อเสียของคุณให้เราฟังหน่อย" คำถามนี้ต้องการคำตอบที่พิเศษนิดหน่อย เคยมีผู้เข้ารับการสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกให้เป็นหัวหน้างานบุคคลผู้นี้จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง เคยทำงานในบริษัทใหญ่มาเป็นเวลานาน แถมยังเป็นผู้จัดการสาขาในต่างประเทศด้วย จึงมีศักยภาพในการจัดการงานหลายด้าน ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจคนหนึ่งเลยทีเดียว

แต่เมื่อถูกถามว่า "ลองอธิบายข้อเสียของตัวเองหน่อย" เขาตอบว่า "ผมรู้สึกเหนื่อยกับการจัดการลูกน้อง" แม้ว่าคำตอบนี้จะตรงไปตรงมาและไม่มีอะไรซ่อนเร้น แต่ทำให้บริษัทลังเลที่จะเลือกเขา เพราะนี่เป็นการคัดเลือกหัวหน้าทีมงานแต่เขากลับยอมรับว่าการจัดการลูกน้องเป็นเรื่องยาก
ที่จริงคำถามนี้ไม่ได้ให้คุณปิดบังข้อเสียของตัวเองหรอก เพราะหากคนตอบๆว่า "ผมไม่มีข้อเสีย" ก็จะถูกตัดสินว่าไม่น่าเชื่อถือ ดังนั้นการตอบว่าตนมีข้อเสีย และแสดงความสามารถในการลดข้อเสียนั้น และบอกให้รู้ถึงแผนการปรับปรุงตัวเองในอนาคตด้วย
นั่นจะเป็นคำตอบที่สมบูรณ์ที่สุด และบริษัทจะไม่สับสนที่จะเลือกเขามาเป็นพนักงาน
เพราะฉะนั้นไม่ว่าคำถามจะออกมาในรูปแบบใดก็ตาม ล้วนมุ่งไปสู่ตัววัด 2 ตัวดังกล่าวข้างต้น คือความน่าเชื่อถือและศักยภาพการทำงานทั้งสิ้น

บริษัทส่วนใหญ่ต้องการรับผู้ที่มีประสบการณ์ในงานมาก่อน มากกว่าผู้ที่จบการศึกษาและยังไม่เคยทำงานมาเลย แต่ถ้าคุณเข้าใจจุดมุ่งหมายของผู้สัมภาษณ์ดังกล่าวข้างต้น คุณย่อมโฆษณาตัวเองให้น่าเชื่อถือและให้มองว่าคุณจะมีศักยภาพในการทำงานร่วมกับคนอื่นได้เป็นอย่างดี ข้อนี้เป็นเรื่องสำคัญในการตอบคำถาม หรือการแสดงความคิดเห็น
ผู้สมัครบางคนเคยทำงานมาหลายแห่ง มีประสบการณ์หลากหลายน่าสนใจ แต่เมื่อผู้สัมภาษณ์ถามว่า "เขาวางแผนอนาคตการทำงานไว้อย่างไร"

เขาตอบว่า "ถ้าผมตั้งใจทำงาน ผมก็อาจได้เลื่อนตำแหน่ง แต่การจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บริหารระดับสูงเป็นเรื่องยาก ผมคิดว่าจะทำงานไปอีกสักสิบปีแล้วจะลาออกไปทำอะไร"
คำตอบแบบนี้คงยากที่บริษัทจะรับเขาไว้ ถึงแม้จะเป็นเรื่องส่วนตัวก็ตาม แต่ไม่ใช่วิธีการตอบที่กรรมการจะยอมรับได้ ผู้ตอบจึงต้องระมัดระวังคำตอบและความมองในแง่ของบริษัทก่อนจะตอบออกไป

ทุกคำถามไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง แต่คุณจะต้องตอบเพื่อโฆษณาตนเองให้เขาเห็นว่า "คุณเป็นคนน่าเชื่อถือหรือไม่" และ "คุณสามารถทำงานได้หรือไม่"


คำถามที่มักใช้ในการคัดเลือกพนักงาน

การรู้แนวคำถามและการหาความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาและการดำเนินงานของบริษัท จะทำให้คุณเตรียมตัวเข้ารับการสัมภาษณ์ด้วยความมั่นใจว่าคุณมีความพร้อม
คำถามเหล่านั้น ได้แก่
1.ความสำเร็จที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คุณยังศึกษาอยู่หรือตอนที่คุณทำงานในบริษัทก่อนหน้านี้คืออะไร
2.ช่วยแนะนำตัวเองสักหน่อย
3.บอกข้อดีและข้อเสียของตัวเองให้ฟังหน่อย
4.คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม
5.ถ้าได้ทำงานในบริษัทนี้ คุณคิดว่าตัวเองจะทำอะไรได้ดี
6.คุณรู้อะไรเกี่ยวกับบริษัทเราบ้าง
7.คุณจะทำอะไรให้บริษัทเราได้บ้าง
8.ทำไมบริษัทเราจะต้องรับคุณเข้าทำงาน
9.ช่วยอธิบายแนวคิดเกี่ยวกับ การตลาด กลยุทธ์ การวางแผน ฯลฯ
10.คนที่คุณถือเป็นแบบอย่างในชีวิตคือใคร
11.คุณเติบโตมาอย่างไร
12.ความสัมพันธ์ในครอบครัวของคุณเป็นอย่างไร
13.ก่อนไปเรียนต่อคุณทำงานอะไร และทำไมจึงตัดสินใจไปเรียนต่อ
14.ถ้ามีลูกน้องที่ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับองค์กรได้ คุณจะทำอย่างไร
15.ทำไมคุณจึงต้องการทำงานที่บริษัทนี้
16.คุณมีความฝันที่อยากจะทำให้สำเร็จหรือไม่
17.คุณมีความรู้เกี่ยวกับบริษัทและงานที่คุณอาจจะได้ทำหรือไม่
18.คุณต้องการรายได้เท่าไร
19.คุณเคยผ่านงานมาแล้ว ทำไมคุณจึงลาออกจากที่ทำงานแห่งที่สอง
20.ถ้าให้คะแนนตัวเอง คะแนนเต็ม 20 คุณจะให้กีคะแนน

สิ่งที่ควรและไม่ควรทำเมื่อเข้ารับการสัมภาษณ์

ความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ จะทำให้คุณไม่เสียคะแนน แถมยังได้คะแนนอีกต่างหาก จึงต้องคิดและทำในสิ่งที่ควรทำไม่ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำดังนี้

สิ่งที่ควรทำ
1.จงซื่อสัตย์
2.จงคิดบวก
3.จงตอบข้อดีอย่างมีเหตุผล
4.จงแสดงให้เห็นว่าคุณสามารถสร้างผลงานอะไรได้
5.จงมั่นใจ
6.จงเชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปในทางที่ดี
7.จงเตรียมตัวให้พร้อมที่จะแสดงความสามารถพิเศษและข้อดี
8.จงเตรียมภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานและเรียนรู้เกี่ยวกับบริษัท
9.จงเตรียมชุดแต่งกายที่เรียบร้อย
10.จงใจเย็นและยิ้มอย่างสบายใจ

สิ่งที่ไม่ควรทำ
1.อย่าโกหก
2.อย่าคิดลบแล้วตอบ
3.อย่าบอกข้อเสียออกไปตามตรง (จงบอกแผนการปรับปรุงตนเองบทเรียนที่ตนได้รับจากข้อเสีย)
4.อย่าพูดว่าความล้มเหลวในอดีต จบไปแล้ว
5.อย่าประหม่าและตื่นเต้น
6.ถ้ากำลังรู้สึกแย่ อย่ากังวลเกิน
7.อย่าบอกว่าไม่มีความสามารถของตนออกมา ความสามารถพิเศษหรือข้อดี จงคิดไว้ล่วงหน้า
8.อย่าบอกว่าพูดภาษาอังกฤษไม่ จงเตรียมภาษาอังกฤษแบบง่าย ท่องจำให้ขึ้นใจ
9.อย่าใส่เสื้อผ้าที่ยับยู่ยึ่ หรือสบายจนเกินไป (ผู้สัมภาษณ์อยากเห็นการแต่งกายที่เรียบร้อย)
10.แม้จะตื่นเต้น แต่อย่าแสดงออก ถ้าแสดงความตื่นเต้นออกมาหน้าตาจะทำให้เสน่ห์ลดลง

ทั้งหมดนี้เป็นข้อแนะนำในการปฏิบัติตน เมื่อเข้ารับการสัมภาษณ์ แล้วคุณก็จะได้งานทำสมความปรารถนา ขอให้โชคดี

 

 

นิตยสาร งานวันนี้
คอลัมน์ เรื่องควรรู้..คู่คนหางาน
โดย รศ.นงลักษณ์ สุทธิวัฒนพันธ์

 

เรื่องล่าสุดของหมวด Work

ดูหมวด Work ทั้งหมด