4 Shades of White ขาวแบบไหนใช่ที่สุด?

4 Shades of White ขาวแบบไหนใช่ที่สุด?

4 Shades of White ขาวแบบไหนใช่ที่สุด? เกี่ยวกับ แต่งบ้าน

S! Home

สนับสนุนเนื้อหา

          มีใครเคยเป็นเหมือนเรากันบ้างหรือเปล่าที่เวลาเห็นหลอดไฟหลายๆ แบบ บางครั้งก็ตัดสินใจไม่ถูก เลือกไม่ได้ว่าควรจะซื้อแบบไหน เพราะจะหลอดไหนๆ ก็ดูให้แสงสีขาวคล้ายๆ กันทั้งนั้น

          Sanook! Home เคยผ่านสถานการณ์แบบนี้มาก่อนถึงได้รู้ว่า เอาเข้าจริงแล้วแสงสีขาวนั้นมีหลายเฉด หลายโทนมากกว่าที่คิด เราเลยรวบรวมข้อมูลและแบ่งออกตามเฉดของอุณหภูมิสี จะได้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อให้เข้าใจความขาวที่แตกต่างและเลือกซื้อหลอดไฟที่ใช่ได้ในทุกสถานการณ์

Cool Daylight
          อุณหภูมิของแสงสีขาวประเภทนี้อยู่ที่ 5,000 K – 6,500 K ลักษณะเด่นของแสงประเภทนี้ก็เป็นไปตามชื่อของมัน เพราะให้แสงที่ใกล้เคียงกับแสงสว่างตามธรรมชาติในเวลากลางวัน แสงแบบนี้จะดูแข็งๆ มองอะไรก็ชัดไปหมด เรียกว่าขาวโอโมมากๆ

           ความสว่างชนิดที่สร้างความรู้สึกกระฉับกระเฉงได้ของแสงสีนี้ทำให้นักออกแบบตกแต่งภายในมักจะแนะให้ใช้หลอดไฟประเภทนี้กับเพดานห้องทำงานหรือห้องนั่งเล่น แต่ถ้าเป็นห้องนั่งเล่นมีคำแนะนำเพิ่มเติมว่า ควรใช้หลอดไฟแบบสองโทนสีในหลอดเดียวหรือหลอดไฟที่ปรับระดับความสว่างได้ เพราะอารมณ์ความรู้สึกที่ต้องการจากห้องนั่งเล่นนั้นค่อนข้างหลากหลาย บางครั้งก็ต้องการความกระฉับกระเฉงคึกคัก แต่บางครั้งก็อยากได้ความผ่อนคลาย

Natural Daylight
          จริงๆ แล้วหลอดไฟแบบนี้เหมือนเป็นซับเซ็ตของแบบแรก แต่ที่แยกออกมาเป็นอีกแสงสีหนึ่งของด้วยอุณหภูมิของแสงสีที่ 5,000 K ทำให้หลอดไฟที่มีอุณหภูมินี้แทบจะเรียกว่าให้แสงที่เทียบเท่าแสงธรรมชาติเลยทีเดียว

          ข้อดีอย่างมากของหลอดไฟแบบ Natural Daylight ก็คือช่วยลดอาการปวดตัวและความตึงเครียดของกล้ามเนื้อตาจากการจ้องจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันนานๆ หลายชั่วโมงได้ จึงเหมาะสุดๆ สำหรับห้องที่ต้องใช้เป็นที่นั่งทำงานหรืออ่านหนังสือเป็นประจำ


          นอกจากนี้ หลอดไฟแบบนี้ยังเข้ากันดีมากกับบ้านที่จัดบริเวณให้มีสวนในร่มเพราะแสงสีนี้จะช่วยให้ต้นไม้และดอกไม้ในสวนสีสวยเหมือนอยู่กลางแจ้ง

Bright White
          หลอดไฟที่มีอุณหภูมิของแสงสีอยู่ที่ 3,500 K – 4,100 K นั้น นอกจากจะเรียกว่าแสงสีนี้ว่า Bright White แล้ว ยังเรียกแสงสีขาวระดับนี้ได้อีกชื่อหนึ่งว่า Cool White โดยจะมีลักษณะสีแบบขาวนวล

          หลอดไฟประเภทนี้จัดเป็นหลอดไฟยอดนิยมสำหรับห้องครัว ห้องน้ำ และโรงรถ ซึ่งในส่วนของห้องครัวนั้นสามารถใส่ลูกเล่นที่ช่วยเพิ่มทั้งความสวยงามและประโยชน์ใช้สอยได้ด้วยไฟประเภทนี้ โดยนอกจากใช้เป็นไฟหลักบนเพดานแล้ว เราอาจติดตั้งหลอดไฟสปอตไลต์ที่มีอุณหภูมิแสงสีในช่วงนี้ขนาดเล็กหลายๆ หลอดเหนือบริเวณที่ใช้เตรียมอาหารหรือขนานไปกับแนวตู้เก็บจานชามและอุปกรณ์ทำอาหารได้ ทำให้ห้องครัวดูมีมิติมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยในเรื่องการใช้งานด้วย


Warm White
           Warm White มีชื่อเล่นอีกชื่อว่า Soft White อุณหภูมิแสงสีของหลอดไฟประเภทนี้อยู่ที่ 2,700 K – 3,100 K และถึงแม้ว่าชื่อภาษาอังกฤษจะเป็นสีขาว แต่ที่จริงแล้ว หลอดไฟแบบนี้ให้แสงสีขาวอมเหลืองมากกว่าที่จะดูเป็นแสงสีขาวเหมือนหลอดไฟแบบอื่นๆ ที่กล่าวมา

           คุณสมบัติเด่นของหลอดไฟ Warm White ก็เป็นไปตามชื่อ คือให้ความรู้สึกอบอุ่น ทำให้คนที่อยู่ในห้องผ่อนคลายและได้พักผ่อน จึงไม่น่าแปลกใจที่คนที่มีความเข้าใจเรื่องการเลือกใช้แสงไฟภายในบ้านจะใช้หลอดไฟแบบนี้กับห้องนอนเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงห้องนั่งเล่นที่ต้องการความอบอุ่นเป็นกันเองมากกว่าความฉูดฉาด

           เห็นแล้วใช่ไหมว่าแสงที่ดูใกล้เคียงกันนั้น ที่จริงแล้วเมื่ออุณหภูมิแตกต่างกัน แสงสีที่ออกมาก็จะต่างไป ส่งผลให้การใช้งานต่างกันด้วย ดังนั้น ก่อนจะเลือกซื้อหลอดไฟสำหรับแต่ละห้อง ควรทำการบ้านเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อน เพื่อให้ได้แสงสีที่ใช่ที่สุดสำหรับแต่ละห้อง แต่ละมุมของบ้าน

           ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Philips Lighting Thailand

           ติดตามเทคนิคการเลือกหลอดไฟที่ชอบ แสงไฟที่ใช่ เพิ่มเติมที่ http://www.philips.co.th/



           ภาพประกอบจาก www.shutterstock.com

[ขอบคุณสำหรับข้อมูลจากฟิลิปส์]

ติดตามSanook! Home

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องบ้าน ได้ที่ http://home.sanook.com/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!

เรื่องล่าสุดของหมวด แต่งบ้าน

ดูหมวด แต่งบ้าน ทั้งหมด