กางร่ม กันฝน ให้บ้านโมเดิร์น

กางร่ม กันฝน ให้บ้านโมเดิร์น

กางร่ม กันฝน ให้บ้านโมเดิร์น เกี่ยวกับ ตกแต่งบ้าน

Home Dee Dee

สนับสนุนเนื้อหา

ขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านทรงกล่องที่ถูกดีไซน์ขึ้นใน ฝั่งยุโรปซึ่งมีอากาศหนาว ไม่มีพายุฝนกระหน่ำ ไร้แดดแรง และไร้ลมมรสุมพัดผ่าน จึงไม่น่าแปลกใจนักที่บ้านสไตล์โมเดิร์นจะไม่ได้ถูกออกแบบให้รองรับสภาพภูมิ อากาศในเขตร้อนชื้นอย่างบ้านเรา แต่ด้วยรูปทรงที่เรียบง่าย เท่ ดูทันสมัย ดูแล้วเหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่อยากจะมีบ้านสักหลังไว้อวดความสำเร็จในชีวิต คำตอบของคนส่วนใหญ่จึงหลีกไม่พ้นดีไซน์ทรงกล่องเรียบๆ ที่เห็นได้เยอะในปัจจุบัน

แต่ด้วยเมืองไทยตั้งอยู่ในเขตทรอปิคอล ปัญหาเรื่องของแดด ความร้อน และฝน จึงเป็นปัญหาที่เหล่าสถาปนิกต่างหาวิธีแก้ปัญหา ให้บ้านทรงเท่สามารถใช้งานได้ทุกส่วนและเหมาะกับเมืองไทย โดยเฉพาะในฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงนี้ มาดูวิธีกันฝนให้บ้านโมเดิร์นไม่รั่ว ไม่ซึม ตั้งแต่ขั้นตอนแรกเริ่มกันเลย

1. การเลือกหลังคาเป็นปราการด่านสำคัญในการป้องกันฝน
โดยทั่วไปแล้วเรามักจะเห็นบ้านโมเดิร์นมีหลังคาเป็นทรงแบน (flat Slab roof) ที่เรียบเนียนไปกับดีไซน์ของอาคาร ซึ่งหลังคาที่จะระบายน้ำฝนได้ดีนั้น ต้องลาดเอียงตั้งแต่ 30-45 องศา อย่างหลังคาทรงจั่ว ทรงปั้นหยา ที่อยู่คู่กับสถาปัตยกรรมไทยมานาน แต่เมื่อเป็นบ้านโมเดิร์นทรงกล่อง สิ่งที่จะช่วยระบายน้ำฝนได้คือองศาที่ลาดเอียงและวัสดุที่ใช้มุง ไม่ว่าจะเป็นแผ่นเมทัลชีท กระเบื้องลอนคู่ หากเป็นหลังคาคอนกรีตควรผสมสารกั้นรั่วซึมในเนื้อคอนกรีตและเคลือบน้ำยากั้น รั่วซึมอีกรอบ พร้อมเจาะช่องระบายน้ำฝนให้ไหลลงท่อระบาย

2. ชายคาที่ยื่นยาวบังฝนได้ดี
แม้ว่าจะเป็นส่วนเกินของอาคารทรงกล่อง แต่ชายคายังคงเป็นเสมือนร่มชั้นดีที่ทำหน้าที่บังแดดบังฝนให้กับตัวบ้าน บ้านในเมืองไทยควรมีชายคายื่นอย่างน้อย 110 เซนติเมตรขึ้นไป สำหรับบ้านโมเดิร์นนิยมใช้ชายคาแบนเรียบยื่นออกจากตัวอาคาร และผนังขอบประตูหน้าต่างควรมีคิ้วยื่นออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝนไหลเข้าสู่หน้าต่างโดยตรง

3. ส่วนยื่น-หด ลดแรงกระทบโดยตรงได้
เป็นอีกหนึ่งลูกเล่นของบ้านโมเดิร์นที่เหล่าสถาปนิกไทย หาทางแก้ปัญหาผนังรั่วซึมโดยออกแบบให้ตัวอาคารมีส่วนหดส่วนยื่น เมื่อสายฝนพัดกระทบใส่ผนัง ส่วนนี้จะเป็นป้อมปราการด่านแรก ส่วนหดและส่วนยื่นนิยมเติมฟังก์ชั่นให้เป็นพื้นที่สามารถใช้งานได้อย่างเป็น ระเบียงสำหรับนั่งเล่น

4. รางน้ำฝนสำคัญ
แม้ว่าจะเป็นดูเกะกะสายตา แต่นั่นคือสิ่งจะเป็นที่ต้องมี ก่อนสร้างบ้านควรตกลงกับสถาปนิกให้ดีว่าควรมีรางน้ำฝนแบบไหน หากกลัวไม่สวยงามสามารถซ่อนไว้ในผนังอาคารได้แต่ต้องป้องกันการรั่วซึมอย่าง ดีเพราะหากเกิดปัญหาขึ้นมาต้องทุบรื้อเป็นเรื่องใหญ่พอตัว

5. ทิศของฝนควรหลบด้วยดีไซน์
การรู้ทิศทางของฝนก่อนสร้างบ้านเป็นอีกหนึ่งสิ่งจำเป็น ที่ช่วยป้องกันฝนสาดเข้าสู่อาคารได้ โดยทั่วไปแล้วเมืองไทยจะเจอลมมรสุมที่เป็นลมประจำฤดูกาลคือลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ หรือลมมรสุมฤดูร้อน ซึ่งจะส่งผลให้มีฝนตกชุก อากาศชื้นในช่วงเดือนพ.ค.ไปถึงเดือนพ.ย.ดังนั้นจึงควรสังเกตทิศทางบนที่ดิน ที่จะปลูกบ้านให้ดี หากเป็นทิศทางฝนควรสร้างที่กำบังเป็นพิเศษ

ทั้งนี้หากอยากเลือกสร้างบ้านโมเดิร์นแล้ว ควรเลือกบริษัทรับสร้างบ้านที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ ด้วยประสบการณ์ในการแก้ปัญหายิบย่อยครั้งแล้วครั้งเล่า และปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นจะทำให้บ้านโมเดิร์นหลังใหม่ของคุณเป็นบ้านที่น่าอยู่ ฝนไม่ซึม อยู่ไม่ร้อน เหมาะกับสภาพอากาศแบบร้อนชื้นของเมืองไทย

Written by  Yok Homedeedee

ข้อมูลและภาพจาก http://www.homedeedeeforyou.com

ติดตามSanook! Home

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องบ้าน ได้ที่ http://home.sanook.com/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!

เรื่องล่าสุดของหมวด เคล็ดลับเรื่องบ้าน

ดูหมวด เคล็ดลับเรื่องบ้าน ทั้งหมด