เปลี่ยนโรงจอดรถเป็น "ร้านน่านั่ง" ด้วยงบ 4 หมื่น สวยเหลือเชื่อ

เปลี่ยนโรงจอดรถเป็น "ร้านน่านั่ง" ด้วยงบ 4 หมื่น สวยเหลือเชื่อ

เปลี่ยนโรงจอดรถเป็น "ร้านน่านั่ง" ด้วยงบ 4 หมื่น สวยเหลือเชื่อ เกี่ยวกับ โรงจอดรถ

S! Home

สนับสนุนเนื้อหา

บอกเลยว่าแอดมินเห็นกระทู้นี้ของคุณสมาชิกหมายเลข 1015907 จากห้องชายคาเว็บไซต์พันทิป ดอทคอมแล้วคิดอยากทำตามเลยทันที เพราะเป็นไอเดียที่ดี แถมยังทำร้านออกมาได้อย่างน่ารัก เก๋ เท่ ดิบแบบที่แอดมินชอบ พออ่านไปอ่านมายิ่งรู้ว่าใช้เงินแค่ 40,000 บาทในการดัดแปลงพื้นที่เหล่านี้ ยิ่งถูกใจ แบบนี้เลยเก็บไว้อ่านคนเดียวไม่ได้ อยากแชร์ให้เพื่อนๆ ทุกคนอ่าน เผื่อจะคันไม้คันมือ ลุกขึ้นมาทำร้านในฝันของตัวเองบ้าง ว่าแล้วไปเริ่มต้นเดินตามความฝันกับร้านเล็กๆ ร้านนี้เลยค่ะ

เรื่องมันมีอยู่ว่า...ผมได้ย้ายที่ทำงานจาก กทม.  มาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่บ้านเกิดครับ แต่ทำเลที่อยู่อาศัยที่เชียงใหม่ออกจะอยู่รอบนอกครับคือห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่พอสมควร แต่ดีอย่างที่ที่ทำงานใหม่ของผมอยู่ใกล้ๆ กับร้านของลูกพี่ลูกน้อง ลูกพี่ลูกน้องของผมเขาเปิดร้านกาแฟและก็ขายอาหารตามสั่งครับ ทำให้ผมสามารถประหยัดเงินค่าอาหารและเครื่องดื่มได้เกือบทุกวัน (ถ้าไปกินร้านเค้า... เค้าไม่ค่อยเก็บเงินผม555) พูดง่ายๆ กินฟรี ! แต่ผมก็ไม่ค่อยไปบ่อยแบบว่าเกรงใจ

อยู่มาเย็นวันหนึ่งผมก็นั่งทานอาหารไปด้วยคุยเล่นเรื่องต่างๆ นานา กันไปจนดึกครับ รู้ตัวอีกที โอ้!สามทุ่มแล้วหรือเนี่ย ก็เลยคุยกันเล่นๆ ว่าไปไหนคืนนี้ไปไหนกันดี 555 คือไปเที่ยวในเมืองกันนะครับ ผมก็เลยถามน้องว่าในเมืองไกลนะ มีด่านเปล่า แถวนี้มีร้านไหนชิลๆ บ้างเนี่ย น้องเขาตอบทันทีเลยว่าแถวนี้ไม่มีหรอกพี่ ถ้าจะมีก็มีแต่ร้านลาบ ไปเปล่า ผมตอบไปว่า อะไรแว๊... จากนั้นผมก็คุยเล่นไปว่าเปิดร้านกันไหมล่ะ คนละครึ่ง ชิลๆ น้องผมเหมือนจะรับมุกเอาเปล่าล่ะด้วยความที่ผมไม่ชอบอยู่เฉย เอาก็เอาวะ ไหนๆ เลิกงานแล้วมาเปิดร้านก็ได้ เผื่อจะมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย ผมเลยตอบตกลงทันที ผมบอกน้องเลยว่าเดี๋ยวตอนเช้าเราคุยรายละเอียดกันอีกทีนะ ... คืนนี้ไปซื้อเบียร์ที่ร้านค้ามากินกันก่อนละกันแบบว่าติดลมอ่ะ เขาล้อเล่น

ตกตอนเช้า พอดีว่าเป็นวันอาทิตย์ พอดีหยุดงาน ตื่นมาผมก็ไปร้านน้องทันที คุยกันว่าจะเปิดร้านอะไรดี ช่วงนี้เป็นช่วงเดือนพฤศจิกายน ใกล้จะเข้าหน้าหนาวแล้ว หน้าหนาว หน้าหนาว หน้าหนาวต้องกินเบียร์ เลยสรุปกันว่าเปิดเป็นร้านเบียร์ละกันครับ โดยลงขันกันคนละ 20,000 ครับ สถานที่ทำคือโรงจอดรถนั่นเองเพราะจะได้ประหยัดเรื่องโครงสร้างครับ ว่าแล้วก็เริ่มงานกันเลยครับ

แต่โจทย์มันมีอยู่ว่า ต้องประหยัดและไม่น่าเกลียดครับ ผมนั่งคิดอยู่พักใหญ่ ก็เกิดไอเดียว่า ถ้าจะเอาประหยัดก็ต้องใช้วัสดุที่เหลือใช้นำมาปรับปรุงให้ดูดี น่าจะช่วยประหยัดงบได้บ้าง ว่าแล้วก็ควบมอเตอร์ไซค์คู่ใจออกตะเวนตามร้านขายของเก่าเลยครับ โดยได้ของที่เล็งๆไว้ ขอเขาถ่ายรูปแล้วก็กลับมานั่งคิดเลยว่าจะทำยังไงกับมันดี คิดไม่ทันไรขอยืมรถกระบะน้าออกไปซื้อเลยครับ กลัวไม่ได้ของ เลยกระทำการช้อปเลยครับ

1) โครงตาข่ายเหล็ก เขาขายเป็นกิโลครับ กิโลละ 25 บาทครับ ชั่งแล้วได้ 14 กิโลเป็นเงิน  350 บาทครับ

2) ซากไม้พาเลทเก่าครับ ไม้หนักมากๆ ครับต้องยกกัน 4 คน ได้มาทั้งหมด 7 ตัวด้วยกันครับ เขาขายให้ตัวละ 250 บาทครับ เป็นเงิน 1,750 บาทครับ



3)โครงเก้าอี้นักเรียนเก่าครับ ได้มาทั้งหมด 8 ตัวครับ ราคาโครงละ 100 บาทครับ เป็นเงิน 800 บาทครับ



4)โครงเหล็กป้ายเก่าหรือโครงอะไรไม่แน่ใจเหมือนกันครับ ราคา 200 บาท ครับ ได้มา 8 โครงครับ เป็นเงิน 1,600 บาทครับ



5)จากนั้นผมก็ไปหาซื้อไม้พาเลทที่ใช้งานแล้วครับ เขาขายให้ตัวละ 40 บาทครับ ซื้อมาทั้งหมด 20 ตัว เป็นเงิน 800 บาทครับ

6)ถังนํ้ามันเก่าครับ ซื้อมาทั้งหมด 6 ถัง ครับ ถังละ 80 บาท เป็นเงิน 480 บาทครับ



7)ตู้เหล็กเก่าครับ ตัวละ 600 บาท เล็งว่าจะมาทำเป็นเคาน์เตอร์ครับ

8)ราวเหล็กเก่าครับ 500 บาทครับ

9)ที่ดูดนํ้ามัน 300 บาทครับ

10)โครงโคมไฟเก่าครับ อันละ 25 บาทครับ จัดไป 6 อันครับ 150 บาทครับ

จบทริบซื้อของมือสองครับ สูญเงินไปทั้งสิ้นประมาณ 7,500 บาทครับ 555 เห็นอะไรก็น่าซื้อไปหมด ห้ามใจไว้ๆ ฟุ้งๆ ครับ กลับมาตั้งหลักก่อน  -..-"
อาทิตย์ถัดมาเริ่มลงมือจัดการกับสิ่งที่ซื้อมาเลยครับ ออกไปซื้อไม้ สีและไม้อัดแต่เช้าเลยครับ เพื่อนำมาตัดทำท๊อปโต๊ะและเก้าอี้ รวมถึงเคาน์เตอร์ด้วยครับ
ว่าแล้วก็ลงมือกันเลยครับ



เคาน์เตอร์อเนกประสงค์ครับ



เรียบร้อยครับเก้าอี้ รถไฟ

ระหว่างทางไปซื้อของก็แวะดูของไปเรื่อยๆ ครับ ไปเจอกับลังไม้เก่าที่เขาใช้บรรจุสินค้าส่งออกครับ จัดมาสองลังครับ 200 บาท ผมว่าเพดานมันดูโล่งๆ อยากให้มันออกอารมณ์ดิบๆ หน่อย เหลือบไปเห็นถุงกระสอบ มันสวยดีครับ เลยมีความคิดว่าน่าจะเอามาขึงบนเพดานนะ จากนั้นก็แวะดูและตัดสินใจซื้อเลยครับ แวะให้ป้าข้างบ้านเย็บให้ด้วย เป็นจำนวนเงิน  400 บาทครับ วันนี้เสียงบไปอีก 3,000 รวมไม้กับสีแล้วนะครับ

ก่อนกลับบ้านเราคุยกันเรื่องเก้าอี้ครับว่าจะใช้วัสดุอะไรทำกันดีที่ถูกๆ ครับ เพราะว่าเราวางแผนกันไว้ว่าจะมีโต๊ะทั้งหมด 8 โต๊ะ ฉะนั้นต้องมีเก้าอี้ด้วยกันทั้งหมด 32 ตัวครับ ตอนนี้เราทำสำเร็จแล้ว 8 ตัวครับยังต้องหามาเพิ่มอีก 24 ตัว ครับ พอดีตอนไปหาของผมได้ไปเห็นถังใส่ผงผสมยาพาราเซตาม่อนที่ใช้งานแล้วคือภายในไม่มีอะไรแล้ววางเปล่า มีฝาปิดมิดชิด ผมเลยบอกไปว่าเดียวพรุ่งนี้จะลองไปดูนะเห็นยังมีเยอะนะ จะลองไปถามราคาให้ จะลองทดสอบนั่งดูว่ารับนํ้าหนักไหวเปล่าแล้วราคาเท่าไหร่ น่าจะถูกอยู่นะ น้องผมบอกว่าได้ๆ พี่ลองไปดูแล้วโทรมาบอกด้วยนะ OK

เช้าวันต่อมา พอถึงเวลาพักเที่ยงผมรีบออกไปทันทีเลยครับ พอไปถึงที่โล่งใจยังเห็น มันวางอยู่เต็มเลย ทักทายป้าคนขาย จากนั้นหยิบมาหนึ่งถัง นั่งลงไปเลยครับ อาหะ! ... มันไม่เป็นไร แข็งแรงดี นั่งพอดีตูด ไม่เมื่อย ตะโกนถามราคาป้าเขาทันทีครับ ป้าเขาสวนกลับมาอย่างไวว่าใบละ 160 น้อง ต่อด้วยคำถาม "เอาไปย๊ะหยั่งก๋า" ผมต่อเหลือ 150 บาท ป้าให้

รู้งี้ต่อมากกว่านี้ดีกว่าโทรเรียกน้องให้ไปเอารถกระบะมาขนเลยครับ 24 ตัว เป็นเงิน 3,600 บาทครับ
หลังจากวันนั้นเราก็ปรึกษากันต่อว่าพื้นควรจะเป็นอะไรดี ของเดิมมันเป็นพื้นปูนนะครับ (ไม่ค่อยสวยและไม่ได้ฟิวอะครับ) เราจึงเริ่มคำนวนเงินกันก่อนว่าตอนนี้เราใช้ไปทั้งหมดเท่าไหร่กันละ สรุปว่าเราใช้กันไปแล้วประมาณ 18,000 บาท รวมนํ้ามันรถและจิปาถะอื่นๆ ครับ เรายังเหลืองบกองกลางอยู่ 22,000 ครับ

คิดต่อเลยครับว่ายังค้างงานอะไรอีกบ้าง ที่เห็นแน่ๆ คืองานไฟฟ้าครับ งานไฟฟ้าเราจะซื้ออุปกรณ์และสายไฟมาเดินกันเองครับ จัดงบไปเลยครับ 5,000 บาท
อาทิตย์ต่อมาเริ่มขนของและดำเนินการเซ็ทอัพเลยเลยครับ



เชื่อมโครงเหล็กวางเป็นผนังครับ



ทำการขึงผ้ากระสอบให้ย้อยลงมาครับ



ทำสีโครงโคมไฟและติดตั้งครับ



เรื่องพื้นมาสรุปกันที่หญ้าเทียมครับ โดยราคาทั้งหมดอยู่ที่ 9,000 บาทครับ แพงแต่ก็คุ้มกับความสวยครับ หากไม่ใช้งานก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ที่อื่นได้อีกครับ คิดในแง่ดีไว้ก่อน555 T..T"



นำไม้พาเลท มาวางสลับกันให้เป็นผนังตกแต่งครับ



จัดวางเซ็ทโต๊ะครับ

จากนั้นเราทำการออกแบบรูปเพื่อให้ร้านพริ้นท์อิงค์เจ็ท มาติดตรงประตูรั้วครับ เพราะเห็นมันโล่งๆ ครับผม โดยเสียค่าใช้จ่ายไป 3,000 บาทครับ



เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้วครับผม ^^



เรียบร้อยครับ วันนี้ดำเนินการลองไฟเป็นวันแรกครับ (นั่งกินกันเอง เอาโน๊ตบุ๊กมาต่อลำโพง เปิดเพลงชิล ๆ ครับ)



สรุปเรายังเหลือเงินอีกประมาณ 5,000 บาท เพื่อใช้ในการซื้อของและเครื่องดื่มมาขายครับ



เริ่มเปิดร้านกันเลยครับผม "Open the door" ลูกค้าเข้ามาแล้วครับ

ท้ายสุดนี้ขอขอบคุณคุณลูกค้าทุกท่านที่เคยมาอุดหนุนร้านของเรานะครับ  ^^ เนื่องด้วยแต่ละคนต่างมีภาระกิจที่ต้องทำและรับผิดชอบมากขึ้น (งานเยอะขึ้น)เลยคิดกันว่าหากเราทำแล้วทำไม่เต็มที่งานที่ออกมามันจะไม่เกิดความสมบูรณ์ครับ ประกอบกับเราต้องให้เวลาพักผ่อนกับตัวเองด้วยครับ (นอนดึกตื่นเช้าครับ) ร้านนี้จะเป็นความทรงจำที่ดีของพวกเราตลอดไปครับ ^^

ป.ล. FARM BEER 2556 

ติดตามSanook! Home

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องบ้าน ได้ที่ http://home.sanook.com/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!

เรื่องล่าสุดของหมวด เคล็ดลับเรื่องบ้าน

ดูหมวด เคล็ดลับเรื่องบ้าน ทั้งหมด