บ้าน Azuma กับวิถีชีวิตมัธยัสถ์แบบสมัยโชวะ…ที่จ่ายค่าไฟเพียงเดือนละ 500 เยน!

บ้าน Azuma กับวิถีชีวิตมัธยัสถ์แบบสมัยโชวะ…ที่จ่ายค่าไฟเพียงเดือนละ 500 เยน!

บ้าน Azuma กับวิถีชีวิตมัธยัสถ์แบบสมัยโชวะ…ที่จ่ายค่าไฟเพียงเดือนละ 500 เยน! เกี่ยวกับ บ้าน

Anngle

สนับสนุนเนื้อหา

สวัสดีค่ะ วันนี้ขอนำเสนอวิถีชีวิตสมัยโชวะ (ก่อนยุค 90) ที่มีอยู่จริงในปัจจุบัน นั่นก็คือบ้านของคุณ Azuma ค่ะ แต่ที่น่าแปลกใจมากกว่านั้นคือบ้านของเธออยู่ในโตเกียว เมืองที่ใครๆ ก็รู้ว่าค่าครองชีพสูงลิบลิ่วขนาดไหน เธอดำรงชีวิตอย่างไร? ด้วยการจ่ายค่าไฟเพียงเดือนละ 500 เยน วันนี้เรามีคำตอบค่ะ

บ้าน Azuma กับวิถีชีวิตสมัยโชวะ….

cached

ครอบครัว Azuma มีทั้งหมด 4 คน เป็นครอบครัวสามัญธรรมดา สามีของเธอทำงานบริษัท มีลูกสาว 1 คนและลูกชาย 1 คน จากบ้านของเธอใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง เพื่อนั่งรถไฟเข้าตัวเมือง จริงๆแล้วบ้านของ Azuma แทบจะไม่ได้ใช้ไฟฟ้าเลย เธอใช้ชีวิตเหมือนคนในสมัยก่อน เป็นครอบครัวที่สุดยอดมากๆ

cached (1)

ทุกสุดสัปดาห์…เธอจะใช้เวลากับครอบครัวในสวนแห่งนี้

cached (2)

cached (3)

Azuma กำลังเก็บกุ้ยช่ายเพื่อนำไปทำ Peiyaki ครอบครัว Azuma ปลูกผักสวนครัวไว้เยอะมาก ทำให้แทบไม่ต้องซื้อกับข้าวนอกบ้านเลย

cached (4)

Nira no Peiyaki อาหารว่างที่ทำจากผัก เพื่อสุขภาพของเด็กๆ

พอคิดว่าจะทำปุ๋ยที่มาจากใบไม้ ก็เลยเก็บใบไม้กลับมาทุกวันที่บริเวณใกล้ๆโรงเรียนอนุบาล แถวนั้นจะเป็นหุบเขา เก็บมาได้ก็ใส่ตะกร้ารถจักรยานกลับมา

cached (5)

กะหล่ำปลีใหญ่โตขนาดนี้ ก็เพียงพอแล้วสำหรับ 4 คนพ่อแม่ลูก

cached (6)

ลูกของเธอไม่ได้กลัวแมลงอะไรเลย ดูไม่เหมือนเด็กโตเกียวเลยสักนิด (หัวเราะ) อาจเป็นเพราะว่าลูกของเธอใกล้ชิดกับธรรมชาติรอบๆ บ้านอยู่เสมอ

ไก่ นอกจากจะปลูกพืชผักแล้ว เรายังพบสิ่งที่น่าประหลาดใจขึ้นไปอีก นั่นก็คือ… บ้านของเธอเลี้ยงไก่ด้วย Azuma จึงไม่จำเป็นจะต้องซื้อไข่ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเลย เธอสามารถกินไข่สดๆได้ทุกวัน

cached (7)

cached (9)

ที่สวนมีไก่ 2 ตัว จะเอาข้าวเปลือกและผักตัดเป็นชิ้นเล็กๆให้ไก่กิน และนี่คือกรงที่เอาไว้เลี้ยงไก่ ทุกเช้าก็จะปล่อยให้ไปเดินเล่นที่สวน เป็นกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำประจำ

cached (10)

จริงๆแล้วครอบครัว Azuma อาศัยอยู่ที่ไหนกันแน่? บ้านไม้ญี่ปุ่น 2 ชั้น ถูกสร้างเมื่อ 56 ปีที่แล้ว บนที่ดินราคา 24,000,000 เยน พื้นที่บ้าน 198.347 ตารางเมตร ภายในบ้านประกอบด้วยพื้นที่บริเวณหน้าบ้าน ห้องครัว ห้องน้ำ และห้องนั่งเล่น ของเก่าหลายชิ้นตั้งแต่สมัยรุ่นปู่รุ่นย่า ยังถูกนำมาใช้จนถึงปัจจุบัน  เช่น โต๊ะญี่ปุ่น เตาผิงและจักรเย็บผ้า

ที่เขาลือกันว่าค่าไฟเดือนละ 500 เยน ???

ค่าไฟแค่เดือนละ 500 เยนหรือประมาณ 150 บาทเท่านั้น เพราะบ้าน Azuma ติดหลอดไฟเพียง 2 ห้อง คือห้องนั่งเล่นและห้องครัว

cached (12)

ค่าแก๊สและน้ำประปา 5,000 เยนต่อเดือน ค่าไฟประมาณ 500 เยน (273 เยนต่อ10 แอมแปร์ + ค่าไฟขั้นต่ำ 224.45 เยน : ใช้พลังงานไป 8 kw/ชม. ) เดือนสิงหา 586 เยน

ประหยัดยังไง?

cached (13)

บ้านของ Azuma ไม่มีแอร์ ช่วงหน้าร้อนใช้ถุงเย็นหรือถุงน้ำแข็งให้ความเย็น วางไว้ใกล้ศรีษะและเท้าจะช่วยรักษาอุณหภูมิและจะทำให้นอนหลับได้ หรือจะใช้เป็นเจลเย็น ไม่ก็นำผ้าขนหนูใส่ถุงพลาสติกแล้วนำไปใช่ไว้ในตู้เย็น

cached (14)

จากภาพจะเห็นได้ว่ามีเตาไฟเพียงเตาเดียว ดูยังไงก็ไม่เหมือนอยู่คนที่อาศัยอยู่ในโตเกียวยุคปัจจุบันเลยจริงๆ เหมือนคนในสมัยโชวะมากกว่า แม้แต่ข้าวก็หุงด้วยหม้อธรรมดาที่ไม่ใช่หมอหุงข้าวไฟฟ้า เป็นครัวที่ไม่มีตู้เย็นและไมโครเวฟ จึงไม่ต้องกังวลกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเลย

cached (15)

ถึงแม้จะเป็นกลางฤดูร้อนแต่บ้านของ Azuma ก็ยังให้บรรยากาศสบายๆ เพราะบ้านที่สร้างในยุค 60 ซึ่งออกมาแบบโดยดูทิศทางลมให้ลมพัดผ่านบ้าน ทำให้บรรยากาศสบายไม่ร้อนมากเกินไป เหมือนมีม่านเขียวจากธรรมชาติ แอร์จึงไม่จำเป็นอีกต่อไป ไฟที่ใช้อยู่ทุกวันนี้คือไฟในห้องนั่งเล่นและห้องน้ำเท่านั้นเอง

ไม่มีตู้เย็น!!! ไม่มีตู้เย็นแล้วจะอยู่ได้ยังไง?

เพียงแค่ดัดแปลงอะไรนิดหน่อยก็อยู่ได้แล้ว

cached (16)

ผักที่ไม่สามารถทานได้หมดในครั้งเดียว ก็จะนำมาหมักหรือดอก โรยเกลือเตรียมไว้ ใช้วิธีเดียวกันนี้กับเนื้อและปลาด้วย เพียงวางไว้ครึ่งวันก็จะได้มิโซะและโชยุมาทำเป็นเครื่องปรุงแล้ว ก่อนกินก็นำมาย่างนิดหน่อย พร้อมเสิร์ฟในทันที

cached (17)

ไม่ต้องมีตู้เย็น แค่มีถังน้ำใส่น้ำแข็งก็ให้ความเย็นได้เพียงพอแล้ว หมั่นทำความสะอาดภาชนะที่ใส่น้ำให้สะอาดอยู่เสมอ เพราะของสดบางอย่าง สามารถนำลงไปแช่ได้เลย เช่น เต้าหู้ เป็นต้น นอกนั้นก็ของจำพวกเครื่องดื่ม ผลไม้และผักสด ที่อาจต้องใส่ถุงพลาสติกก่อน

cached (18)

เอาหัวไชเท้าและต้นหอมจากสวนมาทำให้แห้ง ใส่น้ำร้อนลงไปให้ท่วม ละลายมิโซะลงไป ใส่ต้นหอมและหัวไชเท้าแห้งลงไป ก็จะได้ซุปมิโซะแล้ว

cached (19)

จริงๆแล้วก่อนหน้านี้ก็มีตู้เย็นนะ… แต่ปัจจุบันก็กลายเป็นที่วางของแบบในรูปนั่นล่ะ ครั้งที่เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในญี่ปุ่น พื้นที่ประสบภัยก็ได้รับบริจาคของที่จำเป็น นอกจากนี้อาหารก็ซื้อมาพอทานหมดเท่านั้น

หน้าหนาวใช้ถ่านให้ความอบอุ่น

cached (20)

cached (22)

เตารีดก็คล้ายกับที่คนไทยเราใช้สมัยก่อนนะ รีดโดยใช้ถ่าน ยืดผ้าออกแล้วรีด ใส่ถ่านบนเหล็ก ด้ามจับเป็นไม้ แค่นี้ก็รีดได้แล้ว

…เครื่องซักผ้าก็ไม่มี!!! ซักผ้าด้วยมือและวิธีซักแบบโบราณ

cached (23)

cached (25)

Azumaใช้ชีวิตเหมือนอยู่ในสมัยโชวะ ปี 30 เลย ใช้แผ่นกระดาษรอง จะได้ไม่เจ็บมือเวลาซักผ้า เด็กๆก็สามารถซักผ้าด้วยตัวเองได้ เพราะชินกับวิธีซักผ้าด้วยมือไปแล้ว

ซักผ้าที่บ้านจะยิ่งเพิ่มช่วยเวลาสนุกให้เด็กๆ ในการเล่นน้ำแถมยังได้ประโยชน์ด้วย

cached (27)

บ้าน Azuma ไม่มีเครื่องดูดฝุ่น แต่จะใช้ไม้กวาดและที่โกยทำความสะอาด ส่วนในซอกหลืบก็จะค่อยๆบรรจงเขี่ยฝุ่นออกมา ที่บริเวณแคบๆใช้ไม้กวาดจะสะอาดกว่าใช้เครื่องดูดฝุ่นเยอะเลย

cached (29)

เวลาที่เด็กอยากอาบน้ำอุ่น ก็เอาน้ำมาตั้งไว้กลางเดือน เช่น เดือนพฤษภาคม ก็เหลือน้ำตอน 9 โมงไว้ อุหภูมิจะอยู่ที่ 27 องศา ตกเย็นประมาณบ่าย 3 โมงน้ำจะร้อนขึ้นเป็น 36 องศา หน้าร้อนก็สามารถทำน้ำให้ร้อนขึ้นไปอีกได้

cached (30)

แน่นอนว่าไม่มีโทรศัพท์มือถือ แต่ด้วยเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำให้ละเลยไม่ได้ จนต้องไปซื้อมาเพื่อจะได้รู้สัญญาณเตือนจากมือถือ

cached (31)

ใช้ชีวิตตามดวงอาทิตย์ก็ดีนะ การตื่นเช้าก็จะทำให้สมองเราปลอดโปร่ง สุขภาพจิตดีด้วย

cached (32)

เบรกเกอร์… ที่ใช้ไฟแค่ 10 แอมแปร์ นอกจากนี้บ้านของ Azuma ยังใช้น้ำร้อนที่เหลือและน้ำฝนในห้องส้วมอีกด้วย แชมพูทำมาจากข้าวและซุปของราเมนต้มสุก

cached (33)

จะมีอีเมลล์มาจากโรงเรียนอนุบาล ก็เลยต้องมีคอมพิวเตอร์ไว้ใช้งานด้วย
เพราะเป็นการดำรงชีวิตแบบสมัยก่อน อะไรๆก็ไม่ได้ดูสะดวกสบายเป็นเรื่อธรรมดา หลายๆสิ่งหลายๆอย่างยังคงต้องทำเอง

cached (34)cached (35)

วิทยุกินไฟน้อยกว่าทีวี เวลาที่ฟังวิทยุไปก็ยังสามารถทำงานบ้านไปด้วยได้
จริงๆก็มีทีวีนะ.. แต่มันถูกวางอยู่ในกล่องเสียมากกว่า
เวลาที่อยากดูทีวีก็จะหยิบขึ้นมาดู แต่ถ้าไม่รู้จะดูอะไร ก็จะเก็บเอาไว้อย่างเดิม

อุดมไปด้วยอาหาร

cached (36)

ผักก็ปลูกเอง ไก่ก็เลี้ยง ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารเลย แต่ก็ยังมีไปซูปเปอร์มาเก็ตบ้างเป็นบางครั้ง บ๊วยและผักก็นำมาแปรรูป เพราะครอบครัวนี้บอกว่า “อย่างทิ้งเลย…. ไม่ชอบ … อะไรๆก็นำมาแปรรูปได้ ยายสอนให้ใช้ชีวิตแบบนี้” การนำผักมาแปรรูปเหมือนในภาพ จะยิ่งช่วยประหยัดได้อีกทางหนึ่ง หรือจะเอาผักดองมาต้มอีกครั้งก็ได้

cached (38)

ในตระแกรงที่แขนอยู่นั้นคือเปลือกไข่ ทุบให้แตก ก็เอามาขัดถูได้ และเปลือกส้มตากแห้ง มาไล่ยุงก็ได้ เปลือกส้มเผา นอกจากจะได้กลิ่นหอม ยังไล่ยุงได้อีก

ทำชาฟักทองโดยไม่ใช้ไฟฟ้าก็ได้นะ!

cached (39)

1.ปอกเปลือกฟักทองแล้วนำไปล้างน้ำ
2.ตากให้แห้งประมาณ 3 – 4 วัน
3.ย่างในกระทะโดยใช้ไฟอ่อน 10 นาที
4.ให้ได้สีน้ำตาลออกเหลืองๆหน่อย เป็นอันเสร็จเรียบร้อย นำไปต้ม/ใส่น้ำร้อน ก็ได้ชาฟักทองหอมๆมาดื่ม

cached (41)

อาหารสุขภาพ ที่ครบถ้วนไปด้วยผักนานาชนิด
นี่คือตัวอย่างของอาหารเที่ยงวันหนึ่ง… ข้าวย่าง ผักดอง ฟักทองต้ม ไข่หวาน มิโซะซุป และอื่นๆที่ทำเอง ล้วนแต่เป็นของธรรมชาติทั้งสิ้น

คำใบ้จากบ้าน Azuma ถึงคนยุคปัจจุบัน…

cached (42)

ผู้คนสมัยนี้ใช้อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ถ้าเราลองประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ ใช้เทคโนโลยีเท่าที่จำเป็น เหมือนครอบครัว Azuma นอกจากจะช่วยรักษาธรรมชาติแล้ว ยังช่วยชาติประหยัดพลังงานได้อีกด้วยนะ

 

เรื่องล่าสุดของหมวด รีวิว

ดูหมวด รีวิว ทั้งหมด