บ้านมีสัตว์เลี้ยง ทำอย่างไรให้ขายออก

บ้านมีสัตว์เลี้ยง ทำอย่างไรให้ขายออก

บ้านมีสัตว์เลี้ยง ทำอย่างไรให้ขายออก เกี่ยวกับ บ้าน

S! Home

สนับสนุนเนื้อหา

แน่นอนว่า คนส่วนใหญ่ชอบสัตว์เลี้ยง แต่ทราบหรือไม่ว่า คนที่จะมาซื้อบ้านส่วนใหญ่ มักจะไม่เลือกซื้อบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ยิ่งเจ้าของเก่า รักสัตว์และเลี้ยงสัตว์ไว้ในบ้านอย่างใกล้ชิด ก็ยิ่งเป็นการยากที่จะสร้างทัศนคติที่ดีให้กับผู้ที่ต้องการจะมาซื้อบ้าน ดังนั้น หากคุณคิดจะขายบ้าน ที่เลี้ยงสัตว์ไว้ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสุนัข หรือว่าแมวก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะต้องจัดการ

คำถามที่หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยก็คือ ทำไมคนที่จะมาซื้อบ้านถึงไม่ชอบเมื่อเห็นว่ามีสัตว์เลี้ยงอยู่ในบ้าน นั่นก็เพราะว่า สัตว์เลี้ยงอาจทำให้คนหลาย ๆ คนรู้สึกไม่สบายนัก หลาย ๆ คนไม่ได้โตขึ้นมาในครอบครัวที่เลี้ยงสัตว์ และบางคนก็ไม่ได้สนุกกับการเที่ยวชมสัตว์ การมีขนปุย และมี 4 ขา ใช้ว่าจะน่ารักในสายตาของคนทุกคน คนบางคน มีอาการแพ้ บางคนก็กลัวสัตว์ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องยากที่จะคาดเดา ว่าใครรู้สึกอย่างไรกับสัตว์ และที่สำคัญ สัตว์เลี้ยงของคุณ ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของเขา หากว่ามันกัด กระโดด คำราม อวก หรือทำอะไรขึ้นมาในระหว่างที่คุณกำลังพาลูกค้าชมสถานที่ นั่นก็อาจจะเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก

ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญในวงการซื้อขายบ้าน จึงมีคำแนะนำ ที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงอาจจะไม่ชอบนักก็คือ เมื่อคุณประกาศขายบ้านไปแล้ว ให้นำสัตว์เลี้ยงออกไปนอกบ้านก่อน อาจจะเลี้ยงไว้ในสวน หรือในโรงรถ หรือไว้ในห้องอื่น ที่สามารถปิดไว้ได้  แต่ถ้าต้องการผลที่ดีที่สุด ควรย้ายมันไปไว้ที่อื่นก่อน ซึ่งก็มีทางเลือกดังนี้

    • ฝากให้เพื่อนหรือญาติช่วยดูแลก่อน
    • นำไปฝากไว้ในสถานที่ที่ให้บริการรับเลี้ยงชั่วคราว
    • ให้ใครสักคนพามันออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้าน
    • ย้ายออกไปอยู่ด้วยกันที่อื่นก่อน


นอกจากจะพาพวกมันออกนอกบ้านไปสักพักแล้ว คุณก็ต้องจัดการกับข้าวของพวกมันให้เรียบร้อยด้วย ดังนี้

  • จัดการกับสถานที่ที่พวกมันใช้ขับถ่าย ไม่ว่าจะเป็นกระบะทรายห้องน้ำแมว หรือแผ่นรองซับฉี่ของสุนัข คุณต้องนำออกไปไว้ที่อื่น ที่ลูกค้าจะไม่สังเกตเห็น และทำความสะอาดในจุดนั้นให้ดี หากลูกค้าของคุณเปิดประตูเข้าไปดูในห้องซักล้าง แล้วเกิดได้กลิ่นเหม็น ๆ ของกระบะทราย หรือแผ่นรองฉี่ ก็จะทำให้ความประทับใจในบ้านนั้นหดหายไปมาก และที่สำคัญอย่านำเอากระบะทรายไปแอบไว้ในตู้ หรือในตู้เสื้อผ้าห้องนอนอย่างเด็ดขาด
  • ทำความสะอาดพรม และพื้นที่เปื้อนหรือมีคราบสกปรกจากสัตว์เลี้ยง หากพบว่ามีคราบสกปรกมาก ก็จ้างมืออาชีพมาทำความสะอาด เพราะลูกค้าจะมองเห็นจุดที่สกปรกบนพื้นได้อย่างง่ายดาย และจะพาลตัดสินว่า บ้านทั้งหลังสกปรก หากไม่สามารถขจัดคราบสกปรกบนพรมได้ แนะนำว่าให้เปลี่ยนพรมใหม่
  • กำจัดกลิ่นของสัตว์เลี้ยงออกจากบ้าน โดยเฉพาะกลิ่นฉี่แมวนั้น รุนแรงมาก ยิ่งคนที่ไม่ได้เลี้ยงแมว ก็จะยิ่งรู้สึกเหม็น ส่วนกลิ่นสุนัข ก็มักจะติดอยู่ตามพรม และที่นอนของพวกมัน ต้องหาทางขจัดออกด้วยวิธีที่ไม่ใช่การฉีดสเปรย์ดับกลิ่น เพราะบางคนมีอาการแพ้ วิธีที่ถูกก็คือให้ใช้เอนไซม์ในการทำความสะอาด เช่นพวก Nature’s Miracle หรือเรียกมืออาชีพมาจัดการ
  • นำสัญลักษณ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงออกก่อน แม้ว่าจะไม่ควรปกปิดว่าที่บ้านเลี้ยงสัตว์ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องประกาศให้ทุกคนรู้ ดังนั้นอะไรที่เป็นสัญลักษณ์ที่เด่นชัด ควรนำออกไปก่อน เพื่อความประทับใจในแรกเห็นของลูกค้า นอกจากนี้คุณก็ไม่ควรจะโพสต์ภาพออนไลน์ ว่าคุณให้สัตว์เลี้ยงนอนบนเตียง ประตูทางเข้าออกของสัตว์เลี้ยงก็ปิดเสียก่อน จานอาหาร ถ้วยน้ำของสัตว์เลี้ยง ก็เก็บเมื่อไม่ใช้ ดูดฝุ่นให้สะอาดทุกวัน เก็บของเล่นสัตว์เลี้ยง รูปภาพสัตว์ติดตามผนัง ตามตู้ ก็นำออกก่อน รวมทั้งกรง หรือกระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยงด้วย

และเมื่อถึงเวลาที่มีนัดหมายดูบ้าน ก็ให้นำสัตว์เลี้ยงไปใส่ในกรงก่อน แล้วติดป้ายเตือนด้วยว่า อย่ารบกวนสัตว์ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้า ไปแหย่ หรือเอามือเข้าไปในกรงสัตว์ อาจจะถูกกัดได้ เราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าสัตว์เลี้ยงจะมีปฏิกริยาอย่างไรกับคนแปลกหน้า ไม่ควรปล่อยให้สัตว์เลี้ยงวิ่งไปวิ่งมาในระหว่างที่กำลังเปิดให้ลูกค้าชมบ้าน เพราะบ่อยครั้ง ที่จะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิด ซึ่งทำให้ลูกค้าไม่ตัดสินใจซื้อในที่สุด

 

เรื่องล่าสุดของหมวด เคล็ดลับเรื่องบ้าน

ดูหมวด เคล็ดลับเรื่องบ้าน ทั้งหมด