รีวิวเครื่องดูดฝุ่นไร้สายตัวท็อป Dyson V8 Carbon Fibre สินค้ายอดรักคุณพ่อบ้าน!

รีวิวเครื่องดูดฝุ่นไร้สายตัวท็อป Dyson V8 Carbon Fibre สินค้ายอดรักคุณพ่อบ้าน!

รีวิวเครื่องดูดฝุ่นไร้สายตัวท็อป Dyson V8 Carbon Fibre สินค้ายอดรักคุณพ่อบ้าน!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ในสังคมปัจจุบันชีวิตในแต่ละวันของเราวุ่นวายอยู่นอกบ้านกันเป็นส่วนมาก กลับเข้าบ้านมาก็ใช่จะได้พัก… บางคนหอบงานมาทำอีก พอมาถึงวันหยุดงานบ้านก็มา เหนื่อยและหนักก็งานทำความสะอาด แต่พ่อบ้านที่อ่านเว็บแบไต๋ เรื่องอุปกรณ์ดี…ใช้เวลาน้อย…เบาแรง…แถมสะอาดมากมายดังใจหวัง ทำอาทิตย์ละครั้งก็สบายชิวๆ ต้องมาที่หนึ่ง เพราะพวกเราเป็นสายอุปกรณ์เทพ! นี่เลยครับ… Dyson V8 Carbon Fibre เครื่องดูดฝุ่นไร้สายตัวท็อปสุดของ Dyson ที่ขายในไทยตอนนี้

ผมได้รับ Dyson V8 Carbon Fibre มาทดลองใช้งานเก็บบ้านแสนรก เอ้ย แสนรักของผม ก็จะเป็นบอกเล่าประสบการณ์ตรงจากการใช้งานจริงในมุมมองของผู้ชายที่ไม่ถนัดทำงานบ้านอย่างผม เริ่มจากเรามาแกะกล่องดูกันว่ามีอุปกรณ์อะไรกันบ้างนะครับ ผมแยกเป็นหมวดหมู่เพื่อสะดวกในการหยิบจับตอนใช้งานจริง (เริ่มเป็นมืออาชีพกับเค้าบ้างแล้วละสิครับ) การใช้งานผมว่าเข้าใจได้ไม่ยาก การเปลี่ยนอุปกรณ์ก็สะดวกดีครับ…ง่ายไม่ยาก…คู่มือมีความจำเป็นในเรื่องยากๆ ที่เราต้องทำความเข้าใจ ซึ่งสามารถเข้าใจได้ง่ายและมีความละเอียด อ่านผ่านๆ สามารถทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็วครับทำให้รู้ว่ามีอะไรบ้างที่เราต้องเรียนรู้ แก้ไขได้เมื่อเกิดปัญหา

ประสิทธิภาพของ Dyson V8 Carbon Fibre

Dyson V8 Carbon Fibre ใช้มอเตอร์ดิจิตอล V8 มีพลังการดูดสูงสุด 155AW (Air-Watt) เทียบกับ Dyson V8 รุ่นเดิมที่มีกำลังดูดสูงสุด 115 AW และมีความเร็วในการหมุนสูงสุดถึง 110,000 ครั้งต่อนาทีเร็วกว่ามอเตอร์ของเครื่องยนต์รถแข่งกันทีเดียวครับ โดยในโหมดพลังดูดสูงนี้สามารถทำงานต่อเนื่องได้ 5 นาทีต่อการชาร์จ 1 ครั้ง แต่ถ้าใช้ Dyson V8 Carbon Fibre ในโหมดพลังดูดปกติ จะสามารถทำงานต่อเนื่องได้นาน 40 นาทีต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

แน่นอนว่าเครื่องดูดฝุ่นจาก Dyson ก็ต้องใช้เทคโนโลยีไซโคลน โดย Dyson V8 มีท่ออากาศ 15 ชุด จัดเรียงสองชั้น ทำงานคู่ขนานกันช่วยเพิ่มกระแสลมซึ่งใช้แรงเหวี่ยงหมุนเร็วมากๆ จนเหมือนพายุไซโคลน เพื่อแยกฝุ่นให้แยกออกจากอากาศก่อนปล่อยเข้าไปในกล่องเก็บฝุ่น ฝุ่นจึงไม่ไปอุดที่ไส้กรอง ทำให้กำลังดูดไม่ลดลงแม้ฝุ่นจะเต็มกล่อง และไม่ต้องทำความสะอาดฟิลเตอร์กรองกันบ่อยๆครับ ตัวเครื่องผนึกอย่างแน่นหนาป้องกันการเล็ดลอดของฝุ่นละอองก่อนผ่านตัวกรอง ซึ่งก็สร้างความมั่นใจด้วย HEPA Filter ในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อกรองฝุ่นละเอียด ออกไป ดักจับได้แม้กระทั่งสารก่อภูมิแพ้

ความพิเศษของ Dyson V8 Carbon Fibre

ออกแบบมาให้ไม่มีสายไฟ จึงเคลื่อนย้ายได้สะดวกไปได้ทุกที่ ถังเก็บฝุ่นชนิดใสทำจากวัสดุโพลีคาร์บอเนตเป็นวัสดุชนิดเดียวกับโล่ห์ใช้ปราบจราจลกันทีเดียว พลังแรงดูดทำความสะอาดเพิ่มขึ้น 30% แต่ความดังของเสียงดังเพียง 88 เดซิเบลเท่านั้น ขณะเปิดถังทิ้งสิ่งสกปรก เพียงแค่ดึงคันปล่อยสิ่งสกปรกลงในถังขยะซึ่ง แถบยางจะเลื่อนผ้าที่หุ้มลงและผลักฝุ่นออกไปผู้ใช้จึงไม่ต้องสัมผัสโดนสิ่งสกปรกขณะทิ้งฝุ่นและเป็นการกำจัดสิ่งสกปรกได้ในขั้นตอนเดียว การวางตำแหน่งมอเตอร์และแบตเตอรี่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับแรงโน้มถ่วง ขณะใช้มือจับเครื่องใช้งาน ไม่ว่าจะใช้ทำความสะอาดในที่สูงหรือในโหมดมือจับ ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาเพียง 2.5 กก. ช่วยให้ยกและจับทำความสะอาดในพื้นที่สูงและบริเวณต่างๆ ได้สะดวก ตัวเครื่องมาพร้อมแท่นติดตั้งที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ในเวลาเดียวกันและเป็นการจัดเก็บอุปกรณ์ เสริมได้อย่างเป็นระเบียบ เจาะลึกอุปกรณ์ทำความสะอาดในกล่อง Dyson V8 Carbon Fibre

ชุดอุปกรณ์ในกล่องของ Dyson V8 Carbon Fibre เยอะมากจนไม่น่าเชื่อว่าจะยัดอยู่ในกล่องเล็กๆ ได้

ด้วยความที่ Dyson V8 Carbon Fibre เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายรุ่นท็อป หัวดูดและอุปกรณ์เสริมต่างๆ อุปกรณ์ในกล่องมากมายครับรองรับการใช้งานได้หลากหลายครับ

1. อุปกรณ์ทำความสะอาดพื้นแบบลูกกลิ้งนุ่ม (Fluffy Head)

ซ้ายคือหัว Fluffy แบบนุ่ม ขวาคือหัว Carbon Fibre แบบแข็ง

สำหรับดูดบนพื้นแข็งทั่วไปครับ หัวแปรงเป็นลูกกลิ้งขนาดใหญ่ และมีมอเตอร์ในตัว ห่อหุ้มด้วยแถบไนล่อนสลับกับเส้นใยไฟเบอร์ บอกก่อนแบบไม่อายเลยนะครับ …ห้องผมไม่ได้ทำความสะอาดมา…นานมาก ไม่ค่อยอยู่ห้องเท่าไหร่… ผมเริ่มดูดฝุ่นที่พื้นก่อนเลยทยอยทำทีละภาคส่วน ถูพื้นไปด้วย ทีนี้มาสังเกตตรงรอยต่อของการทำความสะอาด ระหว่างถูพื้นกับที่ยังไม่ถู…สะอาดเหมือนกันเลยครับ แสดงว่าการดูดทำความสะอาดหมดจดมากครับ ทั้งเส้นใยฝุ่นและฝุ่นละเอียด…น่าทึ่งมากจริงๆครับใช้เวลาไม่นานเลยครับ การเคลื่อนไหวก็คล่องตัวดีครับไม่สะดุด การหันทิศทางก็ไม่ลำบากเวลาเจอมุมที่ทำความสะอาดยาก สามารถดูดฝุ่นทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นครับ

2. อุปกรณ์ทำความสะอาดพื้นแบบ Direct-drive

หัว Carbon Fibre แบบ Direct-Drive ขณะทำงาน หมุนติ๋วๆ

สำหรับดูดบนพรมครับ หัวแปรงเป็นลูกกลิ้งขนาดใหญ่พอๆ กับข้อ 1 มีเส้นเกลียวไนล่อนสลับกับเกลียวเส้นใยไฟเบอร์ มีมอเตอร์ในตัว และข้อต่อออกแบบมาแบบเปลี่ยนทิศทางตั้งได้-นอนได้ครับ ข้อต่อมีความคล่องตัวมากกว่าข้อ 1 ผมมีแต่พรมเช็ดเท้าขนาดใหญ่พอสมควร เก็บฝุ่นได้ดีครับ พรมนี่ปกติดูดฝุ่นยากนะครับเพราะมันมีฝุ่นฝังที่พื้นผิวพรมเยอะไม่ใช่ดูดแต่ส่วนบนๆ บ้านใครไม่มีพรมก็พิจารณาใช้ได้ตามความเหมาะสมได้ครับ ทุกอย่างเราสามารถปรับใช้ได้เพื่อความเหมาะสมครับ ผมลอง ดูดพื้นผิวธรรมดาดู ก็ใช้ได้นะครับ มีความคล่องตัวดี

3. อุปกรณ์หัวดูดฝุ่นที่นอน

เป็นหัวดูดที่ไม่มีลูกกลิ้งผมว่าเหมาะกับผ้าที่ตึงหรือทำให้ตึงนะครับ เช่นหมอนหรือ หมอนข้าง สำหรับที่นอนอาจจะต้องออกแรงมากหน่อย เพราะเวลาใช้งานมันมีความฝืด ดูดติดพื้นผิวมากตามแรงดูดของเครื่อง ต้องออกแรงดึงเยอะ หัวนี้เลยไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่

4. อุปกรณ์หัวดูดแบบมอเตอร์เล็ก

เป็นลูกกลิ้งขนาดย่อมลงมา มีแปรงไนล่อนหมุนๆ อยู่ด้านใน เหมาะกับเบาะโซฟา ม่านหนาๆ ฟูกที่นอน ผมใช้ตัวนี้ดูดฝุ่นที่นอนครับ…ดีมากเลย…ฝุ่นละเอียดออกมาเพียบ นี่แหละสำคัญเลยครับ ภูมิแพ้ผมคงหายคราวนี้แหละ!!! การใช้งานราบรื่นดีครับ ตัวนี้ผมชอบครับขนาดก็กำลังดีไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป

5. อุปกรณ์หัวดูดแบบ 2 in 1

เป็นหัวดูดแบบแบนลักษณะเฉียงที่สามารถเลื่อนแปรงปัดลงมาใช้งานร่วมด้วยได้ครับ ผมใช้ดูดฝุ่นแป้นคอม การใช้ผมว่าการลากทำความสะอาดได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ผมใช้วิธียกแล้วปัดขนแปรงไปเรื่อยมันทำความสะอาดได้ดีกว่า การใช้ท่อเปล่าผมว่ามันดูดได้ไม่ดีครับต้องใช้แปรงปัดช่วย แต่ถ้าดูดฝุ่นผงขนาดใหญ่ก็พอใช้ได้ครับ ใช้ทำความสะอาดพื้นผิวแบบช่องแอร์เป็นช่องชั้นก็สะดวกครับองศาได้แต่ พอเอาไปดูดในรถยนต์สำหรับผมไม่คล่องตัวเลยครับเพราะปลายแบบเฉียงอย่างนี้มันปาดไม่ถนัดครับ อุปกรณ์นี้ต้องท่อต่อใช้แบบยืดหยุ่นจึงจะเหมาะสมกว่าต่อตรงๆ

6. อุปกรณ์แบบแปรงปัดขนนิ่ม

หัวขนนิ่มพร้อมข้อต่อปรับความโค้ง (ในข้อ 11)

ดูดไปบนพื้นผิวต่างๆ ได้ตามต้องการเลยครับ ผมใช้ดูดฝุ่นบนหลังตู้ ตามชั้นวางของต่างๆ ใช้ร่วมกับข้องอสำหรับดูดที่สูงที่ปรับเปลี่ยนทิศทางได้ตามต้องการ แต่การใช้ท่อยาวร่วมด้วยผมกลับรู้สึกว่ามันไม่ถนัดมันเหมาะกับแบบมือถือมากกว่าแบบว่ามันต้องมีแรงกดนิดนึงในการเลื่อนแปรงไปมานะครับ ทำความสะอาดตามขื่อขอบหน้าต่างพอได้ครับ แม้จะคิดว่ามันใหญ่ไปดูจากช่องข้างใต้แล้วไม่น่าเหมาะ

7. อุปกรณ์ดูดปากแคบ

ใช้ดูดตามซอกได้ดีครับ โดยเฉพาะตามขอบเข้ามุมต่างๆ ซอกแคบๆ คิ้วผนัง ผมนำไป ใช้ในรถยนต์ร่วมกับท่อยืดหยุ่นแต่ผมว่าปลายมันเฉียงมากไปครับ เลยมีพื้นที่ดูดได้แค่ตรงปลายแหลมมันดูดได้ช้าครับ

8. อุปกรณ์ดูดปากแคบแบบมีแปรงปัดขนนุ่ม

ยืดออกเป็นท่ออ่อนโค้งงอได้ ซอกซอนได้ดีขึ้นครับ แต่ระวังตอนเก็บท่ออ่อนกลับต้องกดปุ่มกลมไว้ด้วยนะครับ อย่ากดแบบใช้แรงลงไปทันทีอาจเกิดความเสียหายได้ นุ่ม นวลกันหน่อยครับ อุปกรณ์อันนี้ท่ออ่อนช่วยให้มีการหักมุมได้คล่องขึ้น ขนอ่อนก็ช่วยเรื่องปัดฝุ่นได้ดี ในพื้นที่แคบทำความสะอาดได้ดีขึ้น

9. ท่อยาว

ช่วยเพิ่มความยาวหรือความสูง ในการทำความสะอาดได้สะดวกมากขึ้น ไม่หนักมาก แต่เมื่อต่อท่ออุปกรณ์แล้วถ่วงน้ำหน้าไปที่ปลาย ก็ทำให้เมื่อยเหมือนกันครับ

10. ท่อแบบยืดออกได้

ท่อแบบยืดออก พร้อมเสียบหัวแหลม

ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของอุปกรณ์ในการซอกซอนซ้ายขวาที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง ใช้ในระยะสั้นแบบมือถือเหมาะสุดครับแต่มีข้อเสียตรงที่ยืดแล้วเด้งกลับ ทำให้เวลาใช้งานเราต้องออกแรงดึงให้ยืดออก เมื่อยมือครับ

11. ข้อต่อปรับความโค้งงอได้

เหมาะสำหรับทำความสะอาดในที่สูงครับ ใช้ต่ออุปกรณ์ทำความสะอาดบนหลังตู้ ตามขื่อต่างๆ รูดไปตามแนวสะดวกมากเลยครับเหมาะสำหรับแม่บ้านที่ค่อนข้างตัวเล็กที่เมื่อก่อนเป็นเรื่องยาก ตอนนี้ง่ายมากครับ

12. แท่นชาร์จแบบแขวนผนัง

สะดวกดีนะครับ เป็นทั้งที่เก็บเครื่องและชาร์จไฟไม่กินพื้นที่เลยครับ สามารถชาร์จไฟได้ทันทีที่เราแขวนเครื่องติดกับผนัง สามารถหยิบใช้งานได้สะดวก พร้อมตัดไฟอัตโนมัติเมื่อไฟเต็มปลอดภัย ตัวนี้ผมงงอยู่พักใหญ่… ถึงสังเกตด้านหลังแท่นชาร์จจะมีช่องรางเล็กๆ ให้เราวางสายไฟตามแนวหัวชาร์จจะเข้าตำแหน่งพอดี ตัวเครื่องตรงด้ามจับจะมีช่องกลมให้เสียบสายชาร์จครับ

การทิ้งขยะใน Dyson V8 ที่ใช้การดึงด้านบนขึ้น ทำให้ไม่ต้องโดนฝุ่น

ขณะที่ได้ใช้เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ไดสัน จะมีลมเป่าออกมาเพียงเล็กน้อยเป็นลมที่ไม่ร้อน ในขณะที่ใช้งานไม่รู้สึกเหนื่อยเลยครับลากแปรงดูดฝุ่นไปกับพื้นไม่ต้องออกแรงกันเลยทีเดียวครับ สามารถทำให้ห้องสะอาดได้ภายในเวลาไม่ทันจะเหนื่อยเลยครับ การทิ้งเศษผงก็ง่ายดายแค่ดึงอุปกรณ์ขึ้นตามคู่มือ ผงก็หล่นลงไปไม่ฟุ้งกระจายมือ แต่ยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้างตรงฝุ่นผงละเอียดยังมีติดอยู่ด้านในต้องเคาะอุปกรณ์ฝุ่นจะฟุ้งนิดหน่อยตรงนี้แหล่ะครับ การดูแลรักษาต่างๆ ในคู่มือมีบอกอย่างละเอียดแล้วครับ ทำความเข้าใจกันได้ง่ายเลยทีเดียวครับ

ไส้กรองตัวนี้สามารถดึงออกมาล้างน้ำทำความสะอาดได้

HEPA Filter ที่ท้ายเครื่องก็สามารถถอดมาทำความสะอาดได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้บริโภคเท่านั้นครับที่จะเป็นผู้เลือกสินค้าที่คิดว่าเหมาะกับตัวเอง บางคนอาจจะยอมจ่ายแพงถ้าคิดว่าเหมาะสมและมีความพร้อมจากกำลังทรัพย์ จากการได้ใช้งานที่ผ่านมาทำให้ผมคิดว่า ด้วยฟังก์ชั่นที่หลากหลายทำให้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ชีวิตมีความสุขขึ้นเยอะครับ จากการที่เคยมองว่างานบ้านเป็นเรื่องที่น่าเบื่อแต่เมื่อใช้เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ก็ทำความสะอาดทั่วทั้งห้องได้สะดวกสบายขึ้นทำให้มีเวลาเหลือให้ตัวเองและครอบครัวได้พักผ่อนกัน…ชิวๆ ครับ ไปสนุกกับการทำงานบ้านกันดีกว่าครับ ชีวิตผมวิวัฒน์ขึ้นละ คราวหน้าผมคงสนุกกับการเอาอุปกรณ์ต่างๆ มาใช้งาน…ได้อย่างคล่องมากขึ้นครับหน้าที่หลักๆมีไม่กี่อย่างหรอกครับถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่านะครับและใช้กันไปนานๆ รับประกันเครื่องดูดฝุ่นนานถึง 2 ปีกันทีเดียวครับ

ตัวเครื่องเพียวๆ ก่อนประกอบหัวต่อต่างๆ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook