แป้งฝุ่น สาเหตุ โรคปอด-มะเร็งรังไข่ จริงหรือ?

แป้งฝุ่น สาเหตุ โรคปอด-มะเร็งรังไข่ จริงหรือ?

แป้งฝุ่น สาเหตุ โรคปอด-มะเร็งรังไข่ จริงหรือ? เกี่ยวกับ แป้งฝุ่น

หากใครที่ติดตามข่าวต่างประเทศมาบ้างจะพบว่า มีข่าวผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ยื่นฟ้องร้องบริษัทผลิตแป้งฝุ่นทาตัวชื่อดัง ว่าไม่ทำการติดฉลากพร้อมคำเตือนถึงการใช้แป้งฝุ่นแล้วจะเพิ่มความเสี่ยง และอันตรายในการเป็นโรคมะเร็งรังไข่ หลังจากที่เธอใช้แป้งฝุ่นยี่ห้อดังกล่าวเพื่อลดความอับชื้น และลดกลิ่นบริเวณอวัยวะเพศมานานนับสิบปี

คำถามคือ การใช้แป้งฝุ่นบริเวณอวัยวะเพศ เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งรังไข่ได้จริงหรือไม่

 

แป้งฝุ่น ทำมาจากอะไร?

แป้งฝุ่น มีส่วนประกอบสำคัญคือ ทัลคัม หรือ ทัลค์ เป็นแร่หินชนิดหนึ่งที่ถูกนำมาโม่ให้ละเอียด อบให้แห้ง ผ่านการฆ่าเชื้อโรค แยกสิ่งแปลกปลอมออกมา แล้วอาจมีการเติมสารพิเศษลงไปเพิ่มเติม เช่น สารป้องกันความชื้น สารที่ช่วยทำให้ผิวเย็น สารกันเสีย และสารที่แต่งกลิ่นสังเคราะห์

 

แป้งฝุ่น อันตรายอย่างไร?

จริงๆ แล้วการใช้แป้งฝุ่นจะไม่ได้ก่อให้เกิดสารตกค้าง แต่สารทัลคัมในแป้งจะไม่สามารถย่อยสลายได้ด้วยจุลินทรีย์ธรรมชาติ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าหากสูดดมแป้งฝุ่นเข้าไปในปริมาณหนึ่งนานๆ อาจเกิดการสะสมแร่ทัลคัมภายในปอด เซลล์บุผิวปอดอาจจับแป้งเอาไว้เป็นก้อน ทำให้มีอาการระคายเคือง จนอาจมีอาการไอ ระบบหายใจขัดข้อง อึดอัด อาจก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ และในเด็กทารกอาจเสี่ยงปอดอักเสบ ไปจนถึงเนื้องอกในปอด

ส่วนผู้หญิงที่ใช้แป้งในจุดซ่อนเร้น เพื่อลดความอับชื้น หรือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์นั้น จากการศึกษาย้อนกลับไปจากผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ พบว่ามีพฤติกรรมในการใช้แป้งกับจุดซ่อนเร้นราว 30% หรือผู้ที่ใช้แป้งฝุ่นกับจุดซ่อนเร้นจะมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งรังไข่ราว 1.8% มากกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย ที่มีความเสี่ยงอยู่ที่ 1.4% สาเหตุมาจากที่สารทัลคัมที่ไม่สามารถย่อยสลายเองได้นั้น หลงเข้าไปในร่างกายของผู้หญิงผ่านช่องคลอด มดลูก หรือท่อนำไข่ จนตกค้างอยู่บริเวณรังไข่ หรือใกล้เคียง

 
powder-2iStock

แป้งฝุ่น สาเหตุโรคปอด-มะเร็งรังไข่?

ถึงจะมีงานวิจัยออกมาอยู่บ้าง แต่ปัจจุบันสารทัลคัมในแป้งฝุ่นก็ยังไม่ถูกประกาศให้เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์อย่างชัดเจน เพราะยังไม่มีผลงานวิจัยที่ชัดเจนมากพอ และการใช้แป้งฝุ่นยังไม่ได้ก่อให้เกิดผลการเปลี่ยนแปลงไปถึงพันธุกรรม ในขณะที่สารก่อมะเร็งอื่นๆ เช่น บุหรี่ แอลกอฮอลล์ รอยไหม้ดำบนเนื้อสัตว์ สามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่อสารพันธุกรรมได้ ดังนั้นแป้งฝุ่นยังถือได้ว่าอาจเป็นเพียง “ความเป็นไปได้” ที่จะเป็นสาเหตุของมะเร็งรังไข่ และโรคปอด แต่อาจยังไม่ใช่สารก่อมะเร็งอย่างชัดเจน เพราะโรคปอด และมะเร็งรังไข่ ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงอีกมากมายนอกเหนือไปจากนี้

ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จัดผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นโรยตัว เป็นเครื่องสำอางควบคุมที่อาจเป็นอันตรายต่อสวัสดิภาพอนามัยของผู้บริโภค แต่ไม่เข้าข่ายเป็นผลิตภัณ์เสี่ยงอันตรายที่ต้องขออนุญาตขึ้นทะเบียนเครื่องสำอาง เพียงแต่บนฉลากต้องมีข้อมูลครบ และมีกำหนดห้ามมีส่วนผสมบางอย่าง รวมถึงห้ามมีส่วนผสมบางอย่างเกินกว่ากำหนดอีกด้วย

 

ดังนั้น เพื่อความสบายใจ และปลอดภัยไว้ก่อน สำหรับเด็กเล็ก ก็ไม่ควรทาแป้งฝุ่นมากเกินไป หรือนานเกินไป สำหรับผู้ใหญ่อย่างคุณผู้หญิงทั้งหลาย ก็ไม่ควรใช้แป้งฝุ่นในการขจัดความอับชื้นในบริเวณจุดซ่อนเร้นจะดีกว่าค่ะ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ แป้งฝุ่น

เรื่องล่าสุดของหมวด รู้ทันโรค

ดูหมวด รู้ทันโรค ทั้งหมด