|
เมื่อสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จนิวัติประเทศไทยใน พ.ศ. 2493 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงทราบดีว่าพระธิดาโปรดการเป็นครูมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ รับสั่งแนะนำให้ทรงงานเป็นอาจารย์ จึงทรงรับงานเป็นอาจารย์พิเศษสอนภาษาฝรั่งเศสที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนถึง พ.ศ. 2501
ใน พ.ศ. 2512 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ขอพระราชทานพระกรุณาเป็นอาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย ทรงรับงานสอนและงานบริหาร โดยทรงเป็นหัวหน้าสาขาวิชาภาษาและวรรณคดีฝรั่งเศส และผู้อำนวยการภาษาฝรั่งเศส อันประกอบด้วยภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น จีน และรัสเซีย จนถึง พ.ศ. 2519 เนื่องจากพระภารกิจด้านอื่น ๆ มากขึ้น จึงทรงลาออกจากตำแหน่งอาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยนี้ แต่ก็ยังมีกรุณารับเป็นอาจารย์พิเศษ เมื่อพอจะมีเวลาประทาน พร้อมกันนี้ก็มีพระกรุณาเป็นอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยอื่นด้วย เช่น ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก็มีพระกรุณาเสด็จไปประทับที่วิทยาเขตปัตตานี เพื่อทรงสอนวิชาภาษาฝรั่งเศสของคณะมนุษยศาสตร์ด้วย และทรงได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2521
จากพระประสบการณ์ที่ทรงงานสอนภาษาฝรั่งเศสมาเป็นระยะเวลายาวนานทำให้ทรงตระหนักถึงปัญหาความต่อเนื่องในการเรียนภาษาฝรั่งเศสระดับมัธยมศึกษากับอุดมศึกษา จึงทรงริเริ่มก่อตั้งสมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทยขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2520 เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเรียนการสอนภาษานี้ และทรงดำรงตำแหน่งนายกสมาคมมาเป็นเวลา 5 ปี ต่อจากนั้นก็ยังทรงพระกรุณารับเป็นนายกสมาคมกิตติมศักดิ์มาจนปัจจุบัน ผลงานสมาคมมีส่วนช่วยให้การสอนและวิจัยภาษาฝรั่งเศสในประเทสไทยเจริญรุดหน้าเป็นอย่างดี
สมเด้จเจ้าฟ้า กรมหลวนราธิวาสราชนคริทร์ มิได้ทรงสนพระทัยการศึกษาเฉาพะระดับอุดมศึกษาเท่านั้น หากทรงคำนึงความสำคัญของการศึกษาระดับต้นว่าเป็นรากฐานสำคัญของการศึกษาในระดับสูงขึ้นไป ดังนั้นเมื่อมูลนิธิสมาคมศาสตร์อุดมศึกษาแห่งประเทสไทยในพระอุปถัมภ์ของพระองค์ จัดตั้งโครงการสอนการอ่านแก่เด็กเล็ดในชั้นเตรียมความพร้อมทั่วประเทส จึงได้ประทานความช่วยเหลือ โดยทรงรับเป็นผู้ดำเนินการทดลองการใช้อุปกรณ์การเรียนของมูลนิธิสมาคมฯ โดยทรงนำไปทดลองใช้ในระหว่างการตามเสด็จฯ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จเยี่ยมและสงเคราะห์ราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดารของจังหวัดต่าง ๆ เกือบทั่วประเทศ ทรงประเมินผลอุปกรณ์ วิเคราะห์และแนะนำข้อแก้ไขจนแล้วเสร็จตามโครงการ
เหตุที่พระองค์ทรงเป็นนักวิชาการและทรงศึกษามาทางวิทยาศาสตร์จึงทรงสนพระทัยโครงการจัดส่งเยาวชนไทยเข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ ตั้งแต่ พ.ศ. 2532 มาจนถึงปัจจุบัน การแข่งขันมีทั้งวิลาวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี คอมพิวเตอร์ และชีววิทยา ได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์และเงินกองทุนสมเด็จย่าเพื่อช่วยเหลือ โดยทรงติดตามความเคลื่อนไหวของการแข่งขันทุกระยะ พระราชทานกำลังใจและแสดงความยินดีแก่เยาวชนที่ประสบความสำเร็จทุกครั้ง
สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงยำเพ็ญพระกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์แก่ส่วนรวมมากมายหลายด้านหลายสาขา ที่สำคัญยิ่ง คือการปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลายวาระ เช่น กวารเสด็จแทนพระองค์ไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ศาลากลางจังหวัดน่าน และทรงห่มผ้าทิพย์พระเจดีย์พระบรมธาตุแช่แห้ง อำเภอเมืองน่าน การเสด็จแทนพระองค์ พระราชทานพระวโรกาสให้คณะบุคคลต่าง ๆ เฝ้า การเสด็จแทนพระองค์ไปทอดพระเนตรการแสดงต่าง ๆ ตลอดจนการเสด็จแทนพระองค์ไปพระราชทานเพลิงพระศพและศพในหลายวาระ
พระกรณียกิจสำคัญยิ่งรองลงมาคือ การโดยเสด็จและปฏิบัติพระราชกิจแทนพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อทรงประกอบพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ในท้องถิ่นทุรกันดารของจังหวัดต่าง ๆ และเมื่อสมเด็จพระบรมราชชนนีเสด็จสวรรคตแล้ว ก็ทรงสืบสานงานในพระราชกิจนั้น ๆ ที่สำคัญหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (มูลนิธิ พอ.สว.) ซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงนำหน่วยแพทย์ พอ.สว. ออกเยี่ยมราษฎรและตรวจรักษาผู้ป่วยตามหมู่บ้านต่าง ๆ ที่อยู่ในแดนทุรกันดาร บางท้องที่ต้องเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ ในบางรายทรงรับผู้ป่วยไว้ในพระราชานุเคราะห์ ส่งต่อไปรักษา ณ โรงพยาบาลในส่วนกรุงเทพฯ หรือตัวจังหวัด
เมื่อกล่าวถึง มูลนิธิ พอ.สว. แล้ว ก็อาจยืนยันได้ว่าน้ำพระทัยของพระองค์ท่านหนักไปในทางการสงเคราะห์ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข เพื่อสุขภาพอนามัยของประชาชนทุกเพศทุกวัย นับตั้งแต่เด็กอ่อนจนถึงผู้สูงอายุ โดยทรงเป็นประธานกิตติมสักดิ์มูลนิ พอ.สว. มูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเป็นประธานมูลนิธิโรคไตแห่งประเทสไทย มูลนิธิหม่อมเจ้าหญิงบุญจิราธร (ชุมพล) จุฑาธุช มูลนิธิถันยรักษ์ และศิริราชมูลนิธิ ทรงเป็นรองประธานทุนการกุสลสมเด็จย่า โดยไม่มีประธาน
นอกจากนั้นยังทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ กองทุน ทุน และมูลนิธิต่าง ๆ ถึง 14 แห่ง เช่น กองทุน “หมอเจ้าฟ้า” มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา มูลนิธิช่วยการสาธารณสุขชุมชน ผลงานของมูลนิธิ กองทุน ทุนการกุศลต่าง ๆ ดังยกมาเป็นตัวอย่างนี้ เกิดผลดีด้านสังคมสงเคราะห์ การแพทย์และการสาธารณสุขแก่ประชาชนจำนวนมาก เป็นการช่วยเหลือภารกิจของหน่วยราชการอันมีหน้าที่สงเคราะห์ช่วยเหลือประชาชนดดยตรงได้เป็นอันมาก ยังความสำนึกในพระกรุณาธิคุณจารึกอยู่ในหัวใจของแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทั้งปวง สุดที่จะบรรยายเป็นตัวอักษรได้ครบถ้วน
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านการประพันธ์ ได้ทรงนิพนธ์และรวบรวมเรียบเรียงหนังสือที่มีข้อมูลอันทรงคุณค่าไว้จำนวนมาก สามารถใช้อ้างอิงและประกอบการศึกษาค้นคว้าเชิงศาสตร์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี พระนิพนธ์หลายเล่มเป็นแบบอย่างที่ดีในการประพันธ์ใช้ถ้อยคำที่เรียบง่าย กระจ่างชัดรัดกุม พระนิพนธ์อาจแบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ พระนิพนธ์เกี่ยวกับพระราชวงศ์ 11 เรื่อง พระนิพนธ์แปล 3 เรื่อง พระนิพนธ์สารคดีท่องเที่ยว 10 เรื่อง และพระนิพนธ์ทางวิชาการ
พระนิพนธ์เกี่ยวกับพระราชวงศ์ เช่น แม่เล่าให้ฟัง เวลาเป็นของมีค่า เจ้านายเล็ก-ยุวกษัตริย์ และเจ้าฟ้าทหารเรือ พระนิพนธ์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีคุรค่าในเชิงประวัติศาสตร์ของชาติ ดังเรื่อง เจ้านายเล็ก-ยุวกษัตริย์ วึ่งเป็นพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระอัฐมรามาธิบดิทร และเรื่องราวครั้งทรงพระเยาว์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ถึงแม้จะทรงแถลงว่า “เจ้านายเล็ก-ยุวกษัตริย์ ไม่ได้เป็นหนังสือเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป้นหนังสือที่พี่เขียนให้น้องที่จะครบ 5 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2530 เพื่อที่จะระลึกถึงทุกข์สุขสมัยที่เป็นเด็กและเยาวชนด้วยกัน โดยแบ่งให้ผู้อื่นได้ทราบด้วย” แต่เมื่ออ่านแล้วข้อความในหนังสือสามารถใช้อ้างอิงได้ในเชิงวิชาการทั้งด้านวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์
พระนิพนธ์สารดคีท่องเที่ยว มีทั้งทรงนิพนธ์ด้วยพระองค์ทั้งเล่ม และทรงรวบรวมเรียบเรียงจากการที่ทรงแบ่งหน้าที่ให้ผู้ร่วมคณะตามเสด็จไปต่างประเทสเก็บข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้แสดงความคิดเห็นเมื่อได้ไปชมในสถานที่ต่าง ๆ เท่ากับทรงทำหน้าที่บรรณาธิการ และภาพถ่ายจำนวนมากในหนังสือบางภาพก็เป็นฝีพระหัตถ์ อันแสดงถึงพระอัจฉริยภาพในการถ่ายรุ) นอกจากนั้นช่างภาพในจุดที่สำคัญๆ ก่อนที่จะมีอิสระในการเลือกถ่ายภาพตามแง่มุมต่าง ๆ ที่คนต้องการ พระนิพนธ์สารคดีท่องเที่ยวบางเล่มมีการนำเสนอทางวิดีทัศน์ อันมีประโยชน์ในการศึกษาเป็นอย่างมาก และบางเรื่องก็มีแต่วิดีทัศน์เท่านั้น เช่นการเสด็จเยือนหลายประเทสในทวีปอเมริกาใต้
พระนิพนธ์สารคดีท่องเที่ยว ความจริงเป็นผลพลอยได้จากพระกรณียกิจสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ เพราะเมื่อได้เสด็จเยือนประเทสต่าง ๆ ตามคำกราบทูลเชิญเสด็จอย่างเป็นทางการและเสด็จเยือนเป็นการส่วนพระองค์ นอกจากจะเป็นการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศแล้ว จึงเป็นโอกาสที่จะทรงแนะนำให้ชาวไทยรู้จักประเทสนั้น ด้วย ดังนั้น การเสนอข่าวเสด็จเยือนต่างประเทศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ จึงมิใช่เพียงแต่การเสนอว่าเสด็จที่ใดและพบใคร แต่จะเป็นการให้ขู้มูลทุก ๆ ด้านของประเทสนั้น ทั้งทางลึกและทางกว้าง โดยทรงค้นคว้าข้อมูลและตรวจแก้บทโทรทัศน์ด้วยพระองค์ก่อนการเสนอข่าวทุกครั้งเพื่อความถูกต้อง
พระเกียรติคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ปรากฏหลักฐานชัดเจนจากการที่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในประเทศ ได้มีมติให้ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาต่าง ๆ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและเพื่อเป็นเกียรติและสีริมงคลแก่มหาวิทยาลัยนั้น ๆ ถึง 23 รายการ จากการสำรวจเมื่อ พ.ศ. 2542 โดยเริ่มต้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ภาษาฝรั่งเศส) เมื่อ พ.ศ. 2520 และหลังสุดมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ถวายปริญญาการศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ เมื่อ พ.ศ. 2539 การถวายปริญญาดุษฎีกิตติมศักดิ์สาขาต่าง ๆ ของแต่ละมหาวิทยาลัยนั้น ทางมหาวิทยาลัยจะต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพระกรณียกิจสาขานั้น อย่างถูกต้องชัดเจน ก่อนจะนำมาเรียบเรียงคำสดุดีพระเกียรติคุณถึงเหตุผลที่ทางมหาวิทยาลัยเห็นสมควรที่จะถวายปริญญา
นอกจากมหาวิทยาลัยในประเทศได้ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แล้ว มหาวิทยาลัยไชกะ ประเทสญี่ปุ่น ยังได้ทูลเกล้าฯถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ พิธีจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยไชกะ กรุงโตเกียว ประเทสญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2536
อนึ่ง ยังมีสถาบันและสถานที่ที่ตั้งชื่อตามพระนามเป็นการเฉลิมพระเกียรติที่ควรบันทึกไว้ด้วย คือ
อาคาร “ตึกกัลยาณิวัฒนา” ในโรงพยาบาลสงฆ์ เป็นอาคารเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 6 รอบ พ.ศ. 2538
สถาบันกัลยาณิวัฒนา เพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ กรุงเทพมหนคร
ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จังหวัดนราธิวาส ของกองพันพัฒนาที่ 4 กรมพัฒนาที่ 4 ซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติภารกิจถวายความปลอดภัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศ์ในวโรกาสแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์
มูลนิธิกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้รวม 14 จังหวัด ได้ร่วมกันจัดตั้งมูลนิธิขึ้น เพื่อการศึกษา เป็นการเฉลิมพระเกียรติ
โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส
สำนักงานเขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
อาคารกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ วิทยาลัยลุ่มน้ำปิง จังหวัดตาก เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มีพระบารมีเต็มเปี่ยมสมกับที่ทรงอุบัติขึ้นมาในราชสกุล เป็นพระเจ้าหลานเธอ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้เพราะคุณสมบัติในพระองค์ที่ถึงพร้อมทั้งพระชาติวุฒิ พระวัยวุฒิ พระคุณวุฒิทางพระสติปัญญาทางวิชาการ และที่สำคัญยิ่งคือพระจริยวัตรที่วางพระองค์ได้เหมาะสมกับพระฐานะ มีพระเมตตากระณาเป็นที่ตั้ง ดังนั้น พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้ทรงพระราชทานยศทหาร ตั้งแต่พันโทหญิง จนเป็นพลเอกหญิง พลเรือนเอกหญิง พลอากาศเอกหญิง เป็นราชองครักษ์ เป็นนายทหารพิเศษประจำกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าและประจำกองพันทหารอากาศโยธินรักษาพระองค์ เป็นกรณีพิเศษ
ส่วนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เครื่องอิสริยาภรณ์ และเหรียญเกียติยศ ก็ทรงรับพระราชทานในระดับชั้นสูงสุด เช่น
เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจกรีบรมราชวงศ์ (ม.จ.ก.)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นปฐมจุลจอมเกล้า (ป.จ.)
เหรียญรัตนาภรณ์รัชากาลที่ 8 ชั้นที่ 1 (อ.ป.ร.1)
เหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ 9 ชั้นที่ 1 (ภ.ป.ร.1)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตน์ราชวราภรณ์ (น.ร.)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ (ม.ป.ช.)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)
การเฉลิมพระเกียรติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯสถาปนาพระอิสริยศักดิ์ขึ้นเป็นกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 ในวกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 6 รอบ
การจัดงานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณืวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เนื่องในโอกาสมหามงคลเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา
ปีพุทธศักราช 2550 ถือเป็นโอกาสมหามงคลอีกวาระหนึ่งของปวงชนชาวไทย เนื่องด้วยเป็นศุภวาระที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เจริญพระชนมายุ 7 รอบ 6 พฤษภาคม 2550 โดยมีรองนายกรัฐมนตรี (นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม) เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรับมนตรี (คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (คุณหญิงไขสร ศรีอรุณ) เป็นรองประธาน พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมเป็นกรรมการ จำนวน 58 คน ระยะเวลาการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-วันที่ 31 ธันวาคม 2550
*********************************************************
ที่มา : วิกิพีเดีย |